法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ

ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๓) และวรรคสอง และมาตรา ๕๑

วรรคหนึ่ง (๒) (จ) (ฉ) (ช) และ (ซ) และวรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการอัยการจึงออกระเบียบ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้

พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ “ก.อ.” หมายความว่า

คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ ก.อ.

มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อัยการสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้

บรรดาระเบียบ ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

การประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๒ ปี และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือก คือ

(๑) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ หรือภาควิชานิติศาสตร์

หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ

ซึ่งคณบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่ารับรองว่าได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์

หรือภาควิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์มาแล้ว ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือข้าราชการตำรวจ

ซึ่งทำหน้าที่พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า

๒๐ เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๓) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าพนักงานคดี สำนักงานอัยการสูงสุด

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานสายงานนิติการที่

ก.อ. กำหนดหรือข้าราชการศาลยุติธรรมตำแหน่งเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม (วุฒิทางกฎหมาย)

หรือเจ้าพนักงานคดี สำนักงานศาลยุติธรรม

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๔) เป็นหรือเคยเป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวน

หรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน กระทรวงกลาโหม

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า

๒๐ เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๕) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐

เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๖)

เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานตรวจสอบทรัพย์สิน

หรือไต่สวนและวินิจฉัยคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๗) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน (วุฒิทางกฎหมาย)

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือนักวิชาการที่ดิน (วุฒิทางกฎหมาย) กรมที่ดิน

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.พ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๘) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานนิติการ)

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.พ. กำหนด หรือเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน)

หรือพนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัยหรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า

๒๐ เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๙) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างในกระทรวงยุติธรรม

ทำหน้าที่พนักงานคุมประพฤติซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานคุมประพฤติที่

ก.พ. กำหนดตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๐) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งนิติกร

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.พ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๑) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

พนักงานในองค์กรของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน ตำแหน่งนิติกร

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกรตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๒) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมาย โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรอง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๓) เป็นหรือเคยเป็นนักวิชาการแรงงาน (วุฒิทางกฎหมาย)

ซึ่งทำหน้าที่ฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย

ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

และได้ว่าความในศาลแรงงานโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความกรณีศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า

๒๐ เรื่อง โดยมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณามาแสดงว่าได้ทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างแท้จริง

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๔) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานราชการของส่วนราชการ ตำแหน่งนิติกร

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร

ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๕) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานปฏิบัติการของสำนักกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้ปฏิบัติการทางกฎหมายในสำนักกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๖) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ

หรือผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างเหมาบริการ (นิติกร) ในสำนักงานอัยการสูงสุด

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร

ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคลอื่นกำหนด แล้วแต่กรณี

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๗) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานของสถาบันการเงินที่ ก.อ. รับรอง

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๘) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายประจำวิชาของคณะนิติศาสตร์

ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่กระทรวงศึกษาธิการให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของหลักสูตรนิติศาสตร์

ซึ่งคณบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่ารับรองว่าได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์มาแล้วในวิชาใดวิชาหนึ่งหรือหลายวิชา

ดังนี้ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

กฎหมายพยานหลักฐาน กฎหมายล้มละลาย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร

กฎหมายแรงงาน กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายพาณิชย์นาวี

หรือกฎหมายระหว่างประเทศ ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๑๙) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ (วุฒิทางกฎหมาย)

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๐) เป็นหรือเคยเป็นนักวิจัยหรือผู้ช่วยนักวิจัย (วุฒิทางกฎหมาย)

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๑) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจซึ่งทำหน้าที่นิติกร

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร

ตามมาตรฐานในสายงานนิติการ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๒) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานคดีปกครอง (วุฒิทางกฎหมาย)

สำนักงานศาลปกครอง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานคดีปกครองตามประกาศประธานศาลปกครองสูงสุด

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานคดีปกครองและการมอบหมายงานระหว่างตุลาการศาลปกครองกับพนักงานคดีปกครอง

ฉบับลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรอง หรือผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๓) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ

(วุฒิทางกฎหมาย) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๔) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐ เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๕) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ตำแหน่งนิติกร หรือเจ้าหน้าที่สอบสวน

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร หรือเจ้าหน้าที่สอบสวนตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๖) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน (วุฒิทางกฎหมาย)

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านสืบสวนสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐

เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๗) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานคดี (วุฒิทางกฎหมาย)

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานสายงานคดีที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำหนด

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๘) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน (วุฒิทางกฎหมาย)

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านสืบสวนสอบสวน

สรุปสำนวนคำร้องมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐ เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒๙) เป็นหรือเคยเป็นนักการทูต (วุฒิทางกฎหมาย) กระทรวงการต่างประเทศ

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายระหว่างประเทศ

การส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาอย่างแท้จริง

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(๓๐) เป็นหรือเคยเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานในสายงานนักกฎหมายกฤษฎีกาที่

ก.พ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นอกจากวิชาชีพที่กำหนดในข้อ ๖

การประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นให้รวมถึงวิชาชีพอย่างอื่นที่ได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายในลักษณะทำนองเดียวกันหรือเทียบได้กับวิชาชีพตามข้อ

๖ ที่ ก.อ. รับรอง ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพที่ ก.อ. กำหนด

การรับรองของผู้บังคับบัญชาว่าผู้สมัครได้ประกอบวิชาชีพที่ ก.อ.

