法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินแก่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินแก่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัย

และสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่สมควรกำหนดให้มีข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินแก่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อให้การจัดสรรเงินแก่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๗) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกอบกับมติคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินแก่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

“ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

“คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนให้สอดคล้องกับภารกิจของกองทุน

“คณะอนุกรรมการพัฒนาโครงการ” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ และประสบการณ์ด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทำหน้าที่ปรับปรุง แก้ไขให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้ขอรับการสนับสนุน เพื่อให้โครงการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“ผู้ขอรับการสนับสนุน” หมายความว่า บุคคลธรรมดา นิติบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน

“องค์กรชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งประกอบด้วยผู้บรรลุนิติภาวะจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนที่มีภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในชุมชนหรือท้องถิ่น ร่วมกันดำเนินการในลักษณะเป็นองค์กรซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ และไม่แสวงหากำไร รวมทั้งมีการดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

“องค์กรเอกชน” หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือเป็นส่วนงานหรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ และไม่แสวงหากำไร รวมทั้งมีการดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

“องค์กรสาธารณประโยชน์” หมายความว่า องค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ผู้ขอรับการสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนมี ๓ ประเภท ได้แก่

(๑) บุคคลธรรมดา

(๒) นิติบุคคล

(๓) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน หรือองค์กรสาธารณประโยชน์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ขอรับการสนับสนุนประเภทบุคคลธรรมดาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

ก. คุณสมบัติ

(๑) มีสัญชาติไทย หรือไม่มีสัญชาติไทยแต่มีถิ่นที่อยู่ประจำในประเทศไทยและมีผู้รับรองซึ่งเป็นข้าราชการหรือพนักงานในหน่วยงานของรัฐที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการหรือเทียบเท่า

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๙

ข. ลักษณะต้องห้าม

(๑) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๒) อยู่ในระหว่างถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๓) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๔) เป็นกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ อนุกรรมการกองทุน ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ขอรับการสนับสนุนประเภทนิติบุคคล ได้แก่

(๑) มูลนิธิ สมาคม หรือนิติบุคคลอื่น ๆ ที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานด้านการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

(๒) สถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

(๓) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ขอรับการสนับสนุนซึ่งเป็นองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานด้านผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีผู้ขอรับการสนับสนุนอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ซึ่งเป็นนักเรียน หรือนักศึกษาในสถานศึกษาและเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนของวิชาหรือคณะในสถานศึกษานั้น ให้แสดงความจำนงต่อสถานศึกษาของตน เพื่อให้สถานศึกษาดำเนินการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขอรับการสนับสนุนตามข้อ ๗ (๑) และข้อ ๘ จะต้องไม่มีผู้ที่เป็นกรรมการกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน อนุกรรมการบริหารกองทุน ที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๑๓) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้าง ของสำนักงาน

ลักษณะของโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ โครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุน ต้องเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘ และจะต้องเป็นโครงการหรือกิจกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(๑) โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตหรือการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการผลิตหรือพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่คณะกรรมการกำหนด

(๒) โครงการหรือกิจกรรมที่เป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยกระบวนการวิจัย การผลิต การพัฒนานวัตกรรม การสร้างสรรค์เผยแพร่ เรียนรู้ และถ่ายทอดแก่สังคม

(๓) โครงการหรือกิจกรรมที่เพิ่มคุณค่าหรือมูลค่างานสร้างสรรค์ต่อสังคม

(๔) โครงการหรือกิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับมาตรการส่งเสริมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดแนวทางหรือลักษณะของโครงการหรือกิจกรรมรวมทั้งระยะเวลาการเปิดรับโครงการหรือกิจกรรมที่จะให้การสนับสนุนในแต่ละปีต่อสาธารณะ

การเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ผู้ขอรับการสนับสนุนเสนอโครงการหรือกิจกรรมตามข้อ ๑๒ ยื่นคำขอพร้อมทั้งรายละเอียดโครงการหรือกิจกรรมและงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนต่อสำนักงานตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ โครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนต้องแสดงรายละเอียดการดำเนินงานที่ครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม รวมทั้งเป้าหมาย ผลลัพธ์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ต้องเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และสอดคล้องกับงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ขอรับการสนับสนุนต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนโดยตรง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ขอรับการสนับสนุนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และพันธสัญญาหรือข้อตกลงตามที่คณะกรรมการกำหนด

การพิจารณาอนุมัติโครงการหรือกิจกรรม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อสำนักงานได้รับคำขอรับการสนับสนุนตามข้อ ๑๓ แล้ว ให้ดำเนินการตรวจสอบแบบคำขอรับการสนับสนุนข้อมูลเอกสารและหลักฐานภายในสามสิบวันนับจากวันรับแบบคำขอกรณีที่เอกสารและหลักฐานไม่ครบถ้วนตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด ให้สำนักงานแจ้งผู้ขอรับการสนับสนุนปรับปรุงแก้ไข ให้ครบถ้วนถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ขอรับการสนับสนุนไม่ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อสำนักงานดำเนินการตรวจสอบแบบคำขอและข้อมูลเอกสารรวมทั้งหลักฐานตามข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ แล้วให้จัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรม และคณะอนุกรรมการพัฒนาโครงการเพื่อทำหน้าที่พัฒนาโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุน

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการหรือกิจกรรมนั้นมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนสมควรได้รับการสนับสนุน ให้รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อทราบ

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการหรือกิจกรรมใดสมควรได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ ให้ส่งต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาโครงการเพื่อปรับปรุง แก้ไข พัฒนาหรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดตามที่เห็นสมควร และเมื่อคณะอนุกรรมการพัฒนาโครงการดำเนินการเสร็จแล้วให้รายงานผลต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ

เมื่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณารายงานผลตามวรรคสามแล้ว เห็นว่าโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนมีความครบถ้วนสมบูรณ์สมควรให้การสนับสนุน ให้รายงานต่อคณะกรรมการทราบก่อนเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาและมีมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติการขอรับการสนับสนุนแล้ว ให้ผู้จัดการแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะอนุกรรมการมีมติ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนได้รับหนังสือแจ้งผลการอนุมัติแล้ว ให้ทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ในกรณีที่ไม่มาทำสัญญา ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิการขอรับการสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การเบิกจ่ายเงินกองทุนสนับสนุนโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา

การติดตามและประเมินผล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนไปแล้ว ต้องรายงานความก้าวหน้าเพื่อประโยชน์ในการประเมินผลของโครงการหรือกิจกรรมต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานกำหนดและต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะอนุกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและคณะอนุกรรมการพัฒนาโครงการ หรือผู้จัดการเข้าตรวจสอบการดำเนินงานรวมถึงเอกสารและหลักฐานอื่นตามที่ได้รับการสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สำนักงานจัดทำทะเบียนผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุน เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินของกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะอนุกรรมการหรือผู้จัดการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเพื่อติดตามและประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนไม่ดำเนินการตามโครงการหรือกิจกรรมและเงื่อนไขในสัญญา ให้สำนักงานรายงานผลต่อคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการเป็นกรณี ๆ ไปหากผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนนำเงินไปใช้นอกเหนือจากสัญญา หรือดำเนินการล่าช้าเกินควรแก่กรณี ผู้จัดการโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยให้ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนคืนหรือชดใช้เงินตามเงื่อนไขในสัญญาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้คณะอนุกรรมการจัดทำรายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานของโครงการหรือกิจกรรมเสนอต่อคณะกรรมการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การรายงานตามข้อ ๒๗ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อทราบด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

พรวิภา/ภวรรณตรี/จัดทำ

๑๐ เมษายน ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๒๐ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๙๖ ง/หน้า ๖/๓ เมษายน ๒๕๖๐

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินแก่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e644e39db4da6ab3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com