มาตรา ๕
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญมี ๓ ประเภท ได้แก่
ตำแหน่งประเภททั่วไป ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะและตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลางตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาและโดยที่มาตรา
๔๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ซึ่งออกตามมาตรา ๓๙ ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ
หรือเชี่ยวชาญเฉพาะตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชบัญญัติดัง
กล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐[๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ และมาตรา ๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ บัญญัติให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไปรับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะได้
สมควรแก้ไขมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้สอดคล้องกัน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญในสายงานด้านการเจ้าหน้าที่
ด้านคดีพิเศษ ด้านคุมประพฤติ ด้านจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านจิตวิทยา
ด้านเดินเรือระหว่างประเทศ ด้านตรวจสอบภายใน ด้านตรวจสอบศุลกากร
ด้านทำแผนที่ภาพถ่าย ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ด้านพัฒนาการกีฬา ด้านพัฒนาการท่องเที่ยว
ด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้านพัฒนาระบบราชการ ด้านพัฒนาสังคม ด้านภูมิสถาปัตยกรรม
ด้านวิชาการเงินและบัญชี ด้านวิชาการทรัพยากรธรณี ด้านวิชาการที่ดิน
ด้านวิชาการยุติธรรม ด้านวิชาการวัฒนธรรม ด้านวิชาการศาสนา ด้านวิชาการศึกษาพิเศษ
ด้านวิชาการส่งเสริมการเกษตร ด้านวิชาการสรรพสามิต ด้านวิชาการสรรพากร
ด้านวิชาการอุทกวิทยา ด้านวิศวกรรมสำรวจ ด้านสอบสวนคดีพิเศษ และด้านอาลักษณ์
เป็นตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
และคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบให้เป็นตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ แล้ว
สมควรกำหนดให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะเพิ่มเติม
เพื่อประโยชน์ในการได้รับเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๐/หน้า ๗/๒๓ กันยายน ๒๕๓๕
[๒] มาตรา ๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐
[๓] มาตรา ๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๔] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๖ ก/หน้า ๑๐/๑๙ มีนาคม ๒๕๔๐
[๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๕/๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