ข้อ ๒ สถานตรวจสภาพรถจะต้องจัดให้มีเครื่องตรวจสภาพรถ และอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถไว้ประจำสถานตรวจสภาพรถตามแบบ ขนาด และมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้าที่สามารถแสดงการเบี่ยงเบนของศูนย์รวมแสงของโคมไฟหน้ารถไปทางสูงและต่ำ และไปทางซ้ายและขวาได้ โดยลำแสงที่เบนไปทางต่ำต้องสามารถอ่านค่าเป็นเซนติเมตรต่อระยะห่างไปทางหน้ารถ ๑๐ เมตร หรือเป็นค่าองศาของมุม หรือเป็นหน่วยวัดอื่นใดที่สามารถเทียบได้
(๒) เครื่องวัดควันดำที่สามารถวัดค่าควันดำที่ระบายจากท่อไอเสียของรถยนต์ ตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
(๓) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซที่สามารถวัดปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่ระบายจากท่อไอเสียของรถ ตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
(๔) เครื่องวัดระดับเสียงและเครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์
(ก) เครื่องวัดระดับเสียงที่สามารถวัดระดับเสียงของรถยนต์ ตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
(ข) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่สามารถใช้วัดความเร็วรอบเครื่องยนต์แก๊สโซลีนในการตรวจสอบระดับเสียงของรถยนต์ ตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
(๕) เครื่องวัดความเข้มของฟิล์มกรองแสงที่สามารถใช้ตรวจวัดได้ในส่วนที่เป็นกระจกหรือวัสดุโปร่งใสที่เป็นส่วนประกอบของตัวรถ เช่น กระจกบังลมด้านหน้า กระจกบังลมด้านข้าง และด้านหลัง ฯลฯ โดยเครื่องวัดดังกล่าวต้องมีหน่วยการวัดค่าเป็นร้อยละ ทั้งนี้ เฉพาะสถานตรวจสภาพรถที่ให้บริการตรวจสภาพรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เท่านั้น
(๖) เครื่องทดสอบห้ามล้อรถ (Brake Tester) จะต้องมีรายละเอียด ดังนี้
(ก) ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง (Certified Quality) จากสถาบันที่เกี่ยวข้อง โดยมีเอกสารการรับรองมาตรฐาน (Certificate) และผลการทดสอบ (Test Report)
(ข) เป็นเครื่องทดสอบแบบลูกกลิ้ง (Roller) และสามารถทดสอบแรงห้ามล้อแยกอิสระจากกันของล้อด้านซ้ายและด้านขวา
(ค) มีลูกกลิ้ง (Roller) สามารถรับน้ำหนักลงเพลาสูงสุด (Maximumaxle load) ของรถที่เข้ารับการทดสอบได้ การขับเคลื่อนลูกกลิ้งทดสอบใช้แรงขับจากมอเตอร์และมีอุปกรณ์ควบคุมตัดต่อการขับเคลื่อน เมื่อสิ้นสุดการทดสอบต้องเก็บค่าแรงห้ามล้อโดยอัตโนมัติ
(ง) มีชุดอุปกรณ์ชั่งน้ำหนักลงเพลา (Axle Load Meter) ที่สามารถตรวจสอบความเที่ยงตรงและสามารถประมวลผลร่วมกับอุปกรณ์วัดค่าแรงห้ามล้อรถได้
(จ) มีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ล้อรถสามารถเข้าและออกจากลูกกลิ้งทดสอบได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
(ฉ) อุปกรณ์ส่วนแสดงผลของเครื่องทดสอบห้ามล้อรถ อย่างน้อยต้องสามารถแสดงค่าได้ ดังนี้
๑) แรงห้ามล้อเป็นแบบเข็มชี้หรือแบบตัวเลข (Digital)
๒) สามารถแสดงค่าแรงห้ามล้อด้านซ้ายและด้านขวาได้อย่างอิสระจากกัน และสามารถแสดงค่าสูงสุดของแต่ละล้อเมื่อสิ้นสุดการทดสอบ โดยมีค่าความละเอียดของมาตรวัดที่อ่านได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของมาตรวัดสูงสุด
๓) ต้องแสดงค่าแรงห้ามล้อของแต่ละล้อ แสดงค่าแรงห้ามล้อแต่ละเพลาเป็นร้อยละของน้ำหนักลงเพลา และค่าผลรวมของทุกล้อเป็นร้อยละของน้ำหนักรถ
๔) ผลต่างของแรงห้ามล้อด้านซ้ายและด้านขวาเป็นร้อยละในแต่ละเพลา
๕) แสดงน้ำหนักรวมของรถและน้ำหนักลงเพลาได้
๖) สามารถพิมพ์ผลการทดสอบและข้อมูลตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(๗) เครื่องทดสอบศูนย์ล้อรถ (Sideslip Tester)
(ก) ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง (Certified Quality) จากสถาบันที่เกี่ยวข้อง โดยมีเอกสารการรับรองมาตรฐาน (Certificate) และผลการทดสอบ (Test Report)
(ข) สามารถรับน้ำหนักสูงสุด (Maximum load) ของล้อรถที่เข้ารับการทดสอบได้
(ค) อุปกรณ์ส่วนแสดงผลอย่างน้อยต้องแสดงค่าได้ ดังนี้
๑) แสดงค่าการลื่นไถลของล้อรถเป็นแบบเข็มชี้หรือตัวเลข (Digital)
๒) มีค่าความละเอียดของมาตรวัดที่อ่านได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของมาตรวัดสูงสุด
๓) แสดงค่าการลื่นไถลของล้อรถเป็นเมตรต่อระยะทาง ๑ กิโลเมตร และแสดงค่าไปด้านซ้ายหรือด้านขวาได้ไม่น้อยกว่าด้านละ ๖ เมตรต่อกิโลเมตร
๔) สามารถพิมพ์ผลการทดสอบและข้อมูลตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(๘) สิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถ
กรณีสถานตรวจสภาพรถที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ จะต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถเป็นบ่อตรวจสภาพรถ ซึ่งต้องมีขนาดสัดส่วนตามประกาศกรมการขนส่งทางบก กรณีสถานตรวจสภาพรถที่จัดตั้งก่อนประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ถ้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถเป็นชนิดอื่น ให้ใช้ได้จนกว่าเครื่องหรืออุปกรณ์ดังกล่าวจะสิ้นสภาพ หากจัดหาหรือติดตั้งใหม่จะต้องเป็นบ่อตรวจสภาพรถ เท่านั้น