ข้อ ๒๕ การทดสอบการขับรถให้ใช้ท่าทดสอบและหลักเกณฑ์วิธีการทดสอบและวัดผล ดังนี้
(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ
ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย
ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด
ท่าที่ ๕ การกลับรถ
ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก
การทดสอบขับรถให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒ เป็นท่าบังคับและเลือกทดสอบอีก ๑ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบแต่ละแห่ง
การทดสอบขับรถลากจูงรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง ให้ทดสอบท่าที่ ๑ ท่าที่ ๒ และท่าที่ ๓
(๒) หลักเกณฑ์และวิธีการวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไป ดังนี้
ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
การทดสอบท่านี้ผู้เข้ารับการทดสอบต้องขับรถเดินหน้าตั้งแต่เริ่มขับรถอย่างต่อเนื่องไปจนถึงจุดทดสอบที่กำหนดให้หยุดรถ โดยให้หยุดรถได้เพียงครั้งเดียว ณ จุดที่กำหนดให้หยุดเท่านั้น
๑) ด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบทางไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร
๒) กันชนหน้าหรือล้อหน้าสุดหรือขอบล้อสำหรับรถที่ไม่มีกันชนหน้า ต้องไม่ล้ำเกินจุดหยุดรถข้างทางและต้องอยู่ห่างจากจุดหยุดรถนั้นไม่เกิน ๑ เมตร
๓) ต้องไม่ขับรถปีนทางเท้าหรือขอบทาง
ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้
แบบที่ ๑
๑) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๒๐ เมตร หลักแต่ละหลักในแถวเดียวกันมีระยะห่าง ๑.๕ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัวรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีก ๐.๕ เมตร
๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก
๓) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว
๔) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ
แบบที่ ๒
๑) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถ ซึ่งมีขนาดความกว้าง ๔ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เป็นระยะคงที่ใช้กับรถทุกขนาด
๒) ล้อรถต้องไม่ทับเส้น หรือไม่ชนหรือเบียดหลัก
๓) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว
๔) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ
ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย
๑) ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้ายซึ่งประกอบด้วยหลักไม่น้อยกว่า ๙ หลัก เป็นช่องกว้างเท่ากับความกว้างของรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มข้างละ ๐.๕ เมตร ความยาวของช่องจอดเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๔ เมตร สำหรับผู้ขับรถชนิดที่ ๑ และ ๒ และบวกเพิ่มอีก ๖ เมตร สำหรับชนิดที่ ๓
๒) ตั้งแต่เริ่มเข้าเกียร์ขับรถถอยหลังเข้าจอดจนกระทั่งขับรถเข้าช่องว่างด้านซ้ายต้องเข้าเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน ๗ ครั้ง
๓) ต้องไม่ชนหรือเบียดหลัก
๔) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลักด้านซ้ายและล้อรถต้องไม่ทับเส้นแบ่งช่องทาง
ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด (สำหรับรถเกียร์ธรรมดาเท่านั้น)
๑) ให้ขับรถขึ้นเนินหรือสะพานโค้งแล้วหยุดรถบนเชิงลาดของเนินหรือสะพานโค้งนั้น โดยให้กันชนหน้าอยู่ที่จุดหยุดรถแล้วออกรถข้ามเนินหรือสะพานโค้งนั้นไปโดยปลอดภัย
๒) ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอยจากจุดที่หยุดเกินกว่า ๑ เมตร
ท่าที่ ๕ การกลับรถ
๑) ให้กลับรถในช่องทางเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ขนานกัน ๒ แถวมีความยาวไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร หลักในแต่ละแถวห่างกัน ๔ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความยาวของรถบวกเพิ่มอีก ๖ เมตร
๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก
๓) ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถจนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จ ต้องเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน ๗ ครั้ง
ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก
๑) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถจากจุดเริ่มต้นขับเดินหน้าเข้าไปในช่องจอดที่เป็นมุมฉาก ซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งเป็นแนวทดสอบ ๒ แถว ขนานกันเป็นช่องเดินรถกว้าง ๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๑๐ ๒๐ เมตร และหลักอีก ๒ แถว ที่ตั้งเป็นแนวช่องจอดที่เป็นมุมฉากกับช่องเดินรถที่มีความกว้างเท่ากับความกว้างของตัวรถรวมกับกระจกมองข้างบอกเพิ่มอีกข้างละ ๑ เมตร ความยาวเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๑ เมตร
๒) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก
๓) ให้ขับรถเดินหน้าเข้าช่องจอดได้เพียงครั้งเดียว
๔) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลักทั้งสองด้าน