法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2533) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๓๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัว

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๓๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๓๐

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

เครื่องแบบสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

เครื่องแบบสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้มี ๒ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปฏิบัติราชการ มี ๒ ประเภท

(ก) เครื่องแบบสีกากีคอพับ

(ข) เครื่องแบบสีกากีคอแบะ

(๒) เครื่องแบบพิธีการมี ๕ ประเภท

(ก) เครื่องแบบปกติขาว

(ข) เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

(ค) เครื่องแบบครึ่งยศ

(ง) เครื่องแบบเต็มยศ

(จ) เครื่องแบบสโมสร

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย

(๑) หมวก

ชายให้ใช้หมวดได้ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี

กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

กว้าง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม

ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง สูง

๖.๕ เซนติเมตร

แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์

ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร

หญิงให้ใช้หมวกได้ ๓ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของชาย แบบที่ ๑ แต่เป็นทรงอ่อน

แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง

๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี

หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสีกากี

แบบที่ ๓ หมวกหนีบสีกากี

ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดเล็ก ๒ ดุม ติดซ้อนกัน

มีตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนก สูง ๔.๕ เซนติเมตร

ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวดประมาณ ๔ เซนติเมตร

การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร

(๒) เสื้อ

ชายให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ

มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑

กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่งกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอด

มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม

ระยะห่างกันพอสมควรและติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร

ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธีให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีประเภทสีกากีแขนยาว

ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอว แบบคอตื้น สีประเภทสีกากี

แขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม

มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละ ๒ กระเป๋า

กระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด

ที่ฝากระเป๋าทั้งสองกระเป๋าติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า

ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร

ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว

ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างและติดเข็มรูปอักษรย่อ

“กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๒ แทนเสื้อแบบที่ ๑ ในโอกาสอันควร

ดุมที่ใช้กับเสื้อทั้งสองแบบมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

หญิงให้ใช้เสื้อได้ ๔ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย แบบที่ ๑

แบบที่ ๒ เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากี

สีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕

เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน

มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง

มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า

ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ

ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน

ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง

แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรง

หรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม

แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒

ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม

ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ

ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน

ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

แบบที่ ๔ เสื้อคอแบะปล่อยเอว

สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรง หรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ

ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕

เซนติเมตร ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว

ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อคอแบะทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาและมีกระเป๋าล่างข้างละ

๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า

ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ ๒ แบบที่ ๓ และแบบที่ ๔

เป็นดุมสีเดียวกับสีเสื้อ

การสวมเสื้อแบบที่ ๓ และแบบที่ ๔

ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒

โดยใช้เสื้อเชิ้ตสีประเภทสีกากีแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

(๓) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อน

มีเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเป็นแถบสีเหลืองหรือสีทอง

กว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก

๑ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลมขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร

และมีเข็มรูปเครื่องหมายราชการของกรุงเทพมหานครทำด้วยโลหะสีทอง

ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ติดทับบนแถบกลาง

การติดแถบให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนูทับอยู่บนปลอกพื้นสีกากี

แถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน ๕ มิลลิเมตร

การใช้เครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนู ให้ใช้กับเสื้อแบบที่ ๑

สำหรับชาย และแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ และแบบที่ ๓ สำหรับหญิง

(๔) กางเกง กระโปรง

ชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากีขายาวไม่พับปลายขา

หญิงให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้ ๕ แบบ

แบบที่ ๑ กางเกงอนุโลมตามแบบกางเกงของชาย

แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง

ไม่มีลวดลายขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้

มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา

แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ

ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า

๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง

(๕) เข็มขัด

ชายให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีกว้าง ๓ เซนติเมตร

หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕

เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด

ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร

หญิงให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเข็มขัดของชาย

แบบที่ ๒ เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อกว้าง

๒.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า

การใช้เข็มขัดแบบที่ ๑ ให้คาดทับขอบกระโปรงและแบบที่ ๒

ให้คาดทับเสื้อ

(๖) รองเท้า ถุงเท้า

ชายให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

ถุงเท้าสีดำ

หญิงถ้าสวมกางเกงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า

ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสั้นสีดำ ถ้าสวมกระโปรงให้ใช้รองเท้าส้นสูงสีดำแบบปิดปลายเท้า

ไม่มีลวดลายส้นสูงไม่เกิน ๗ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(๗) เครื่องหมายแสดงสังกัด

๑. รูปตราราชสีห์ ทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง ไม่มีขอบ สูง ๒

เซนติเมตร ติดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

สำหรับหญิงให้ติดที่ปกคอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

๒. เข็มรูปอักษรย่อ “กทม.”

