法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด และรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๓

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ว่าด้วยเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด

และรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

พ.ศ. ๒๕๖๓

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำกับดูแล การมี การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิดและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อใช้คุ้มครองป้องกันสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข ทำลาย หรือทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ ให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ และเพื่อประโยชน์ในการควบคุมการใช้งานและการดูแลรักษาให้มีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด และรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการกำกับดูแล การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด พ.ศ. ๒๕๕๖

(๒) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการมีและการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“เสื้อเกราะ” หมายความว่า เสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิดที่สำนักงานได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย

“รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน” หมายความว่า รถยนต์พร้อมอุปกรณ์ในการป้องกันชีวิตหรือร่างกายบุคคลจากการประทุษร้ายโดยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่สำนักงานได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย

“ผู้อนุญาต” หมายความว่า เลขาธิการหรือผู้ซึ่งปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ

“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ครอบครองและใช้เสื้อเกราะ หรือได้รับอนุญาตให้ใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

“นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลการครอบครอง การใช้ และการเก็บรักษาเสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานดำเนินการจัดให้มีเสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนสำหรับไว้ใช้ในราชการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ใช้บังคับตามความจำเป็นเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การใช้เสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนของสำนักงาน ให้ใช้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่และเพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สำนักงานจัดให้มีสถานที่เก็บรักษาเสื้อเกราะ หรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนที่มั่นคง แข็งแรงและปลอดภัยยังที่ทำการสำนักงานหรือสถานที่อันสมควรอันจะทำให้การเก็บรักษามีความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การอนุญาตให้ใช้เสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนให้อนุญาตได้คราวละไม่เกินหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้มีสิทธิที่จะครอบครองและใช้เสื้อเกราะ หรือใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามระเบียบนี้

การอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ขออนุญาตครอบครองและใช้เสื้อเกราะและใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนต้องเป็นบุคคล ดังต่อไปนี้

(๑) กรรมการไต่สวนที่เป็นบุคคลผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒) หัวหน้าพนักงานไต่สวน พนักงานไต่สวน

(๓) พนักงานเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้อนุญาตอาจอนุญาตให้ผู้ขออนุญาตใช้เสื้อเกราะ และรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนร่วมกับบุคคลที่สนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยเป็นการชั่วคราวด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บุคคลผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่เคยมีพฤติการณ์เสื่อมเสียเกี่ยวกับการใช้เสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

(๒) ไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินการทางวินัยหรือลงโทษทางวินัยเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการอนุญาตให้ครอบครองและใช้เสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ให้ผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตให้กับผู้รับอนุญาตได้ตามความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้รับอนุญาต และเพื่อป้องกันอันตรายจากการประทุษร้ายโดยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยผู้อนุญาตอาจกำหนดเงื่อนไขและพื้นที่การใช้ตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อผู้อนุญาตเห็นสมควรหรือตามรายงานความเห็นของนายทะเบียนว่าผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตหรือขาดคุณสมบัติการได้รับอนุญาตตามข้อ ๒๐ (๖) ผู้อนุญาตอาจเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามข้อ ๒๒ (๕) ก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนเงื่อนไขการได้รับอนุญาตหรือขาดคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้อนุญาตพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตและแจ้งให้นายทะเบียนดำเนินการตามหมวด ๔ การเพิกถอนการอนุญาต การส่งคืน และการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนเงื่อนไขการได้รับอนุญาต และปรากฏว่าเสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเกิดความเสียหาย สูญหายหรือชำรุดบกพร่องอันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับอนุญาต ให้ถือเป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการขออนุญาต ให้ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตโดยระบุเหตุผลและความจำเป็นต้องใช้เสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนของสำนักงานเพื่อป้องกันอันตรายในชีวิตและทรัพย์สิน ตามแบบที่สำนักงานกำหนดต่อผู้บังคับบัญชาตามลาดับชั้น เพื่อให้รับรองเหตุผลและความจำเป็น ก่อนเสนอคำขอต่อผู้อนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อผู้รับอนุญาตได้รับอนุญาตตามข้อ ๑๕ แล้ว ให้ผู้รับอนุญาตขอรับเสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน เพื่อนำไปใช้ในทางราชการต่อนายทะเบียน ตามแบบที่สำนักงานกำหนด

