ข้อ ๓
ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรมบำบัดใช้วิธีการส่งเสริม ป้องกัน บำบัด และฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีการทางกิจกรรมบำบัด
ดังต่อไปนี้
(๑)
การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และเลือกกิจกรรมที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของบุคคล
ได้แก่กิจวัตรประจำวัน การศึกษา การทำงาน การทำกิจกรรมยามว่าง การพักผ่อน
ความพร้อมก่อนการเข้าเรียน และความพร้อมก่อนการประกอบอาชีพ
(๒)
การใช้เครื่องดาม เพื่อคงไว้หรือเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ
ให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อ และป้องกันความพิการผิดรูป
(๓)
การเตรียมความพร้อมก่อนการบำบัดในผู้ได้รับการบาดเจ็บของแขนและมือ โดยวิธีการดัด
การดึง การยืด (Manipulation and Passive Stretching)
(๔)
ฝึกทักษะการทำงานของแขนและมือ
(๕)
ฝึกการดูด การเคี้ยว และการกลืน
(๖)
ฝึกการกระตุ้นและยับยั้งปฏิกิริยาสะท้อนกลับอัตโนมัติ
(๗)
การบำบัดด้วยวิธีการกระตุ้นสหสัมผัส (Multi-sensory Approach)
(๘)
การใช้กิจกรรมการบูรณาการประสาทรับสัมผัส (Sensory integration)
(๙)
ฝึกทักษะด้านกระบวนการรับรู้ การเรียนรู้ ความคิดและความเข้าใจ
(๑๐)
การกระตุ้นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว การเรียนรู้ จิตสังคม และการสื่อสาร
(๑๑)
การเตรียมความพร้อมทักษะในการเรียน การเขียน การอ่าน การคิดคำนวณ
(๑๒)
ฝึกทำกิจกรรมการออกกำลังแบบมีจุดมุ่งหมายทั้งแบบผู้รับบริการทำเอง
และแบบผู้บำบัดช่วยบางส่วน (Active and Assistive Purposeful Activity)
(๑๓)
การประยุกต์หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขั้นตอนของกิจกรรม
เพื่อให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ
(๑๔)
ฝึกทักษะการทำกิจวัตรประจำวัน
(๑๕)
การใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
(๑๖)
แนะนำและออกแบบการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ
(๑๗)
ฝึกทักษะ และปรับพฤติกรรมในการดูแลตนเอง แนะนำการจัดการเวลา
สิ่งแวดล้อมปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม การฝึกความพร้อม
ก่อนกลับไปประกอบอาชีพ และการกลับเข้าสู่สังคม
(๑๘)
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในกระบวนการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