法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่

เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]

ตามที่ได้มีระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๓๙ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงการดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. ๒๕๓๙ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙

(๒) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ฝ่ายปฏิบัติการ) รักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถใหม่และผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องผ่านการศึกษาอบรมและทดสอบตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สำหรับผู้ที่มีหนังสือรับรองแสดงว่าได้ผ่านการศึกษาอบรมและทดสอบตามหลักสูตรที่กำหนดจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรองหรือผ่านการศึกษาอบรมและทดสอบตามโครงการพิเศษร่วมกับหน่วยงานอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มีการเรียนการสอนขับรถแก่ทหารตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ ให้ถือว่าผ่านการศึกษาอบรมและจบหลักสูตรตามระเบียบนี้แล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ ต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการศึกษาอบรมและทดสอบ ดังนี้

(๑) แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

(๒) เข้าและออกจากห้องเรียนตรงตามเวลา

(๓) ไม่ส่งเสียงดังหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นในขณะเรียนหรือทดสอบ

(๔) ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนหรือแบบทดสอบชำรุดเสียหาย และหากเกิดความเสียหายจะด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ตาม ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

(๕) แสดงกิริยาวาจาสุภาพ เรียบร้อย ให้เกียรติและไม่พูดจาเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าวหรือรบกวนต่อผู้สอนหรือผู้ทดสอบ

(๖) ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม หรือรับประทานอาหารในขณะเข้าเรียนและทดสอบ

(๗) ไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมา หรือเสพยาเสพติดให้โทษ และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในขณะเรียน หรือมีอาการมึนเมาในขณะเรียนและทดสอบ

ผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามอนุหนึ่งอนุใดตามวรรคหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมหรือผู้สอนมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากห้องเรียนได้ทันที แต่ในกรณีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม (๗) ให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมหรือผู้สอนมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากห้องเรียนและให้หมดสิทธิเข้ารับการศึกษาอบรมและทดสอบในรุ่นนั้นได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกต่อไปนี้เป็นโรงเรียนการขนส่งและมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

(๑) สำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับให้การศึกษาอบรมการขับรถตามหลักสูตรระยะยาว และกำหนดหลักสูตรการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตลอดจนออกระเบียบ คำสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของโรงเรียนการขนส่ง พร้อมทั้งให้ดำเนินการจัดทำและออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้ผ่านหลักสูตรที่กำหนดเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอรับใบอนุญาตโดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบใด ๆ อีก

(๒) สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขามีหน้าที่และความรับผิดชอบให้การศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ประจำรถทุกชนิด ทุกประเภท แล้วแต่กรณี

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้รับรถ

การศึกษาอบรม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ต้องผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบในการสอนขับรถ หรือศึกษาอบรมวิชาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับรถจากกรมการขนส่งทางบกและต้องเป็นไปดังนี้

(๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ ทดสอบขับรถที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน ๓,๕๐๐ กิโลกรัม ที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสารหรือขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน ๒๐ คน

(๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๒ ทดสอบขับรถที่มีน้ำหนักรวมเกิน ๓,๕๐๐ กิโลกรัม ที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสารหรือขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า ๒๐ คน

(๓) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓ ทดสอบขับรถลากจูงพร้อมรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง

(๔) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔ ต้องเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตรายและผ่านการทดสอบข้อเขียนตามเกณฑ์ที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หลักสูตรสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ให้เป็นไปดังนี้

(๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒

วิชาที่ต้องศึกษาอบรม

ระยะเวลา

๑. กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

๒. กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา

๓. เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

๔. หน้าที่ผู้ขับรถและการบำรุงรักษารถ

๕. มนุษย์สัมพันธ์และมารยาทในการขับรถ

๖. การส่งเสริมสุขภาพพลานามัย

๗. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ

๘. หัวใจของการบริการทางการขนส่ง

๙. การตรวจความพร้อมของรถก่อนและหลังการใช้งาน

๑๒ ชั่วโมง

(๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓

วิชาที่ต้องศึกษาอบรม

ระยะเวลา

๑. ความรู้เกี่ยวกับรถลากจูงและการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัย

๓ ชั่วโมง

(๓) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔

วิชาที่ต้องศึกษาอบรม

ระยะเวลาอบรม

๑. ความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตราย

๒. ความรู้เกี่ยวกับรถบรรทุกวัตถุอันตรายและความรู้เกี่ยวกับหลักการบรรทุกวัตถุอันตราย

๖ ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓ ต้องเข้ารับการศึกษาอบรมและผ่านหลักสูตรตาม (๑) และผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔ ต้องเข้ารับการศึกษาอบรมและผ่านหลักสูตรตาม (๑) และ (๒) มาก่อนแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หลักสูตรสำหรับการศึกษาอบรมผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถให้เป็นไปดังนี้

วิชาที่ต้องศึกษาอบรม

ระยะเวลา

การขับรถอย่างปลอดภัย

๒ ชั่วโมง

การทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามและทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับการดำเนินการต่อไปนี้

(๑) การออกใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่ทุกชนิด

(๒) การต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกชนิด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การทดสอบให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้

(๑) ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

(๒) ทดสอบข้อเขียน

(๓) ทดสอบขับรถ

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถใหม่และผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภทและทุกชนิดต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายดังต่อไปนี้

(๑) การทดสอบปฏิกิริยา

(๒) การทดสอบสายตา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การทดสอบปฏิกิริยา ให้ทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้ารวม ๓ ครั้ง หากสามารถเหยียบเบรกได้ในระยะเวลาน้อยกว่าหรือเท่ากับ ๐.๗๕ วินาที สองในสามครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ ในการนี้หากทดสอบ ๒ ครั้งแรกผ่านไม่ต้องทำการทดสอบครั้งที่ ๓

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การทดสอบสายตา ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) การทดสอบสายตาทางกว้าง ถ้าผู้เข้ารับการทดสอบสามารถมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นมุมกว้าง ๗๕ องศา สองในสามครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๒) การทดสอบสายตาทางลึก ให้ทำการทดสอบการมองเห็นในระยะ ๒.๕๐ – ๓.๕๐ เมตร รวม ๓ ครั้ง หากผลการทดสอบห่างจุดที่กำหนดไม่เกินกว่า ๑ นิ้วสองในสามครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๓) การทดสอบสายตาบอดสี ให้ผู้เข้ารับการทดสอบดูสีเขียว สีแดง และสีเหลือง จากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือเห็นชอบโดยให้ผู้เข้ารับการทดสอบอยู่ห่างจากแผ่นภาพทดสอบในระดับสายตาในระยะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แล้วให้ผู้เข้ารับการทดสอบอ่านสีตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดสีละ ๓ ครั้ง หากอ่านได้ถูกต้องสองในสามครั้ง ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายผู้ใดไม่ผ่านการทดสอบ ให้มีสิทธิทดสอบแก้ตัวใหม่เฉพาะส่วนที่ทดสอบไม่ผ่านได้อีกครั้งหนึ่งในวันนั้น หากยังไม่ผ่านอีกให้มาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไป หรือวันอื่น ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านครั้งแรก หากพ้นกำหนด ๙๐ วัน แล้วต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่

การทดสอบข้อเขียน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่เข้ารับการทดสอบในสมุดทะเบียนคุม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนทดสอบความรู้วิชาต่าง ๆ ที่กำหนดในหลักสูตรตามแบบทดสอบและวัดผลที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ผู้เข้ารับการทดสอบต้องได้คะแนนรวมตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป จึงให้ถือว่าผ่านการทดสอบข้อเขียน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีผู้เข้ารับการทดสอบอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านแบบทดสอบให้ผู้เข้ารับการทดสอบฟังแล้วให้ผู้เข้ารับการทดสอบตอบด้วยปากเปล่าและทำเครื่องหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบด้วยตนเอง และให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกในกระดาษคำตอบว่า “สอบปากเปล่า” พร้อมทั้งลงนามกำกับไว้เป็นหลักฐาน ในการนี้ เพื่อความเหมาะสมให้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ หรืออื่น ๆ มาใช้ดำเนินการทดสอบร่วมหรือแทนได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบให้รีบตรวจคำตอบและแจ้งผลการทดสอบให้ทราบโดยเร็ว

กรณีไม่ผ่านการทดสอบให้ทดสอบแก้ตัวได้อีกครั้งหนึ่งในวันนั้น หากยังไม่ผ่านอีกให้มาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไป หรือวันอื่นภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านครั้งแรก เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวได้เป็นการเฉพาะราย แล้วแต่กรณี หากพ้นกำหนด ๙๐ วัน ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตใหม่

การทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่เข้ารับการทดสอบในสมุดทะเบียนคุม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เว้นแต่เป็นรถที่มิได้มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การทดสอบขับรถให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ผู้เข้ารับการทดสอบต้องทดสอบขับรถตามที่กำหนดไว้ สำหรับใบอนุญาตที่ขอรับแต่ละชนิด ดังนี้

(ก) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๑ ทดสอบขับรถด้วยรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน ๓,๕๐๐ กิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน ๒๐ คน

(ข) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๒ ทดสอบขับรถด้วยรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกินกว่า ๓,๕๐๐ กิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า ๒๐ คน

(ค) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๓ ทดสอบขับรถด้วยรถลากจูงพร้อมรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การทดสอบการขับรถให้ใช้ท่าทดสอบและหลักเกณฑ์วิธีการทดสอบและวัดผล ดังนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

การทดสอบขับรถให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒ เป็นท่าบังคับและเลือกทดสอบอีก ๑ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบแต่ละแห่ง

การทดสอบขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ให้ทดสอบท่าที่ ๑ ท่าที่ ๒ และท่าที่ ๓

(๒) หลักเกณฑ์และวิธีการวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไป ดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

การทดสอบท่านี้ผู้เข้ารับการทดสอบต้องขับรถเดินหน้าตั้งแต่เริ่มขับรถอย่างต่อเนื่องไปจนถึงจุดทดสอบที่กำหนดให้หยุดรถ โดยให้หยุดรถได้เพียงครั้งเดียว ณ จุดที่กำหนดให้หยุดเท่านั้น

๑) ด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบทางไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

๒) กันชนหน้าหรือล้อหน้าสุดหรือขอบล้อสำหรับรถที่ไม่มีกันชนหน้า ต้องไม่ล้ำเกินจุดหยุดรถข้างทางและต้องอยู่ห่างจากจุดหยุดรถนั้นไม่เกิน ๑ เมตร

๓) ต้องไม่ขับรถปีนทางเท้าหรือขอบทาง

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้

แบบที่ ๑

๑) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๒๐ เมตร หลักแต่ละหลักในแถวเดียวกันมีระยะห่าง ๑.๕ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัวรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีก ๐.๕ เมตร

๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

๓) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

๔) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

แบบที่ ๒

๑) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถ ซึ่งมีขนาดความกว้าง ๔ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เป็นระยะคงที่ใช้กับรถทุกขนาด

๒) ล้อรถต้องไม่ทับเส้น หรือไม่ชนหรือเบียดหลัก

๓) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

๔) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

๑) ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้ายซึ่งประกอบด้วยหลักไม่น้อยกว่า ๙ หลัก เป็นช่องกว้างเท่ากับความกว้างของรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มข้างละ ๐.๕ เมตร ความยาวของช่องจอดเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๔ เมตร สำหรับผู้ขับรถชนิดที่ ๑ และ ๒ และบวกเพิ่มอีก ๖ เมตร สำหรับชนิดที่ ๓

๒) ตั้งแต่เริ่มเข้าเกียร์ขับรถถอยหลังเข้าจอดจนกระทั่งขับรถเข้าช่องว่างด้านซ้ายต้องเข้าเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน ๗ ครั้ง

๓) ต้องไม่ชนหรือเบียดหลัก

๔) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลักด้านซ้ายและล้อรถต้องไม่ทับเส้นแบ่งช่องทาง

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด (สำหรับรถเกียร์ธรรมดาเท่านั้น)

๑) ให้ขับรถขึ้นเนินหรือสะพานโค้งแล้วหยุดรถบนเชิงลาดของเนินหรือสะพานโค้งนั้น โดยให้กันชนหน้าอยู่ที่จุดหยุดรถแล้วออกรถข้ามเนินหรือสะพานโค้งนั้นไปโดยปลอดภัย

๒) ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอยจากจุดที่หยุดเกินกว่า ๑ เมตร

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

๑) ให้กลับรถในช่องทางเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ขนานกัน ๒ แถวมีความยาวไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร หลักในแต่ละแถวห่างกัน ๔ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความยาวของรถบวกเพิ่มอีก ๖ เมตร

๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

๓) ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถจนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จ ต้องเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน ๗ ครั้ง

ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

๑) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถจากจุดเริ่มต้นขับเดินหน้าเข้าไปในช่องจอดที่เป็นมุมฉาก ซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งเป็นแนวทดสอบ ๒ แถว ขนานกันเป็นช่องเดินรถกว้าง ๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๑๐ – ๒๐ เมตร และหลักอีก ๒ แถว ที่ตั้งเป็นแนวช่องจอดที่เป็นมุมฉากกับช่องเดินรถที่มีความกว้างเท่ากับความกว้างของตัวรถรวมกับกระจกมองข้างบอกเพิ่มอีกข้างละ ๑ เมตร ความยาวเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๑ เมตร

๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก

๓) ให้ขับรถเดินหน้าเข้าช่องจอดได้เพียงครั้งเดียว

๔) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลักทั้งสองด้าน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบและให้แจ้งผลการทดสอบขับรถทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ

กรณีผู้เข้ารับการทดสอบไม่ผ่านท่าทดสอบท่าใดให้ทดสอบแก้ตัวใหม่เฉพาะท่าที่ไม่ผ่าน เมื่อพ้นกำหนด ๓ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่าน แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย แล้วแต่กรณี หากพ้นกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านครั้งแรก ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

การเปลี่ยนชนิดของใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถอยู่แล้วประสงค์จะขอเปลี่ยนชนิดของใบอนุญาตให้สูงขึ้นจากเดิม ต้องปฏิบัติดังนี้

ลำดับที่

ใบอนุญาตเดิม

เป็นชนิดที่

ต้องการเปลี่ยน

เป็นชนิดที่

การศึกษาอบรมภาคทฤษฎี

และทดสอบข้อเขียน

การทดสอบขับรถ

๑.

ขับรถตามชนิดที่ ๒

๒.

ความรู้เกี่ยวกับรถลากจูงและการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัยตามข้อ ๑๐ (๒)

ขับรถลากจูง

๓.

(๑) ความรู้เกี่ยวกับรถลากจูงและการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัยตามข้อ ๑๐ (๒)

(๒) ความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตราย ความรู้เกี่ยวกับรถบรรทุกวัตถุอันตราย และหลักการบรรทุกวัตถุอันตรายตามข้อ ๑๐ (๓)

ขับรถลากจูง

๔.

ความรู้เกี่ยวกับรถลากจูงและการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัยตามข้อ ๑๐ (๒)

ขับรถลากจูง

๕.

(๑) ความรู้เกี่ยวกับการขับรถลากจูงและการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัยตามข้อ ๑๐ (๒)

(๒) ความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตราย ความรู้เกี่ยวกับรถบรรทุกวัตถุอันตรายและหลักการบรรทุกวัตถุอันตรายตามข้อ ๑๐ (๓)

ขับรถลากจูง

๖.

ความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตราย ความรู้เกี่ยวกับรถบรรทุกวัตถุอันตราย และหลักการบรรทุกวัตถุอันตรายตามข้อ ๑๐ (๓)

คณะกรรมการดำเนินการทดสอบและวิทยากร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ ขนส่งจังหวัด และหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน เป็นคณะกรรมการในแต่ละคณะดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ดังนี้

(๑) คณะกรรมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทดสอบข้อเขียนและตรวจข้อสอบ

(๒) คณะกรรมการทดสอบขับรถ

ในกรณีสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาที่มีเหตุจำเป็นเนื่องจากอัตรากำลังไม่เพียงพอให้แต่งตั้งหรือมอบหมายข้าราชการในสำนักงานบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพียงคนเดียวเป็นผู้ดำเนินการทดสอบได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ ขนส่งจังหวัด หรือหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานเป็นวิทยากรสอนวิชาในหลักสูตรการศึกษาอบรมตามที่เห็นสมควรเว้นแต่จะพิจารณาว่าวิชาใดไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เหมาะสม ให้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาเป็นวิทยากรสอนได้ ทั้งนี้ โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินสมนาคุณวิทยากรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การบันทึกผลการทดสอบและลงนามในแบบบันทึกผลทดสอบให้ดำเนินการดังนี้

(๑) การทดสอบสมรรถภาพร่างกายและการทดสอบข้อเขียนให้กรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายบันทึกผลการทดสอบและลงนามในแบบบันทึกผลการทดสอบด้วย

(๒) การทดสอบขับรถให้กรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายบันทึกผลการทดสอบพร้อมระบุหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ในการทดสอบไว้ในแบบบันทึกผลการทดสอบและลงนามในแบบบันทึกผลการทดสอบทุกท่าด้วย

แบบบันทึกผลการทดสอบให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถหน้าที่ผู้เก็บค่าโดยสาร

นายตรวจ และผู้บริการ

การศึกษาอบรม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถหน้าที่ผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจและผู้บริการต้องผ่านการศึกษาอบรม และจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก ณ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี ตามหลักสูตรการศึกษาอบรม ดังนี้

หลักสูตรผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถหน้าที่ผู้เก็บค่าโดยสาร

นายตรวจ และผู้บริการ

ลำดับที่

วิชาที่ต้องศึกษาอบรม

ระยะเวลา

๑.

ความรู้ด้านปฏิบัติหน้าที่ผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ

๑ ชั่วโมง

๒.

ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

๑ ชั่วโมง

๓.

ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์สัมพันธ์สำหรับผู้ประจำรถ

๑ ชั่วโมง

๔.

ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพพลานามัย

๑ ชั่วโมง

รวม

๔ ชั่วโมง

การทดสอบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้นำหลักเกณฑ์ในการศึกษาอบรมและทดสอบ และการวัดผลที่ใช้กับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถมาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ หน้าที่ผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจและผู้บริการ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถหน้าที่ ผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ หรือผู้บริการชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว หากต้องการเปลี่ยนใบอนุญาตเป็นอีกชนิดหนึ่ง (นายตรวจ หรือผู้เก็บค่าโดยสาร หรือผู้บริการ) ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าศึกษาอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด แต่ต้องทำการทดสอบข้อเขียนตามชนิดของใบอนุญาตที่ขอใหม่นั้น

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ปิยะพันธ์ จัมปาสุต

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

๒. แบบบันทึกผลการทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ศุภชัย/พิมพ์

๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗

ศุภสรณ์/ธัญกมล/ตรวจ

๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๗

โชติกานต์/ปรับปรุง

๙ ตุลาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๘๖ ง/หน้า ๒๔/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการศึกษาอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้ประจำรถ พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e9a25dcc5a2b13b4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com