ข้อ ๓ การสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตําแหน่งหน้าที่เดิมให้กระทําได้ ในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็น ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อข้าราชการผู้ใด
(ก) มีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และ
(ข) ถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนสอบสวนหรืออาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ
(2) เมื่อข้าราชการกระทําหรือละเว้นกระทําการใดจนต้องคําพิพากษาว่าเป็นผู้กระทําความผิดอาญา และผู้มีอํานาจสั่งบรรจุพิจารณาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคําพิพากษานั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าการกระทําหรือละเว้นกระทําการนั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือเป็นกรณีที่ศาลยกฟ้อง แต่มิได้ยกฟ้องในประเด็นเนื้อหาแห่งคดี และผู้มีอํานาจดังกล่าวเห็นว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(3) เมื่อข้าราชการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ และผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร และการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการอย่างร้ายแรง
(4) เมื่อข้าราชการถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ถ้อยคํารับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ และได้มีการบันทึกถ้อยคํารับสารภาพเป็นหนังสือ
(5) เมื่อข้าราชการมีกรณีถูกสอบสวนเพราะหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ราชการ และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือจะเป็นการเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ
(6) เมื่อข้าราชการผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตําแหน่งหน้าที่นั้น ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูลและถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งเดิมต่อไป อาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ
(7) เมื่อข้าราชการผู้ใดประพฤติปฏิบัติตนไม่สมควร ขัดต่อนโยบายสําคัญของศาลรัฐธรรมนูญหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือระเบียบ คําสั่ง ข้อบังคับ อันส่งผลต่ออํานาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือการพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ หรือมีผลต่อการบริหารงานของศาลรัฐธรรมนูญหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือทําให้การบังคับใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศของศาลรัฐธรรมนูญหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเสื่อมประสิทธิภาพ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูลและถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ
(8) เมื่อข้าราชการผู้ใดไม่รักษาความลับของทางราชการ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ
(9) เมื่อข้าราชการผู้ใดไม่รักษาความสามัคคีระหว่างข้าราชการหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการด้วยกันซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ
(10) กรณีอื่นที่มีเหตุผลและความจําเป็นอย่างอื่น โดยได้รับอนุมัติจากองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