รับรองให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความจะต้องได้ว่าความในศาล

โดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความในการที่ศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า

๒๐ เรื่อง ในจำนวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า ๕ เรื่อง

โดยมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้มาแสดงว่าได้ทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างแท้จริง

ผู้สมัครซึ่งได้ว่าความในศาลตามความในวรรคหนึ่งก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

และไม่อาจให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณารับรองการว่าความได้

ให้มีหนังสือรับรองของศาล

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้มาแสดงว่าได้ทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างแท้จริง

เงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครทดสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (จ)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

ต้องได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์ หรือภาควิชานิติศาสตร์

หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง ก.อ.

รับรองมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ฉ)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง

(๑) นิติกร

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.อ. กำหนดมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ หรือ

(๒) เจ้าพนักงานคดี

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานสายงานนิติการที่

ก.อ. กำหนดมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ทั้งนี้

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งนิติกรหรือเจ้าพนักงานคดีไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการหรือเทียบเท่า

และอัยการสูงสุดรับรองว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตมีความรู้ความสามารถดี

และมีความประพฤติดีเป็นที่ไว้วางใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการอัยการได้

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง

(๑) และ (๒) ให้นับระยะเวลาที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งและได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นรวมกันได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ช)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์

เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์

หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์

นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม

หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

หรือได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นตามหมวด ๑ ตามเงื่อนไขในหมวด ๓ ข้อ ๑๔

มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ซ)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาแพทยศาสตร์

ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์

วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม

สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๑๐ ปี

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งต้องส่งหลักฐานที่แสดงประสบการณ์ในการทำงาน

ผลงาน หรือความรู้เฉพาะด้านในวิชาการด้านนั้น ๆ

เพื่อประกอบการประเมินความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของคณะอนุกรรมการประเมินที่

ก.อ. แต่งตั้ง

ผู้ผ่านการประเมินจึงจะเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑ (๒) (ช) (ซ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

ซึ่งประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์

การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม

หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

จะต้องมีหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชามาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริง

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีหนังสือรับรองตนเองมาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริง

ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

เงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นของผู้สมัครทดสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ข) (ค) (ง)

หรือ (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความพนักงานฝ่ายปกครองหรือข้าราชการตำรวจ

นายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน

เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

หรือเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามหมวด

๑ จะต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่าที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความจะต้องได้ว่าความในศาลโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความในการที่ศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ข) (ค) หรือ (ง) และไม่น้อยกว่า ๓๐

เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ช) ซึ่งในจำนวนนี้

ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า ๕ เรื่อง

(๒) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง

หรือข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐

เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ข) (ค) หรือ (ง) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ช)

(๓) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน

กระทรวงกลาโหม

ต้องได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐

เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ข) (ค) หรือ (ง) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ช)

(๔) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ต้องปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา

๕๑ (๒) (ข) (ค) หรือ (ง) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒)

(ช)

(๕) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง

(งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ต้องปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัยหรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ข) (ค) หรือ (ง) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๕๑ (๒) (ช)

ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้นั้นไปศึกษาต่อต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้สมัครที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นตามข้อ

๑๔ ต้องมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา หรือหนังสือรับรองของศาล

หรือของผู้บังคับบัญชา แล้วแต่กรณี มาแสดงว่าได้ทำหน้าที่นั้นอย่างแท้จริง

ตามแบบที่กำหนดในหมวด ๑

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนหรือแต่เพียงบางส่วนตามข้อกำหนด

ก.อ. เรื่อง

กำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๓๓

(๑) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ฉบับลงวันที่ ๒๙

เมษายน ๒๕๔๕ ฉบับลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๖ ฉบับลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ฉบับลงวันที่

๑๗ กันยายน ๒๕๕๐ หรือฉบับลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๑

ซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ก่อนระเบียบนี้

ให้ถือว่าได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น

ๆ ครบถ้วนแล้ว หรือแต่เพียงส่วนนั้น แล้วแต่กรณี ตามที่ ก.อ. กำหนดตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองจ่าศาลอยู่ก่อนวันที่

