法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สธ/น. 45/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดในการจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบธุรกิจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สธ/น. 45/2559

เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกําหนดในการจัดให้มี

ระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อการดําเนินธุรกิจ

อย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบธุรกิจ

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 5(1) ประกอบกับข้อ 12(3) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่ ทธ. 35/2556 เรื่อง มาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556 สํานักงานออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แต่ไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจดังต่อไปนี้

(1) ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

(2) ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าระหว่างผู้ค้าหลักทรัพย์

(3) ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการเงินร่วมลงทุน

(4) ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทการเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(5) ผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(6) สถาบันการเงินที่มีหน่วยงานกํากับดูแลธุรกิจหลักโดยตรงอยู่แล้วและสถาบันการเงินนั้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในภายหลัง หากหน่วยงานกํากับดูแลดังกล่าวมีข้อกําหนดหรือแนวทางปฏิบัติให้สถาบันการเงินนั้นปฏิบัติในลักษณะเดียวกับหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงเพื่อการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบธุรกิจตามประกาศนี้

“งานที่สําคัญ” หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการให้บริการ การทําธุรกรรมหรืองานอื่น ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งหากมีการหยุดชะงักอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้า การดําเนินงาน ธุรกิจ ชื่อเสียง ฐานะและผลการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจอย่างมีนัยสําคัญ

“ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของผู้ประกอบธุรกิจให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงาน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เพื่อให้มั่นใจว่างานที่สําคัญของผู้ประกอบธุรกิจจะสามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่องหรือกลับมาดําเนินการได้ในเวลาที่เหมาะสมเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทําให้การปฏิบัติงานตามปกติของผู้ประกอบธุรกิจต้องหยุดชะงัก ผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีนโยบายการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการ

(2) จัดให้มีแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP) ที่สอดคล้องกับนโยบายที่กําหนดขึ้นตาม (1) โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการ หรือคณะทํางานที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการดังกล่าว

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีการปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายและแผนดังกล่าวอย่างมีนัยสําคัญ ให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการตามวิธีการที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี

เพื่อประโยชน์ตามความในวรรคหนึ่ง คําว่า “ผู้บริหารระดับสูง” หมายความว่า ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่ากับตําแหน่งข้างต้นที่เรียกชื่ออย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีการระบุงานที่สําคัญ ตลอดจนประเมินความเสี่ยงที่อาจทําให้งานที่สําคัญหยุดชะงัก วิเคราะห์ผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจและประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดชะงักของงานที่สําคัญ เพื่อให้สามารถกําหนดลําดับความสําคัญของการดําเนินการและทรัพยากรที่จะใช้ในการดําเนินการให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถกลับมาดําเนินงานได้ตามปกติ(recovery) อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ แผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องตามข้อ 2(2) ต้องครอบคลุมงานที่สําคัญ โดยอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) ขั้นตอนการดําเนินการเพื่อรองรับหรือเรียกคืนการดําเนินงานให้กลับสู่สภาวะปกติที่มีรายละเอียดเพียงพอที่บุคลากรหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถปฏิบัติได้

(2) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานในกรณีที่มีการหยุดชะงักของงานที่สําคัญรวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว

(3) การติดต่อสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก ซึ่งอย่างน้อยต้องกําหนดวิธีการและช่องทางการติดต่อสื่อสาร และข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบการติดต่อสื่อสาร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานตามข้อ 4(2) และข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบการติดต่อสื่อสารตามข้อ 4(3) โดยต้องปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการดําเนินการตามนโยบายการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ และแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบธุรกิจต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดสรรทรัพยากรและงบประมาณแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามนโยบายและแผนดังกล่าวอย่างเพียงพอ

(2) จัดให้มีมาตรการในการควบคุมและติดตามการดําเนินการตามนโยบายและแผนดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้บริการงานที่สําคัญจากผู้ให้บริการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้แผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องครอบคลุมถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์ซึ่งอาจทําให้การปฏิบัติงานตามปกติของผู้ให้บริการต้องหยุดชะงัก เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจมีการดําเนินการที่ทําให้มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการจะสามารถให้บริการงานที่สําคัญได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

เพื่อประโยชน์ตามความในวรรคหนึ่ง คําว่า “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการที่ติดต่อหรือให้บริการกับผู้ลงทุนในนามของผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ให้บริการในงานที่สําคัญและงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีการดําเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

(1) ทดสอบและทบทวนแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

(2) ประเมินผลการทดสอบตาม (1) และจัดทํารายงานผลการประเมินดังกล่าว โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทําหน้าที่ดังกล่าว ต้องมีความรู้ความสามารถและมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

(3) รายงานผลการดําเนินการตาม (1) และ (2) ต่อคณะกรรมการหรือคณะทํางานที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการดังกล่าว

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร ระบบงานหรือปัจจัยอื่น ที่มีผลกระทบต่อการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจอย่างมีนัยสําคัญ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีการดําเนินการตาม (1) โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่เกิดการหยุดชะงักของงานที่สําคัญของผู้ประกอบธุรกิจ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งเหตุที่ทําให้งานที่สําคัญหยุดชะงักพร้อมรายละเอียดให้สํานักงานทราบในโอกาสแรกที่ทําได้โดยต้องไม่เกินวันทําการถัดจากวันที่เกิดการหยุดชะงักของงานที่สําคัญดังกล่าว และเมื่อการหยุดชะงักของงานที่สําคัญสิ้นสุดลงแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้สํานักงานทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามข้อ 8 และข้อ 9 เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันที่จัดทําเอกสารหลักฐานนั้น โดยต้องจัดเก็บในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้เมื่อได้รับการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

(นายรพี สุจริตกุล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สธ/น. 45/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดในการจัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบธุรกิจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e647030aea5fd108

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com