ทำด้วยโลหะสีทองรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร

ติดที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

(๘) ป้ายชื่อและตำแหน่ง

ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำ ขนาดกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๗.๕

เซนติเมตร ตัวอักษรสีขาว แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล

และชื่อตำแหน่งประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เครื่องแบบพิธีการ

ก. เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(๑) หมวก

ชายให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร

มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม

ผ้าพันหมวกสีขาว ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๕ เซนติเมตร

บนหมอนสักหลาดสีขาว

หญิง ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของชาย แต่เป็นทรงอ่อน

แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว สายรัดคางสีทอง กว้าง

๑ เซนติเมตร

มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว

ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร

บนหมอนสักหลาดสีขาว

การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร

(๒) เสื้อ

ชายให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาวติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาใช้ดุมโลหะสีทอง ตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๕ ดุม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

หญิงให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอแหลมหรือคอป้าน

แขนยาวถึงข้อมือ มีตะเข็บหลัง ๔

ตะเข็บติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างและติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ๓ ดุม

สำหรับแบบเสื้อคอแหลม และ ๕ ดุม สำหรับแบบเสื้อคอป้าน มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑

กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋าและให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว

ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายด้วย

(๓) อินทรธนู

ให้ใช้อินทรธนูแข็ง กว้าง ๔ เซนติเมตร

ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสักหลาดสีดำ

ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กปักดิ้นสีทองเป็นลายประจำยามก้ามปูเต็มแผ่นอินทรธนู

(๔) กางเกง กระโปรง

ชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาว ขายาวไม่พับปลายขา

หญิงให้ใช้กระโปรงสีขาว

ตีเกล็ดด้านหน้า ๒ เกล็ดและด้านหลัง ๒ เกล็ด ยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

ใช้กับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

ใช้กับแบบเสื้อคอป้าน

(๕) รองเท้า ถุงเท้า

ชายให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำชนิดผูกถุงเท้าสีดำ

หญิงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า

ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๗ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

ข. เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก หมอนสักหลาดสำหรับปักครุฑพ่าห์

เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีประเภทสีกากี

ค. เครื่องแบบครึ่งยศ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่กางเกงหรือกระโปรงให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีดำประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ง. เครื่องแบบเต็มยศ

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ สวมสายสะพาย

จ. เครื่องแบบสโมสร

เครื่องแบบสโมสรสำหรับชายมี ๓ แบบ คือ

(๑) เครื่องแบบสโมสร ก.

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ

(๒) เครื่องแบบสโมสร ข.

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ก. เว้นแต่

เสื้อ ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาว ทำด้วยผ้าสักหลาด

หรือเสิร์จเปิดอก ปาดเอว มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้อมือข้างละ ๓

ดุม ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม

และที่บรรจบเสื้อมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม

ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน ประกอบด้วยเสื้อกั๊กสีขาว

มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม และเสื้อเชิ้ตสีขาวอกแข็ง ข้อมือแข็ง คอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ

ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ให้ติดรูปตราราชสีห์ที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อข้างขาวเสมอแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ในฤดูร้อนให้ใช้กางเกงสีขาวแทนกางเกงสีดำได้

(๓) เครื่องแบบสโมสร ค. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ข. เว้นแต่เสื้อเชิ้ตอกแข็งให้ใช้เสื้อเชิ้ตอกอ่อนสีขาว

และเสื้อกั๊กให้ใช้แพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอวแทนแพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้าง

๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียวกว้าง ๑๑ เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง

สำหรับหญิง ให้แต่งตามสมัยนิยม

เครื่องแบบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร

เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

เครื่องแบบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานที่ปรึกษา

และที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้มี ๒ ชนิดคือ

(๑) เครื่องแบบปฏิบัติราชการ มี ๒ ประเภท

(ก) เครื่องแบบสีกากีคอพับ

(ข) เครื่องแบบสีกากีคอแบะ

(๒) เครื่องแบบพิธีการ มี ๕ ประเภท

(ก) เครื่องแบบปกติขาว

(ข) เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

(ค) เครื่องแบบครึ่งยศ

(ง) เครื่องแบบเต็มยศ

(จ) เครื่องแบบสโมสร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๒] เครื่องแบบปฏิบัติราชการ

ก.

