法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการสั่งข้าราชการให้ประจำสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว

พ.ศ. 2561

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดให้มีระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว เพื่อให้การบริหารงานบุคคลของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2561”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตําแหน่งหน้าที่เดิมให้กระทําได้ ในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็น ดังต่อไปนี้

(1) เมื่อข้าราชการผู้ใด

(ก) มีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และ

(ข) ถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนสอบสวนหรืออาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ

(2) เมื่อข้าราชการกระทําหรือละเว้นกระทําการใดจนต้องคําพิพากษาว่าเป็นผู้กระทําความผิดอาญา และผู้มีอํานาจสั่งบรรจุพิจารณาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคําพิพากษานั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าการกระทําหรือละเว้นกระทําการนั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือเป็นกรณีที่ศาลยกฟ้อง แต่มิได้ยกฟ้องในประเด็นเนื้อหาแห่งคดี และผู้มีอํานาจดังกล่าวเห็นว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(3) เมื่อข้าราชการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ และผู้บังคับบัญชาได้ดําเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร และการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการอย่างร้ายแรง

(4) เมื่อข้าราชการถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ถ้อยคํารับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ และได้มีการบันทึกถ้อยคํารับสารภาพเป็นหนังสือ

(5) เมื่อข้าราชการมีกรณีถูกสอบสวนเพราะหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ราชการ และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือจะเป็นการเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

(6) เมื่อข้าราชการผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตําแหน่งหน้าที่นั้น ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูลและถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งเดิมต่อไป อาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ

(7) เมื่อข้าราชการผู้ใดประพฤติปฏิบัติตนไม่สมควร ขัดต่อนโยบายสําคัญของศาลรัฐธรรมนูญหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือระเบียบ คําสั่ง ข้อบังคับ อันส่งผลต่ออํานาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือการพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ หรือมีผลต่อการบริหารงานของศาลรัฐธรรมนูญหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือทําให้การบังคับใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศของศาลรัฐธรรมนูญหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเสื่อมประสิทธิภาพ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูลและถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ

(8) เมื่อข้าราชการผู้ใดไม่รักษาความลับของทางราชการ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ

(9) เมื่อข้าราชการผู้ใดไม่รักษาความสามัคคีระหว่างข้าราชการหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการด้วยกันซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตําแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือทางราชการ

(10) กรณีอื่นที่มีเหตุผลและความจําเป็นอย่างอื่น โดยได้รับอนุมัติจากองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตําแหน่งหน้าที่เดิมให้กระทําได้ ในกรณีเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ ดังต่อไปนี้

(1) ไปปฏิบัติราชการนอกสังกัดสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปราชการต่างประเทศมีกําหนดระยะเวลาเกินหนึ่งปี

(2) ไปศึกษาหรือฝึกอบรมมีกําหนดระยะเวลาเกินหนึ่งปี

(3) ได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามระเบียบว่าด้วยการลา

(4) ได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสที่ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามระเบียบว่าด้วยการลา

(5) กรณีอื่นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ โดยได้รับอนุมัติจากองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การสั่งข้าราชการในตําแหน่งตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารขึ้นไป ให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้พ้นจากตําแหน่งหน้าที่เดิมให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้สั่งเมื่อได้รับความเห็นชอบจากองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

การสั่งให้ข้าราชการในตําแหน่งอื่นนอกเหนือจากวรรคหนึ่งให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยให้พ้นจากตําแหน่งหน้าที่เดิม ให้เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้สั่ง และให้รายงานองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามข้อ 3 ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุสั่งได้เป็นเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้นั้นถูกสั่ง ส่วนการสั่งข้าราชการให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามข้อ 4 ให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุสั่งได้ตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติราชการหรือไปราชการ หรือไปศึกษาหรือไปฝึกอบรม หรือได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงาน หรือได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรส หรือตามความจําเป็น แล้วแต่กรณี

เมื่อมีการสั่งข้าราชการผู้ใดให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามข้อ 3 แล้ว และผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ เห็นว่ายังมีเหตุผลความจําเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องให้ผู้นั้นประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญต่อไปเกินกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้อีก แต่กําหนดเวลาที่ขอขยายนั้น เมื่อรวมกับกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่งแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีหกเดือนนับแต่วันที่ผู้นั้นถูกสั่งให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ให้ขอขยายเวลาก่อนวันครบกําหนดเวลาเดิมไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีที่มีการสั่งข้าราชการผู้ใดให้ประจําสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามข้อ 3 แล้วและเป็นกรณีที่มิได้มีคํา สั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือมิได้มีคํา สั่งให้ออกจากราชการให้ข้าราชการผู้นั้นจัดทําข้อตกลงการปฏิบัติราชการกับผู้มีอํานาจสั่งบรรจุหรือผู้ได้รับมอบหมายและทําการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการผู้นั้นตามประกาศสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญหากปรากฏว่าข้าราชการผู้นั้นมีผลการปฏิบัติราชการในระดับที่ต้องปรับปรุงก็ให้แจ้งข้าราชการผู้นั้นทราบพร้อมทั้งกําหนดให้ข้าราชการผู้นั้นทําคํามั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นระยะเวลาสามเดือนโดยกําหนดเป้าหมายในระดับตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไปตามประกาศสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่ผลการประเมินตามคํามั่นดังกล่าวอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุงก็ให้แจ้งข้าราชการผู้นั้นทราบและให้ข้าราชการผู้นั้นทําทัณฑ์บนว่าจะพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นระยะเวลาสามเดือนโดยกําหนดเป้าหมายการประเมินในระดับตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไปตามประกาศสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หากผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการผู้นั้นอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุงให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุดําเนินการสั่งให้ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

นุรักษ์ มาประณีต

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการสั่งข้าราชการให้ประจำสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e553459e7b0c38d2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com