ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการกู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๓[๑]
เพื่ออนุวัติตามความในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๒๔
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท
เพื่อนำมาใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ครบกำหนดในไตรมาสที่ ๒
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังนี้
๑. วันที่
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ กระทรวงการคลังได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวนรวม ๖,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับธนาคารออมสิน
โดยมีเงื่อนไขและรายละเอียด คือ
๑.๑ ชำระเงินคืนต้นเงินกู้ภายใน ๕ ปี
นับแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยจะชำระคืนต้นเงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนกำหนดก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
๑.๒
ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้มีอัตราดอกเบี้ยซึ่งตกลงให้เปลี่ยนแปลงได้ทุก ๖ เดือน โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยอัตราต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
๖ เดือน ประเภทบุคคลธรรมดาเฉลี่ย ๗ วัน ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (FDR)
๔ แห่ง บวกร้อยละ ๐.๘๓ ต่อปี และร้อยละ ๐.๘๔ ต่อปี โดยปรับอัตราดอกเบี้ย FDR
ทุกงวด ๖ เดือน โดยดอกเบี้ยงวดแรกของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้ในวันที่ ๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีอัตราร้อยละ
๑.๕๓ ต่อปี และจำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีอัตราร้อยละ ๑.๕๔ ต่อปี
กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์การคำนวณข้างต้น ในวันที่ ๔
กุมภาพันธ์ และวันที่ ๔ สิงหาคม ของทุกปี โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๑.๓ การชำระดอกเบี้ยแบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ และวันที่ ๔ สิงหาคม ของทุกปี
โดยดอกเบี้ยงวดแรกจะชำระในวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินในวันที่ไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ย และวันไถ่ถอนต้นเงินตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
๒. วันที่
๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ กระทรวงการคลังได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวนรวม ๙,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
และธนาคารออมสิน โดยมีเงื่อนไขและรายละเอียด คือ
๒.๑
ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ที่ออกให้กับธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน
๓,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๑.๑ ชำระเงินคืนต้นเงินกู้ภายใน ๖ ปี
นับแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยจะชำระคืนต้นเงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนกำหนดก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
๒.๑.๒
ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้มีอัตราดอกเบี้ยซึ่งตกลงให้เปลี่ยนแปลงได้ทุก ๖ เดือน โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยอัตราต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
๖ เดือน ประเภทบุคคลธรรมดาเฉลี่ย ๗ วัน ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (FDR)
๔ แห่ง บวกร้อยละ ๐.๗๙ ต่อปี โดยปรับอัตราดอกเบี้ย FDR ทุกงวด
๖ เดือน โดยดอกเบี้ยงวดแรกของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์
๒๕๕๓ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีอัตราร้อยละ ๑.๔๙ ต่อปี
กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์การคำนวณข้างต้น ในวันที่ ๑๘
กุมภาพันธ์ และวันที่ ๑๘ สิงหาคม ของทุกปี โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๒.๑.๓ การชำระดอกเบี้ยแบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ และวันที่ ๑๘ สิงหาคม ของทุกปี
โดยดอกเบี้ยงวดแรกจะชำระในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินในวันที่ไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยและวันไถ่ถอนต้นเงินตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
๒.๒ ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ที่ออกให้กับธนาคารออมสิน
จำนวน ๖,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๒.๑ ชำระเงินคืนต้นเงินกู้ภายใน ๖ ปี
นับแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยจะชำระคืนต้นเงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนกำหนดก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
๒.๒.๒
ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้มีอัตราดอกเบี้ยซึ่งตกลงให้เปลี่ยนแปลงได้ทุก ๖ เดือน โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยอัตราต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
๖ เดือน ประเภทบุคคลธรรมดา เฉลี่ย ๗ วัน ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (FDR)
๔ แห่ง บวกร้อยละ ๐.๗๙ ต่อปี และร้อยละ ๐.๘๐ ต่อปี โดยปรับอัตราดอกเบี้ย FDR
ทุกงวด ๖ เดือน โดยดอกเบี้ยงวดแรกของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้ในวันที่ ๑๘
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีอัตราร้อยละ ๑.๔๙
ต่อปี และจำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีอัตราร้อยละ ๑.๕๐ ต่อปี
กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์การคำนวณข้างต้น ในวันที่ ๑๘
กุมภาพันธ์ และวันที่ ๑๘ สิงหาคม ของทุกปี โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๒.๒.๓ การชำระดอกเบี้ยแบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ และวันที่ ๑๘ สิงหาคม ของทุกปี
โดยดอกเบี้ยงวดแรกจะชำระในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินในวันที่ไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ย และวันไถ่ถอนต้นเงินตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
๓. วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓ กระทรวงการคลังได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวนรวม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท
ให้กับธนาคารออมสิน โดยมีเงื่อนไขและรายละเอียด คือ
๓.๑ ชำระเงินคืนต้นเงินกู้ภายใน ๗ ปี
นับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓ โดยจะชำระคืนต้นเงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนกำหนดก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
๓.๒
ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้มีอัตราดอกเบี้ยซึ่งตกลงให้เปลี่ยนแปลงได้ทุก ๖ เดือน โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยอัตราต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
๖ เดือน ประเภทบุคคลธรรมดาเฉลี่ย ๗ วัน ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (FDR)
๔ แห่ง บวกร้อยละ ๐.๗๒ ต่อปี ร้อยละ ๐.๗๓ ต่อปี และร้อยละ ๐.๗๔ ต่อปี
โดยปรับอัตราดอกเบี้ย FDR ทุกงวด ๖ เดือน
โดยดอกเบี้ยงวดแรกของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้ในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓ จำนวน ๓,๕๐๐
ล้านบาท มีอัตราร้อยละ ๑.๔๒ ต่อปี จำนวน ๓,๕๐๐ ล้านบาท
มีอัตราร้อยละ ๑.๔๓ ต่อปี และจำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีอัตราร้อยละ
๑.๔๔ ต่อปี กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์การคำนวณข้างต้น
ในวันที่ ๒ มีนาคม และวันที่ ๒ กันยายน ของทุกปี โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๓.๓ การชำระดอกเบี้ยแบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
ในวันที่ ๒ มีนาคม และวันที่ ๒ กันยายน ของทุกปี โดยดอกเบี้ยงวดแรกจะชำระในวันที่
๒ กันยายน ๒๕๕๓
สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินในวันที่ไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยและวันไถ่ถอนต้นเงินตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓
นริศ
ชัยสูตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓๑
พฤษภาคม ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๓๑
พฤษภาคม ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๕๕ ง/หน้า ๑/๓๐ เมษายน ๒๕๕๓