เครื่องแบบสีกากีคอพับ ประกอบด้วย

(๑)

หมวก

ชาย

ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าหมวกทำด้วยสักหลาดสีดำที่ขอบโค้งของกะบังหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของกะบังหน้าหมวกมีระยะห่างกันพองาม

ตามภาพท้ายกฎกระทรวง พื้นกะบังหน้าหมวกด้านล่างสีดำสายรัดคางสีทองกว้างประมาณ ๑

เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวก ข้างละ ๑ ดุม

ผ้าพันหมวกสีดำคาดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร ๒ แถบ

ที่กลางผ้าพันหมวกมีระยะห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูงประมาณ

๕.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ

หญิง

ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี แต่เป็นทรงอ่อนพับปีก ผ้าพันหมวกสีดำตรงกลางด้านหน้าของผ้าพันหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์มีระยะห่างกันพองาม

ตามภาพท้ายกฎกระทรวง ล้อมด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้างประมาณ ๖

มิลลิเมตร ๒ แถบ ที่กลางผ้าพันหมวกมีระยะห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร

ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูงประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

(๒)

เสื้อ

ชาย

ให้ใช้เสื้อคอพับสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด

มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร

มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า

ที่กระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

มีใบปกกระเป๋าเป็นรูปมนชายกลางแหลม

หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑

ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง

ข้างละ ๒ หู ในช่วงอากาศร้อนให้ใช้เสื้อเป็นแบบคอแบะแขนสั้นได้

ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน

ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี

ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีสอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

หญิง

ให้ใช้เสื้อได้ ๓ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย

แบบที่

๒ เสื้อคอพับสีกากีสีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง หรือกางเกง

ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ

ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า

มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน มีดุมสีเดียวกับสีเสื้อ ๕ ดุม

ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลังมีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้าติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ข้างละ ๒ หู

ให้สวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรงหรือกางเกง

แบบที่

๓ เสื้อคอพับปล่อยเอวสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ

ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๔ ดุม แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ

๕ เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒

และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ ทั้งหน้าหลัง

ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม

ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ข้างละ ๒ หู

ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒

โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

(๓)

อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูแข็ง มีเครื่องหมายบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้

ชาย

ให้ใช้อินทรธนูแข็งทำด้วยสักหลาดสีดำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายรวบ กว้างประมาณ

๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒.๕ เซนติเมตร

ที่ปลายรวบติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กตราครุฑพ่าห์ ๑ ดุม

มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๕ เซนติเมตร ตรึงด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนู

มีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองขนาดสูงประมาณ ๒.๙ เซนติเมตร ติดทับกึ่งกลางบนแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง

ตามภาพท้ายกฎกระทรวง

หญิง

ให้ใช้อินทรธนูแข็งเช่นเดียวกับชาย แต่กว้างประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๑.๕

เซนติเมตร

(๔)

กางเกง กระโปรง

ชาย

ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีกากีขายาว ไม่พับปลายขา

หญิง

ให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีกากีได้ ๕ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบกางเกงของชาย

แบบที่

๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว

มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา

แบบที่

๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒

ตะเข็บยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่

๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ

มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง

(๕)

เข็มขัด

ชาย

ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากี กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน

กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดไม่มีเข็มสำหรับสอดรู

ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

หญิง

ให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบเข็มขัดของชาย

แบบที่

๒ เข็มขัดผ้าสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อ กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า ใช้คาดทับเสื้อแบบปล่อยชาย

(๖)

รองเท้า ถุงเท้า

ชาย

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกหรือหุ้มข้อหนังสีดำ ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีดำ

หญิง

ถ้าใช้กางเกงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย

ถุงเท้าสั้นสีดำ ถ้าใช้กระโปรงให้ใช้รองเท้าส้นสูงสีดำ ปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน

๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(๗)

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเป็นรูปตราราชสีห์ทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง

ไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร

ชาย

ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง สำหรับหญิง

ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้มีเข็มรูปอักษรย่อ

“กทม.” ทำด้วยโลหะสีทองรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕

เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ข.