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจยื่นคำขอเพื่อให้รับรองเหตุผลและความจำเป็นตามข้อ ๑๕ ได้ ผู้ขออนุญาตอาจขอใช้เสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนต่อผู้อนุญาตได้โดยตรงด้วยวาจา และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้ผู้รับอนุญาตทำหลักฐานการขอใช้เสนอผู้อนุญาตภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้รับอนุญาตใช้เสื้อเกราะของสำนักงาน ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ใช้เสื้อเกราะด้วยตนเอง เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นอาจให้บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับอนุญาต ใช้เสื้อเกราะเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตามระเบียบนี้ได้

(๒) ดูแลรักษาเสื้อเกราะด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้และบำรุงรักษาเสื้อเกราะอย่างเคร่งครัด เสมือนเป็นทรัพย์สินของตนเอง

(๓) รายงานเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตหรือนายทะเบียนในทันทีที่เกิดการชำรุด สูญหาย บุบสลาย เสียหาย ถูกทำลายหรือถูกยึดโดยเจ้าพนักงาน

(๔) นำส่งคืนนายทะเบียนภายในเวลาตามที่ได้รับอนุญาต หรือทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจหรือเมื่อถูกเพิกถอนการอนุญาต หรือเมื่อครบกำหนดอนุญาต หรือเมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งให้ส่งคืน

(๕) ชดใช้ความเสียหายอย่างใด ๆ ที่เกิดขึ้น เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากการใช้งานตามปกติ

(๖) ปฏิบัติการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

การรายงานตาม (๓) และการนาส่งคืนตาม (๔) ให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การขอใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติตามข้อ ๑๗ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ด้วย และมีหน้าที่รายงานสภาพให้นายทะเบียนทราบทุกหนึ่งเดือน

ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตนำรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนไปใช้ในการอื่นที่มิใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการหรือนอกเหนือความจำเป็นในการใช้ และเมื่อมีการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเสร็จสิ้นแล้วให้นำมาเก็บไว้ในสถานที่เก็บรักษาโดยเร็ว พร้อมทั้งรายงานให้นายทะเบียนทราบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตทำการทดสอบประสิทธิภาพเสื้อเกราะ หรือทำการทดสอบหรือแก้ไขดัดแปลงรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ในทุกกรณี

การกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นความผิดวินัย

นายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เลขาธิการแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานระดับไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการสำนักขึ้นไปคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็นในการควบคุม กำกับดูแล การใช้เสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนเป็นนายทะเบียน และอาจแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานเป็นผู้ช่วยนายทะเบียนตามที่เห็นสมควรก็ได้ โดยให้นายทะเบียนและผู้ช่วยนายทะเบียนมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) การจัดระบบ จัดหา ควบคุมและเก็บรักษา

(๒) การควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๓) การตรวจสอบสภาพ ตรวจนับจำนวน และรายงานการใช้เสนอต่อผู้อนุญาต ดังนี้

(ก) กรณีเสื้อเกราะ ให้รายงานทุกสิ้นเดือนกันยายนของทุกปี หรือตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

(ข) กรณีรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ให้รายงานทุกหกเดือน หรือตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

(๔) การจัดทำบัญชีรับจ่ายยุทธภัณฑ์ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น

(๕) การรายงานต่อผู้อนุญาตในทันทีเมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตเสียชีวิต หรือต้องระวางโทษจำคุก

(๖) การรายงานความเห็นเสนอต่อผู้อนุญาตเพื่อเพิกถอนการอนุญาตเมื่อปรากฏว่า ผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เสื้อเกราะและการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน และการห้ามทดสอบประสิทธิภาพเสื้อเกราะ หรือทำการทดสอบหรือแก้ไขดัดแปลงรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ หรือเป็นบุคคลผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒

(๗) การรับส่งคืนเสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามข้อ ๒๓ หรือข้อ ๒๔ หรือรายงานต่อผู้อนุญาตตามข้อ ๒๕ วรรคสอง และข้อ ๒๖

(๘) การติดตามหรือเรียกให้มีการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ ๑๗ (๕) และข้อ ๑๘ วรรคหนึ่ง และรายงานพร้อมความเห็นเสนอผู้อนุญาต

(๙) การปฏิบัติอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามที่เลขาธิการเห็นสมควร

ในการเสนอให้มีการจำหน่ายจากบัญชีรับจ่ายยุทธภัณฑ์หรือทำลายเสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์ประเภทที่ใช้สำหรับการป้องกันวัตถุระเบิด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้นายทะเบียนมีหน้าที่รายงานและเสนอความเห็นต่อเลขาธิการ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

การเพิกถอนการอนุญาต การส่งคืน และการชดใช้ค่าเสียหาย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้รับอนุญาตอาจถูกเพิกถอนการอนุญาตได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๑

(๒) ขาดคุณสมบัติโดยมีพฤติการณ์เสื่อมเสียตามข้อ ๑๒

(๓) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หรือฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย

(๔) ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเกี่ยวกับการใช้เสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน

(๕) เมื่อผู้อนุญาตเห็นสมควรโดยมีพฤติการณ์ที่อาจทำให้เพิกถอนการอนุญาต หรือตามรายงานความเห็นของนายทะเบียนตามข้อ ๒๐ (๖)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในการส่งคืนเสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ให้ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) การส่งคืนภายในเวลาที่ได้รับอนุญาต หรือเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจหรือเมื่อถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือเมื่อครบกำหนดการอนุญาต หรือเมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งให้ส่งคืนตามข้อ ๑๗ (๔) หรือข้อ ๑๘ ให้ผู้รับอนุญาตส่งคืนเสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน ให้แก่นายทะเบียนทันที ทั้งนี้ ต้องไม่เกินห้าวันนับแต่เวลาที่การอนุญาตสิ้นสุดลง หรือวันเสร็จสิ้นภารกิจ หรือมีคำสั่งเพิกถอนหรือเมื่อครบกำหนดการอนุญาต

(๒) ผู้รับอนุญาตเสียชีวิต ให้ส่งคืนภายในสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตเสียชีวิต

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งเพิกถอนตามข้อ ๑๔ และข้อ ๒๒ และผู้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่ส่งคืนเสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนตามข้อ ๒๓ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกคืนเสื้อเกราะหรือรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนจากผู้รับอนุญาตหรือผู้ครอบครอง รวมถึงการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีผู้รับอนุญาตเสียชีวิต ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ มีหน้าที่ส่งคืนเสื้อเกราะแทนผู้รับอนุญาต

(๑) ผู้บังคับบัญชาของผู้รับอนุญาต

(๒) ผู้จัดการมรดกหรือทายาทของผู้รับอนุญาต

(๓) ผู้ที่ครอบครอง

ในกรณีที่ปรากฏว่าเสื้อเกราะที่รับอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดบกพร่องจนไม่สามารถนำส่งคืนได้ ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งแจ้งให้นายทะเบียนทราบโดยทันทีเพื่อรายงานผู้อนุญาตให้มีการเรียกคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดบกพร่องจนไม่สามารถนำส่งคืนได้ ให้นำความในข้อ ๒๕ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในการชดใช้ค่าเสียหายตามระเบียบนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่เสื้อเกราะและรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุนหมดอายุการใช้งาน เสื่อมสภาพ หรือชำรุดจนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้นอกจากกรณีการจำหน่ายจากบัญชีรับจ่ายยุทธภัณฑ์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ใช้บังคับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บรรดาการใด ๆ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการกำกับดูแล การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด พ.ศ. ๒๕๕๖ และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการมี และการใช้รถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๐ ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นอันใช้ได้ และให้ดำเนินการต่อไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓

พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พิไลภรณ์/จัดทำ

๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๑๐/๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด และรถยนต์หุ้มเกราะป้องกันกระสุน พ.ศ. ๒๕๖๓ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e4d70f453c17e297

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com