法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยสภาวิชาการ พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ว่าด้วยสภาวิชาการ

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสภาวิชาการ ตลอดจนการประชุมและการดำเนินงานของสภาวิชาการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ (๒) มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ และโดยมติสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยสภาวิชาการ พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“สภาวิชาการ” หมายความว่า สภาวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“คณาจารย์” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๘ (ก) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ และให้หมายรวมถึงพนักงานมหาวิทยาลัยสายผู้สอน ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“ผู้บริหาร” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๘ (ข) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“กรรมการสภาวิชาการ” หมายความว่า กรรมการสภาวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“คณะ” หมายความว่า คณะในสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และให้หมายรวมถึงส่วนราชการอื่นที่มีคณาจารย์ประจำซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ในสังกัด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

องค์ประกอบสภาวิชาการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สภาวิชาการ ประกอบด้วย

(๑) อธิการบดี เป็นประธานสภาวิชาการ

(๒) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นรองประธานสภาวิชาการ

(๓) กรรมการสภาวิชาการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต คณบดี ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการวิจัย และผู้อำนวยการวิทยาลัย

(๔) กรรมการสภาวิชาการจำนวนหกคน ซึ่งเลือกจากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย

(๕) กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบคน ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย

ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง เป็นเลขานุการสภาวิชาการ และอาจแต่งตั้งคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยอีกไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

อำนาจและหน้าที่

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สภาวิชาการมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) พิจารณาเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับหลักสูตร การเรียน การสอน การวิจัย การวัดผลการศึกษา และการประกันคุณภาพการศึกษาเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

(๒) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการรวมและการยกเลิกสาขาวิชาต่อสภามหาวิทยาลัย

(๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเปิดสอนตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย

(๔) พิจารณาเสนอความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับวิชาการต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) ส่งเสริมการวิจัยและการบริการทางวิชาการที่สอดคล้องกับภารกิจของมหาวิทยาลัย และความต้องการของชุมชน

(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อกระทำการใดๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภาวิชาการ

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการสภาวิชาการ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับเลือกหรือแต่งตั้งใหม่อีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง กรรมการสภาวิชาการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภาวิชาการประเภทนั้น

(๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๕) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

(๖) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๗) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

การพ้นจากตำแหน่งตาม (๕) ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามข้อ ๗ แล้ว ให้กรรมการสภาวิชาการจากคณาจารย์พ้นตำแหน่ง เมื่อ

(๑) พ้นจากการเป็นคณาจารย์ในสังกัดมหาวิทยาลัย

(๒) ไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร

(๓) ลาไปศึกษาต่อ ดูงาน ฝึกอบรม หรืออื่น ๆ ติดต่อกันนานเกินหกเดือน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่กรรมการสภาวิชาการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้มีการเลือกหรือแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกหรือแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้

ให้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาวิชาการตามวรรคแรก ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่กรรมการสภาวิชาการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้เลือกหรือยังมิได้แต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการอื่นขึ้นใหม่ ให้กรรมการสภาวิชาการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีกรรมการสภาวิชาการใหม่แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง กรรมการสภาวิชาการ หรือเมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการสภาวิชาการเหลือเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ให้มีกรรมการสรรหาคณะหนึ่งทำหน้าที่สรรหากรรมการสภาวิชาการ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง ประกอบด้วย

(๑) อธิการบดี เป็นประธานกรรมการ

(๒) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจากคณาจารย์จำนวนห้าคน เป็นกรรมการ

(๔) กรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการประเภทตัวแทนคณาจารย์จำนวนหกคน ตามคำแนะนำของสภาคณาจารย์และข้าราชการ เป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่ง เป็นเลขานุการ

หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาซึ่งกรรมการสภาวิชาการจากคณาจารย์ประจำ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรรมการสภาวิชาการซึ่งเลือกจากคณาจารย์ ต้องไม่เป็นผู้บริหารและมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมเป็นที่ยอมรับในมหาวิทยาลัย

(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาโทและมีอายุราชการ จนถึงวันที่สมัครสิบปีขึ้นไปหรือมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์

(๓) มีประสบการณ์ในการสอนในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาไม่น้อยกว่าห้าปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การสมัครเพื่อรับเลือกเป็นกรรมการสภาวิชาการจากคณาจารย์ มีสองวิธี คือ