เครื่องแบบสีกากีคอแบะ ประกอบด้วย

(๑)

หมวก ให้ใช้หมวกเช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

(๒)

เสื้อ

ชาย

ให้ใช้เสื้อสีกากีคอแบะแบบคอตื้น แขนสั้น ปล่อยเอว ตัวเสื้อ ผ่าอกตลอด

มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม

มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละสองกระเป๋ากระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม

มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่ง

กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด ที่ปากกระเป๋าทั้งสองกระเป๋ามีดุมข้างละ ๑

ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋าที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับสีเสื้อ

ขนาดกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว

ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน

ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

หญิง

ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ

แบบที่

๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย

แบบที่

๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ

ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุมทำด้วยโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๓ ดุม แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ

๕ เซนติเมตร ต่อด้านหน้า และด้านหลังยาวตามตัว

ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า

เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋า

ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม ก. (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

(๓)

อินทรธนู กางเกง กระโปรง เข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า

ให้ใช้เช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๓] เครื่องแบบพิธีการ

ก.

เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(๑)

หมวก

มีลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก

และหมอนสักหลาดสำหรับปักตราครุฑพ่าห์เป็นสีขาวการสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

(๒)

เสื้อ

ชาย

ให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดใหญ่ ๕ ดุม

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

หญิง

ให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอป้านแขนยาวจรดข้อมือ มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ

ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ๕ ดุม

มีกระเป๋าล่าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า

และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายด้วย

(๓)

อินทรธนู

ชาย ให้ใช้อินทรธนูแข็งกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสักหลาดสีดำ มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตร

เป็นขอบโดยรอบและปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู

ด้านคอปลายมน ติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กตามภาพท้ายกฎกระทรวง

หญิง

ให้ใช้อินทรธนูแข็งเช่นเดียวกับชาย แต่ด้านไหล่กว้างประมาณ ๔ เซนติเมตร

ยาวตามความยาวของบ่า

(๔)

กางเกง กระโปรง

ชาย

ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาว ขายาวไม่พับปลายขา

หญิง

ให้ใช้กระโปรงสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

(๕)

รองเท้า ถุงเท้า

ชาย

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูก ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีดำ

หญิง

ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(๖)

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเป็นรูปตราราชสีห์ทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง

ไม่มีขอบ

สูง ๒ เซนติเมตร

ชาย ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง

สำหรับหญิง

ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้มีเข็มรูปอักษรย่อ

“กทม.” ทำด้วยโลหะสีทองรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕

เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

ข.

เครื่องแบบปกติสีกากีคอตั้ง ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับ

เครื่องแบบปกติขาว

เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก

หมอนสักหลาดสำหรับปักตราครุฑพ่าห์เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีกากี

ค.

เครื่องแบบครึ่งยศ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่กางเกงให้ใช้สักหลาดหรือผ้าเสิร์จสีดำ

มีแถบไหมสีดำกว้างประมาณ ๑.๘ เซนติเมตร ๒ แถบ ห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร

ติดด้านข้างตามความยาวของกางเกง ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หญิง

ให้ใช้กระโปรงสักหลาดหรือผ้าเสิร์จสีดำ

ง. เครื่องแบบเต็มยศ

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ สวมสายสะพาย (ถ้ามี)

จ.

เครื่องแบบสโมสร

เครื่องแบบสโมสรสำหรับชาย

มี ๓ แบบ คือ

(๑) เครื่องแบบสโมสร ก.

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ

(๒)

เครื่องแบบสโมสร ข. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร

ก.เว้นแต่เสื้อ ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาว ทำด้วยสักหลาดหรือผ้าเสิร์จ เปิดอก ปาดเอว ประดับอินทรธนูเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม

ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม

และที่บรรจบเสื้อมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม

ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกันประกอบด้วยเสื้อกั๊กสีขาว

ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม และเสื้อเชิ้ตสีขาวอกแข็ง

ข้อมือแข็ง คอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่าย มีแพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอว

แพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้างประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียว

กว้างประมาณ ๑๑ เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง

เครื่องหมายแสดงสังกัด

ให้ติดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้าง เหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อข้างขวาเสมอแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ในฤดูร้อนให้ใช้กางเกงสีขาวแทนกางเกงสีดำได้

(๓)

เครื่องแบบสโมสร ค. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ข.