๑ เมษายน ๒๕๔๔

และยังคงปฏิบัติหน้าที่เดิมในตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานศาลยุติธรรม

โดยมีผู้บังคับบัญชารับรอง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อมานั้นเป็นการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น

ๆ โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่องกันไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในระหว่างที่

ก.อ. ยังมิได้กำหนดมาตรฐานในสายงานนิติการตามข้อ ๑๐ (๑)

ให้นำมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนดมาใช้บังคับเป็นมาตรฐานในสายงานนิติการของนิติกร

ตามข้อ ๑๐ (๑)

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

จุลสิงห์

วสันตสิงห์

อัยการสูงสุด

ประธานคณะกรรมการอัยการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์

หรือภาควิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๑))

๒. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือข้าราชการตำรวจ

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒))

๓. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานคดี

สำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมตำแหน่งเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม

(วุฒิทางกฎหมาย) หรือเจ้าพนักงานคดี สำนักงานศาลยุติธรรม (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๓))

๔. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นนายทหารทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวน

หรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน กระทรวงกลาโหม (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๔))

๕. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๕))

๖. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๖))

๗. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน

(วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือนักวิชาการที่ดิน (วุฒิทางกฎหมาย)

กรมที่ดิน (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๗))

๘. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง

(งานนิติการ) หรือเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน)

หรือพนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๘))

๙. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างในกระทรวงยุติธรรม

ทำหน้าที่พนักงานคุมประพฤติ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๙))

๑๐. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

ตำแหน่งนิติกร (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๐))

๑๑ หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

พนักงานในองค์กรของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน ตำแหน่งนิติกร (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๑๑))

๑๒. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมาย

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๒))

๑๓. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นนักวิชาการแรงงาน

(วุฒิทางกฎหมาย) ซึ่งทำหน้าที่ฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๓))

๑๔. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งนิติกร

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๔))

๑๕. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานปฏิบัติการของสำนักกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๑๕))

๑๖. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างเหมาบริการ(นิติกร) ในสำนักงานอัยการสูงสุด

ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๖))

๑๗. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานของสถาบันการเงินที่

ก.อ. รับรอง ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๗))

๑๘. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้บรรยายประจำวิชาของคณะนิติศาสตร์

ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่กระทรวงศึกษาธิการให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของหลักสูตรนิติศาสตร์

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๘))

๑๙. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ

(วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๑๙))

๒๐. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นนักวิจัยหรือผู้ช่วยนักวิจัย

(วุฒิทางกฎหมาย) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒๐))

๒๑. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจทำหน้าที่นิติกร

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒๑))

๒๒. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานคดีปกครอง

(วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานศาลปกครอง (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒๒))

๒๓. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

หรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ (วุฒิทางกฎหมาย) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๒๓))

๒๔. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒๔))

๒๕. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ตำแหน่งนิติกร หรือเจ้าหน้าที่สอบสวน (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒๕))

๒๖. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

(วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๒๖))

๒๗. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นพนักงานคดี

(วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๒๗))

๒๘. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน

(วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบ ๒๘))

๒๙. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นนักการทูต

(วุฒิทางกฎหมาย) กระทรวงการต่างประเทศ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๒๙))

๓๐. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบ ๓๐))

๓๑. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น

(แบบตามข้อ ๗))

๓๒. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นทนายความ (สำหรับคดีหลังวันถัดจากวันที่ระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษา)

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบตามข้อ ๘ วรรคหนึ่ง))

๓๓. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นทนายความ (สำหรับคดีก่อนและในวันที่ระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษา)

(วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบตามข้อ ๘ วรรคสอง))

๓๔. บัญชีรายละเอียดการว่าความคดีอาญา

๓๕. บัญชีรายละเอียดการว่าความคดีแพ่ง

๓๖. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑(๒)(จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์

หรือภาควิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาซึ่ง ก.อ.รับรอง (สนามเล็ก

(แบบ ๑))

๓๗. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑(๒)(ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

ซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการ ตำแหน่งนิติกร/เจ้าพนักงานคดี (สนามเล็ก (แบบ ๒))

๓๘. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑(๒)(ช) (ซ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม

สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน (สนามเล็ก

(แบบ ๓))

๓๙. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑(๒)(ช) (ซ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม

หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน(สนามเล็ก

(แบบ ๔))

๔๐. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๐ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเคยเป็นรองจ่าศาลและปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อมานับแต่วันที่

๑ เมษายน ๒๕๔๔ (วิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น (แบบตามข้อ ๑๗))

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ เมษายน ๒๕๕๖

ชาญ/ผู้ตรวจ

๑๗ เมษายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๔๓/๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e55b97cb82ef859c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com