法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะ

และประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙

กันยายน พ.ศ.๒๕๓๕

เป็นปีที่ ๔๗

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะ

และประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา

๓๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่ง ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓[๒] ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ ได้แก่

ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป ดังต่อไปนี้

(ก)

ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพซึ่งต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้

และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด

โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ

รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งได้แก่

ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด

(๒) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์

(๓) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล

(๔) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์

(๕) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์

(๖) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม

(๗) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล

(๘) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า

(๙) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร

(๑๐) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา

(๑๑) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเหมืองแร่

(๑๒) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม

(๑๓) วิชาชีพเฉพาะอื่นที่ ก.พ. กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

(ข)

ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพซึ่งต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้

และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด

อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ

ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์

(๒) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมชลประทาน

(๓) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์

(๔) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมปิโตรเลียม

(๕) วิชาชีพเฉพาะอื่นที่ ก.พ. กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

(ค)

ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพซึ่งต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้

และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งมีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา

อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ

ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) วิชาชีพเฉพาะวิทยาการคอมพิวเตอร์

(๒) วิชาชีพเฉพาะอื่นที่ ก.พ. กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๓] ตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่

ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไป ซึ่งต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงาน

โดยอาศัยพื้นฐานของความรู้ ประสบการณ์ การฝึกฝนทฤษฎี หรือหลักวิชาการอันเกี่ยวข้องกับงาน

และเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน งานอนุรักษ์ตามภารกิจ

หรืองานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ ความสามารถ

หรือประสบการณ์เป็นอย่างสูงเฉพาะด้าน

อันเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการหรือวงการด้านนั้น ๆ ซึ่งได้แก่

ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังต่อไปนี้

(๑) ด้านการข่าว

(๒) ด้านการเจ้าหน้าที่

(๓) ด้านการผังเมือง

(๔) ด้านการฝึกอบรม

(๕) ด้านการสืบสวนสอบสวน

(๖) ด้านกีฏวิทยา

(๗) ด้านคดีพิเศษ

(๘) ด้านคุมประพฤติ

(๙) ด้านจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๑๐) ด้านจิตวิทยา

(๑๑) ด้านช่างศิลปกรรม

(๑๒) ด้านเดินเรือระหว่างประเทศ

(๑๓) ด้านตรวจสอบบัญชี

(๑๔) ด้านตรวจสอบภายใน

(๑๕) ด้านตรวจสอบศุลกากร

(๑๖) ด้านทำแผนที่ภาพถ่าย

(๑๗) ด้านนิติการ

(๑๘) ด้านนิติวิทยาศาสตร์

(๑๙) ด้านโบราณคดี

(๒๐) ด้านประเมินอากร

(๒๑) ด้านพัฒนาการกีฬา

(๒๒) ด้านพัฒนาการท่องเที่ยว

(๒๓) ด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล

(๒๔) ด้านพัฒนาระบบราชการ

(๒๕) ด้านพัฒนาสังคม

(๒๖) ด้านภูมิสถาปัตยกรรม

(๒๗) ด้านวิเคราะห์งบประมาณ

(๒๘) ด้านวิเคราะห์งานทะเบียนการค้า

(๒๙) ด้านวิเคราะห์งานบุคคล

(๓๐) ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน

(๓๑) ด้านวิจัยสังคมศาสตร์

(๓๒) ด้านวิชาการกษาปณ์

(๓๓) ด้านวิชาการเกษตร

(๓๔) ด้านวิชาการขนส่ง

(๓๕) ด้านวิชาการคลัง

(๓๖) ด้านวิชาการควบคุมโรค

(๓๗) ด้านวิชาการเงินและบัญชี

(๓๘) ด้านวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน

(๓๙) ด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี

(๔๐) ด้านวิชาการตรวจสอบภาษี

(๔๑) ด้านวิชาการทรัพยากรธรณี

(๔๒) ด้านวิชาการทัณฑวิทยา

(๔๓) ด้านวิชาการที่ดิน

(๔๔) ด้านวิชาการธรณีวิทยา

(๔๕) ด้านวิชาการบัญชี

(๔๖) ด้านวิชาการประกันภัย

(๔๗) ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์

(๔๘) ด้านวิชาการประมง

(๔๙) ด้านวิชาการประมงทะเล

(๕๐) ด้านวิชาการป่าไม้

(๕๑) ด้านวิชาการผลิตภัณฑ์อาหาร

(๕๒) ด้านวิชาการพัฒนาชุมชน

(๕๓) ด้านวิชาการพาณิชย์

(๕๔) ด้านวิชาการภาษี

(๕๕) ด้านวิชาการมาตรฐาน

(๕๖) ด้านวิชาการมาตรฐานสินค้า

(๕๗) ด้านวิชาการยุติธรรม

(๕๘) ด้านวิชาการแรงงาน

(๕๙) ด้านวิชาการโรคพืช

(๖๐) ด้านวิชาการละครและดนตรี

(๖๑) ด้านวิชาการวัฒนธรรม

(๖๒) ด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

(๖๓) ด้านวิชาการศาสนา

(๖๔) ด้านวิชาการศึกษา

(๖๕) ด้านวิชาการศึกษาพิเศษ

(๖๖) ด้านวิชาการเศรษฐกิจ

(๖๗) ด้านวิชาการส่งเสริมการเกษตร

(๖๘) ด้านวิชาการสถิติ

(๖๙) ด้านวิชาการสรรพสามิต

(๗๐) ด้านวิชาการสรรพากร

(๗๑) ด้านวิชาการสหกรณ์

(๗๒) ด้านวิชาการสอบ

(๗๓) ด้านวิชาการสัตวบาล

(๗๔) ด้านวิชาการสาธารณสุข

(๗๕) ด้านวิชาการสิ่งแวดล้อม

(๗๖) ด้านวิชาการสุขศึกษา

(๗๗) ด้านวิชาการสุขาภิบาล

(๗๘) ด้านวิชาการอาหารและยา

(๗๙) ด้านวิชาการอุทกวิทยา

(๘๐) ด้านวิทยาศาสตร์

(๘๑) ด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์

(๘๒) ด้านวิเทศสหการ

(๘๓) ด้านวิศวกรรม

(๘๔) ด้านวิศวกรรมสำรวจ

(๘๕) ด้านส่งเสริมและสอนการพลศึกษา

(๘๖) ด้านสถิติเศรษฐสังคม

(๘๗) ด้านสอบสวนคดีพิเศษ

(๘๘) ด้านสังคมสงเคราะห์

(๘๙) ด้านสัตววิทยา

(๙๐) ด้านสำรวจดิน

(๙๑) ด้านอักษรศาสตร์

(๙๒) ด้านอาลักษณ์

(๙๓) ด้านอุตุนิยมวิทยา

(๙๔) ด้านอื่นที่ ก.พ.

กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์ ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญมี ๓ ประเภท ได้แก่

ตำแหน่งประเภททั่วไป ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะและตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลางตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาและโดยที่มาตรา

๔๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

ซึ่งออกตามมาตรา ๓๙ ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ

หรือเชี่ยวชาญเฉพาะตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชบัญญัติดัง

กล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐[๔]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒

วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ และมาตรา ๕

แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๓๘ บัญญัติให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไปรับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะได้

สมควรแก้ไขมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้สอดคล้องกัน

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๕]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญในสายงานด้านการเจ้าหน้าที่

ด้านคดีพิเศษ ด้านคุมประพฤติ ด้านจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านจิตวิทยา

ด้านเดินเรือระหว่างประเทศ ด้านตรวจสอบภายใน ด้านตรวจสอบศุลกากร

ด้านทำแผนที่ภาพถ่าย ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ด้านพัฒนาการกีฬา ด้านพัฒนาการท่องเที่ยว

ด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้านพัฒนาระบบราชการ ด้านพัฒนาสังคม ด้านภูมิสถาปัตยกรรม

ด้านวิชาการเงินและบัญชี ด้านวิชาการทรัพยากรธรณี ด้านวิชาการที่ดิน

ด้านวิชาการยุติธรรม ด้านวิชาการวัฒนธรรม ด้านวิชาการศาสนา ด้านวิชาการศึกษาพิเศษ

ด้านวิชาการส่งเสริมการเกษตร ด้านวิชาการสรรพสามิต ด้านวิชาการสรรพากร

ด้านวิชาการอุทกวิทยา ด้านวิศวกรรมสำรวจ ด้านสอบสวนคดีพิเศษ และด้านอาลักษณ์

เป็นตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

และคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบให้เป็นตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๓๘ แล้ว

สมควรกำหนดให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะเพิ่มเติม

เพื่อประโยชน์ในการได้รับเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๐/หน้า ๗/๒๓ กันยายน ๒๕๓๕

[๒] มาตรา ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐

[๓] มาตรา ๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๖ ก/หน้า ๑๐/๑๙ มีนาคม ๒๕๔๐

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๕/๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาชีพเฉพาะและประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e46bab8da15d4a9b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com