เว้นแต่เสื้อเชิ้ตให้ใช้เสื้อเชิ้ตอกอ่อนสีขาว

และเสื้อกั๊กให้ใช้แพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอวแทน

แพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้าง ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียวกว้าง ๑๑

เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง

สำหรับหญิง

ให้แต่งตามสมัยนิยม

เครื่องแบบสมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เครื่องแบบสมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร ให้มี ๒ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปฏิบัติราชการมี ๒ ประเภท

(ก) เครื่องแบบสีกากีคอพับ

(ข) เครื่องแบบสีกากีคอแบะ

(๒) เครื่องแบบพิธีการมี ๕ ประเภท

(ก) เครื่องแบบปกติขาว

(ข) เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

(ค) เครื่องแบบครึ่งยศ

(ง) เครื่องแบบเต็มยศ

(จ) เครื่องแบบสโมสร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปฏิบัติราชการของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เว้นแต่อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อน

มีเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเป็นแถบสีเหลืองหรือสีทอง กว้าง ๓ เซนติเมตร

ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ

แถบบนขมวดเป็นวงกลมขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร

และมีเข็มรูปเครื่องหมายราชการของกรุงเทพมหานครทำด้วยโลหะสีเงินขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง

๒ เซนติเมตร ติดทับบนแถบกลาง

การติดแถบให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนู

ทับอยู่บนปลอกพื้นสีกากีแถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน

๕ มิลลิเมตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เครื่องแบบพิธีการ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาวของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เว้นแต่อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูแข็งกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า

พื้นสักหลาดสีดำ ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก

ปักดิ้นสีทองเป็นลายประจำยามก้ามปูครึ่งแผ่นอินทรธนู

(๒) เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติกากีคอตั้งของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เว้นแต่อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

(๓) เครื่องแบบครึ่งยศ

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เว้นแต่อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

(๔) เครื่องแบบเต็มยศ

ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เว้นแต่อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

(๕) เครื่องแบบสโมสร

สำหรับชาย มี ๓ แบบ คือ

(ก) เครื่องแบบสโมสร ก.

(ข) เครื่องแบบสโมสร ข.

(ค) เครื่องแบบสโมสร ค.

ลักษณะและส่วนประกอบของเครื่องแบบสโมสรเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสรของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เว้นแต่อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว

สำหรับหญิง ให้แต่งตามสมัยนิยม

การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ปฏิบัติตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ลำดับเกียรติและระเบียบการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

ผู้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาของทางราชการหรือที่ทางราชการรับรอง ให้ติดเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของสถาบันการศึกษานั้นได้

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ และเครื่องแบบสโมสร

ให้แต่งตามหมายกำหนดการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้กรุงเทพมหานครจัดทำเครื่องหมายและเครื่องแบบตามกฎกระทรวงนี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

บรรหาร ศิลปอาชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.[๔]

ภาพท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๓๐ (เพิ่มเติม)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัว เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๓๐

บัญญัติให้ลักษณะ ชนิดและประเภท

และระเบียบในการแต่งเครื่องแบบแต่ละประเภทของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่

๒ (พ.ศ. ๒๕๕๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๓๐[๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร

เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ซึ่งมีสิทธิแต่งเครื่องแบบอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ให้คงมีสิทธิแต่งเครื่องแบบเดิมต่อไปได้อีกแต่ไม่เกินสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการปรับปรุงเครื่องแบบข้าราชการการเมืองโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง

พ.ศ. ๒๕๕๒ มีผลให้เครื่องแบบเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครไม่สอดคล้องกับเครื่องแบบข้าราชการการเมืองตามที่ได้เคยเทียบเคียงมา

สมควรแก้ไขเครื่องแบบเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครสำหรับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องกับการปรับปรุงเครื่องแบบข้าราชการการเมืองดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

นุสรา/ปรับปรุง

๙ มิถุนายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๑๕๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๓/๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๓

[๒] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๓๐

[๓] ข้อ ๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๓๐

[๔] ภาพท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๓๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๓๐ เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๓๐

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๑/๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2533) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e7071d9f5292874e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com