(๑) สมัครด้วยตนเอง

(๒) เสนอชื่อโดยคณาจารย์ จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน และผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

ให้ผู้สมัครตามวรรคแรก ส่งใบสมัครพร้อมประวัติ ผลงาน รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะตามข้อบังคับนี้ ต่อคณะกรรมการสรรหา ตามวัน เวลาและสถานที่ที่คณะกรรมการสรรหากำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการ ดังนี้

(๑) กำหนดกลุ่มสาขาวิชาที่จะมีกรรมการสภาวิชาการจากคณาจารย์

(๒) กำหนดวัน เวลา สถานที่การรับสมัคร และการเสนอรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการสภาวิชาการ

(๓) แจ้งกำหนดการตาม (๒) ต่อคณะ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกเป็นกรรมการสภาวิชาการทราบล่วงหน้าโดยวิธีการที่เหมาะสม เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

(๔) ตรวจสอบคุณสมบัติและจัดทำประกาศบัญชีรายชื่อของผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อ

(๕) ประมวลประวัติและผลงาน รวมทั้งพิจารณา กลั่นกรองและประเมินคุณสมบัติของบุคคลตาม (๔) เพื่อเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดจำนวนหกคน เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อแต่งตั้ง

หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาซึ่งกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่ง กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ควรมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

(๑) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรม เป็นที่ยอมรับในสังคม

(๒) มีความเข้าใจในหลักการ อุดมการณ์และวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย

(๓) สามารถอุทิศเวลาให้แก่งานของมหาวิทยาลัยตามสมควรแก่ตำแหน่งหน้าที่

(๔) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

(๕) ไม่มีผลประโยชน์อันอาจจะขัดแย้งกับมหาวิทยาลัย

(๖) เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติอื่นที่คณะกรรมการสรรหากำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการ ดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์สถานภาพความต้องการ ทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลือกกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒) กำหนดวิธีการให้คณบดีและคณาจารย์ เสนอชื่อ ประวัติและผลงานผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้กว้างขวางที่สุด โดยไม่ใช้วิธีการเลือกตั้ง หรือหยั่งเสียง

(๓) ประมวลประวัติและผลงาน รวมทั้งพิจารณา กลั่นกรองและประเมินคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รายชื่อ เพื่อให้ได้ผู้ที่เหมาะสมที่สุดจำนวนสิบคน แล้วทาบทามความสมัครใจและเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อแต่งตั้ง

การประชุม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การประชุมแต่ละครั้ง จะต้องมีกรรมการสภาวิชาการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ประธานสภาวิชาการเรียกประชุมสภาวิชาการอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งการประชุมแต่ละครั้งให้แจ้งกรรมการสภาวิชาการทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมด้วยวาระการประชุมไม่น้อยกว่าห้าวัน เว้นแต่กรรมการนั้นจะได้ทราบการบอกนัดในที่ประชุมแล้ว กรณีดังกล่าวนี้จะทำหนังสือแจ้งนัดเฉพาะกรรมการที่ไม่ได้มาประชุมก็ได้

ถ้าประธานสภาวิชาการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาวิชาการทำหน้าที่แทน ถ้ารองประธานสภาวิชาการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการสภาวิชาการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สภาวิชาการมีอำนาจออกระเบียบใดๆ ตามความจำเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในการประชุม โดยไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรรมการสภาวิชาการแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียง มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

ในกรณีที่กรรมการสภาวิชาการเสียงข้างน้อยมีความเห็นต่างออกไป และเห็นว่าอาจเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม ให้ทำบันทึกข้อคิดเห็นเป็นหนังสือแนบไปพร้อมมตินั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการประชุมต้องมีรายงานการประชุมเป็นหนังสือ

ถ้ามีความเห็นแย้งจากกรรมการสภาวิชาการเสียงข้างน้อยเป็นหนังสือ ให้บันทึกสรุปความเห็นแย้ง พร้อมทั้งเหตุผลนั้นไว้ในรายงานการประชุมด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

วิภา/ตรวจ

๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๙ ง/หน้า ๑๐/๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๙

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยสภาวิชาการ พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e7472e752aadb0c1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com