ข้อ ๒
เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ชายให้ใช้หมวดได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี
กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
กว้าง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม
ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง สูง
๖.๕ เซนติเมตร
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์
ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร
หญิงให้ใช้หมวกได้ ๓ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของชาย แบบที่ ๑ แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง
๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี
หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสีกากี
แบบที่ ๓ หมวกหนีบสีกากี
ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดเล็ก ๒ ดุม ติดซ้อนกัน
มีตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนก สูง ๔.๕ เซนติเมตร
ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวดประมาณ ๔ เซนติเมตร
การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ชายให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ
มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่งกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม
ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอด
มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม
ระยะห่างกันพอสมควรและติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
และติดเข็มรูปอักษรย่อ กทม. ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร
ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธีให้ใช้เสื้อเชิ้ตสีประเภทสีกากีแขนยาว
ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอว แบบคอตื้น สีประเภทสีกากี
แขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม
มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละ ๒ กระเป๋า
กระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด
ที่ฝากระเป๋าทั้งสองกระเป๋าติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า
ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร
ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว
ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างและติดเข็มรูปอักษรย่อ
กทม. ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา
ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๒ แทนเสื้อแบบที่ ๑ ในโอกาสอันควร
ดุมที่ใช้กับเสื้อทั้งสองแบบมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
หญิงให้ใช้เสื้อได้ ๔ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย แบบที่ ๑
แบบที่ ๒ เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากี
สีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕
เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน
มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง
มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า
ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
และติดเข็มรูปอักษรย่อ กทม. ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ
ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน
ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง
แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรง
หรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม
แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒
ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม
ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
และติดเข็มรูปอักษรย่อ กทม. ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ
ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน
ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
แบบที่ ๔ เสื้อคอแบะปล่อยเอว
สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรง หรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ
ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕
เซนติเมตร ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว
ติดเครื่องหมายรูปตราราชสีห์ที่ปกคอเสื้อคอแบะทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ กทม. ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาและมีกระเป๋าล่างข้างละ
๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า
ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ ๒ แบบที่ ๓ และแบบที่ ๔
เป็นดุมสีเดียวกับสีเสื้อ
การสวมเสื้อแบบที่ ๓ และแบบที่ ๔
ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒
โดยใช้เสื้อเชิ้ตสีประเภทสีกากีแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี
สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
(๓) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อน
มีเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเป็นแถบสีเหลืองหรือสีทอง
กว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก
๑ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลมขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร
และมีเข็มรูปเครื่องหมายราชการของกรุงเทพมหานครทำด้วยโลหะสีทอง
ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ติดทับบนแถบกลาง
การติดแถบให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนูทับอยู่บนปลอกพื้นสีกากี
แถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน ๕ มิลลิเมตร
การใช้เครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนู ให้ใช้กับเสื้อแบบที่ ๑
สำหรับชาย และแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ และแบบที่ ๓ สำหรับหญิง
(๔) กางเกง กระโปรง
ชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากีขายาวไม่พับปลายขา
หญิงให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้ ๕ แบบ
แบบที่ ๑ กางเกงอนุโลมตามแบบกางเกงของชาย
แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง
ไม่มีลวดลายขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้
มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา
แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ
ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า
๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง
(๕) เข็มขัด
ชายให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีกว้าง ๓ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕
เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด
ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร
หญิงให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเข็มขัดของชาย
แบบที่ ๒ เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อกว้าง
๒.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า
การใช้เข็มขัดแบบที่ ๑ ให้คาดทับขอบกระโปรงและแบบที่ ๒
ให้คาดทับเสื้อ
(๖) รองเท้า ถุงเท้า
ชายให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
ถุงเท้าสีดำ
หญิงถ้าสวมกางเกงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า
ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสั้นสีดำ ถ้าสวมกระโปรงให้ใช้รองเท้าส้นสูงสีดำแบบปิดปลายเท้า
ไม่มีลวดลายส้นสูงไม่เกิน ๗ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ
(๗) เครื่องหมายแสดงสังกัด
๑. รูปตราราชสีห์ ทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง ไม่มีขอบ สูง ๒
เซนติเมตร ติดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
สำหรับหญิงให้ติดที่ปกคอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
๒. เข็มรูปอักษรย่อ กทม.
ทำด้วยโลหะสีทองรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
ติดที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา
(๘) ป้ายชื่อและตำแหน่ง
ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำ ขนาดกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๗.๕
เซนติเมตร ตัวอักษรสีขาว แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล
และชื่อตำแหน่งประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา