法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 14/2553 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 14/2553

เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญา

รับจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(ฉบับที่ 3)

อาศัยอํานาจตามความใน(1) มาตรา 118(1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 141(2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

(2) ข้อ 4 วรรคสอง แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 27/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

(3) ข้อ 4 วรรคหนึ่ง ข้อ 19(1) และ (6) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 27/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 สํานักงานออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในส่วนที่ 2 การยื่นคําขอและการอนุมัติจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ข้อ 8 ถึงข้อ 16 ในหมวด 1 หลักเกณฑ์ทั่วไป ของภาค 1 การจัดตั้งกองทุนรวมและการขายหน่วยลงทุน แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 22/2552 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ส่วนที่ 2

การอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวม

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ในการจัดตั้งกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมประสงค์จะได้รับการอนุมัติแบบปกติ จะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดในตอนที่ 1 การอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบปกติ

(2) ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมประสงค์จะได้รับการอนุมัติแบบเป็นการทั่วไป จะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดในตอนที่ 2 หลักเกณฑ์ในการจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป

เมื่อบริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดในตอนที่ 3 การดําเนินการเมื่อได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวม

ตอนที่ 1

การอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบปกติ

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมเป็นหนังสือ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขออนุมัติดังต่อไปนี้

(1) รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมตามรายการที่กําหนดไว้ในระบบพิจารณาคําขอจัดตั้งกองทุนรวมที่สํานักงานจัดไว้ในเว็บไซต์ของสํานักงาน ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมดังกล่าวผ่านระบบข้างต้นด้วย

(2) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการกองทุนรวม ซึ่งมีสาระสําคัญอย่างน้อยตามที่กําหนดในมาตรา 119 และในกรณีที่เป็นการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน ร่างข้อผูกพันต้องมีข้อจํากัดการโอนหน่วยลงทุนว่า บริษัทจัดการกองทุนรวมหรือนายทะเบียนหน่วยลงทุนจะปฏิเสธการลงทะเบียนการโอนหน่วยลงทุน หากมีการโอนหน่วยลงทุนให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในโครงการ

(3) ร่างสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

(4) ร่างหนังสือชี้ชวน

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 สํานักงานจะแจ้งผลการพิจารณาคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมภายใน

สี่สิบห้าวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําขอพร้อมเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วน

ในการพิจารณาคําขอ สํานักงานอาจแจ้งให้บริษัทจัดการกองทุนรวมมาชี้แจง แก้ไขหรือส่งเอกสารหลักฐานอื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่ดําเนินการตามระยะเวลาที่สํานักงานแจ้ง ให้ถือว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมไม่ประสงค์จะขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมอีกต่อไป เว้นแต่บริษัทจัดการกองทุนรวมจะแสดงให้เห็นได้ว่าการที่มิได้ดําเนินการตามที่สํานักงานแจ้งภายในกําหนดเวลาเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุสมควร

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 บริษัทจัดการกองทุนรวมที่จะได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ข้อมูลตามคําขอและเอกสารหลักฐานประกอบคําขอเป็นไปตามหลักเกณฑ์

ที่เกี่ยวกับการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนประกาศ กฎ หรือคําสั่งที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว และต้องไม่มีข้อมูลที่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์นั้น

(2) บริษัทจัดการกองทุนรวมที่ขออนุมัติไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งระงับการยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมเป็นการชั่วคราว

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงานที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่ากองทุนรวมที่ขออนุมัติจัดตั้ง แม้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับอนุมัติตามข้อ 11 แต่มีข้อเท็จจริงซึ่งทําให้พิจารณาได้ว่าความมุ่งหมายหรือเนื้อหาสาระ (substance) ที่แท้จริงของการจัดตั้งกองทุนรวมนั้นเข้าลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สํานักงานอาจไม่อนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมตามคําขออนุมัติได้

ตอนที่ 2

หลักเกณฑ์ในการจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 การยื่นคําขอจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นเอกสารดังต่อไปนี้

(1) คําขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขอตามข้อ 9 ซึ่งโครงการจัดการกองทุนรวม และร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการกองทุนรวม ต้องมีข้อกําหนดที่แสดงว่า ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป และการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัตินั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวมหรือผู้ลงทุน บริษัทจัดการกองทุนรวมจะแก้ไขเยียวยาความเสียหายโดยไม่ชักช้า โดยในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทจัดการกองทุนรวมและผู้ลงทุน บริษัทจัดการกองทุนรวมยินยอมให้นําข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ

(2) คํารับรองว่าข้อมูลในคําขอและเอกสารหลักฐานประกอบคําขอตาม (1) เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ตามประกาศนี้ทุกประการ และการจัดตั้งกองทุนรวมตามคําขอไม่มีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ คํารับรองดังกล่าวต้องลงลายมือชื่อโดยกรรมการที่มีอํานาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท หรือในกรณีที่มีการมอบอํานาจ ผู้รับรองต้องมีตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้อํานวยการฝ่าย หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่รับผิดชอบงานในสายงานเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 การขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไปให้ใช้กับกรณีที่เข้าลักษณะดังต่อไปนี้

(1) บริษัทจัดการกองทุนรวมประสงค์จะได้รับอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป

(2) กองทุนรวมที่ขออนุมัติจัดตั้งเป็นกองทุนรวมที่ไม่ซับซ้อนตามข้อ 15

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 กองทุนรวมที่ไม่ซับซ้อนที่สามารถยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งแบบเป็นการทั่วไปต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) มิใช่กองทุนรวมที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) กองทุนรวมหน่วยลงทุนที่มีนโยบายการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่ง โดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ร้อยละแปดสิบของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวมหน่วยลงทุนนั้น (feeder fund)

(ข) กองทุนรวมที่มีการลงทุนในต่างประเทศโดยไม่มีนโยบายลดหรือป้องกัน

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดที่มีอยู่

(2) ไม่มีนโยบายการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยงตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการลงทุนและการมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน

(3) ไม่มีการแบ่งชนิดของหน่วยลงทุน

(4) หลักเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ต้องตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ไม่ผันแปรไปตามสูตรการคํานวณหรือเงื่อนไขใด ๆ

(5) วิธีการจัดการกองทุนรวมที่กําหนดไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวมเป็นไปตามหลักปฏิบัติทั่วไปที่กําหนดไว้สําหรับกองทุนรวมนั้น โดยไม่มีลักษณะที่ต้องขอรับความเห็นชอบหรือการผ่อนผันจากสํานักงานก่อน

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ให้ถือว่าสํานักงานอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมที่ยื่นตามข้อ 13 หากเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) คําขอและเอกสารหลักฐานประกอบคําขอตามข้อ 13 มีความครบถ้วนตามรายการที่กําหนด

(2) บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระค่าธรรมเนียมคําขอตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ แล้ว

มาตรา ข้อ 16/1

ข้อ 16/1 บริษัทจัดการกองทุนรวมจะแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมก่อนการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมมิได้

มาตรา ข้อ 16/2

ข้อ 16/2 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงานว่าคําขอจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไปไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ตามประกาศนี้หรือมีข้อเท็จจริงซึ่งทําให้พิจารณาได้ว่าความมุ่งหมายหรือเนื้อหาสาระ (substance) ที่แท้จริงของการจัดตั้งกองทุนรวมนั้นเข้าลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวสิ้นสุดลงในวันที่สํานักงานกําหนด เว้นแต่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับผ่อนผันจากสํานักงานด้วยเหตุดังต่อไปนี้

(1) กองทุนรวมดังกล่าวเข้าข่ายที่จะได้รับอนุมัติให้จัดตั้งได้ หากบริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นคําขออนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบปกติ หรือ

(2) บริษัทจัดการกองทุนรวมได้แก้ไขลักษณะของกองทุนรวมดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อ 15 แล้ว

การขอผ่อนผันต่อสํานักงานตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคําขอผ่อนผันเป็นหนังสือและชําระค่าธรรมเนียมการยื่นคําขอผ่อนผันตามอัตรา

ที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ

(2) ในกรณีขอผ่อนผันตามวรรคหนึ่ง (1) ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระส่วนต่างของค่าธรรมเนียมการยื่นคําขออนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบปกติและค่าธรรมเนียมการยื่นคําขออนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ ตามอัตราค่าธรรมเนียมที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียม

การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ

บริษัทจัดการกองทุนรวมจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง (1) และส่วนต่างของค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง (2) จากกองทุนรวมมิได้

มาตรา ข้อ 16/3

ข้อ 16/3 ในกรณีที่การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไปสิ้นสุดลงตามข้อ 16/2 ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) หากมีการเสนอขายหน่วยลงทุนแล้ว แต่ยังมิได้มีการจดทะเบียนกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระเงินดังต่อไปนี้ ให้แก่ผู้จองซื้อหน่วยลงทุนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับแจ้งถึงการสิ้นสุดลงของกองทุนรวมจากสํานักงาน

(ก) เงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุน

(ข) ผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินตาม (ก)

(ค) ดอกเบี้ยของเงินตาม (ก) ในอัตราไม่ต่ํากว่าร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยให้เริ่มคิดตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับแจ้งการสิ้นสุดลงของกองทุนรวมจนถึงวันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระเงินค่าจองซื้อจนครบถ้วน

(2) ในกรณีที่มีการจดทะเบียนกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการ

ให้มีการเลิกกองทุนรวมทันทีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับแจ้งถึงการสิ้นสุดลงของกองทุนรวม

จากสํานักงาน ทั้งนี้ หากชําระบัญชีกองทุนรวมแล้วปรากฏว่าเงินที่เฉลี่ยคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีจํานวนต่ํากว่าผลรวมของเงินดังต่อไปนี้ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระส่วนต่างแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ชําระบัญชีเสร็จสิ้น

(ก) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุน

(ข) ดอกเบี้ยของเงินตาม (ก) ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยเริ่มคิดตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนจนถึงวันที่ผู้ชําระบัญชีเฉลี่ยเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ 16/4

ข้อ 16/4 ในกรณีที่ปรากฏต่อสํานักงานว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมใดยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไปโดยฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ สํานักงานอาจดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

(1) สั่งระงับการยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมคําขอใหม่แบบปกติหรือแบบเป็นการทั่วไปของบริษัทจัดการกองทุนรวมดังกล่าว เป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ซึ่งไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว

(2) สั่งห้ามมิให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดังกล่าวเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแล้วแต่ยังมิได้มีการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

(3) แจ้งข่าวข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งการของสํานักงานตาม (1) หรือ (2) ต่อสาธารณชน หรือจัดข้อมูลดังกล่าวไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง

นอกจากการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจัดการกองทุนรวมอาจถูกดําเนินการตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยคุณสมบัติและ ลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ได้

มาตรา ข้อ 16/5

ข้อ 16/5 ในการใช้ดุลพินิจสั่งการตามข้อ 16/4 สํานักงานจะนําปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา

(1) พฤติกรรมของบริษัทจัดการกองทุนรวมในการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม

(2) ผลกระทบหรือความเสียหายจากการกระทําของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่มีต่อผู้ลงทุน

(3) การแก้ไขหรือการดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน เพื่อแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดพฤติกรรมเดียวกันนั้นซ้ําอีก

(4) พฤติกรรมอื่นของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสํานักงาน

(5) ประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่ไม่เหมาะสม

ตอนที่ 3

การดําเนินการเมื่อได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวม

มาตรา ข้อ 16/6

ข้อ 16/6 บริษัทจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมต้องจัดให้มีข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการกองทุนรวม สัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมและหนังสือชี้ชวน โดยมีสาระสําคัญไม่ต่างจากร่างข้อผูกพัน ร่างสัญญาแต่งตั้ง และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นต่อสํานักงาน

การแบ่งชนิดของหน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ 16/7

ข้อ 16/7 บริษัทจัดการกองทุนรวมอาจแบ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมออกเป็นหลายชนิด โดยบริษัทจัดการกองทุนรวมต้องกําหนดสิทธิและผลประโยชน์ตอบแทน

ในหน่วยลงทุนชนิดเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องแบ่งชนิดหน่วยลงทุนตามกรณีดังต่อไปนี้เท่านั้น

(1) ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน

(2) ระยะเวลาการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

(3) สิทธิที่จะได้รับเงินปันผล

(4) อัตราผลประโยชน์ตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในหน่วยลงทุน

(5) กรณีอื่นใดตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ทั้งนี้ ในการขอรับความเห็นชอบบริษัทจัดการกองทุนรวมต้องแสดงได้ว่าการแบ่งชนิดหน่วยลงทุนดังกล่าวสามารถปฏิบัติได้จริงและได้คํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ตลอดจนผลกระทบที่ผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละชนิดจะได้รับแล้ว

มาตรา ข้อ 16/8

ข้อ 16/8 บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องกําหนดการแบ่งชนิดหน่วยลงทุนตามข้อ 16/7 ไว้ในโครงการตั้งแต่ก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) ชนิดหน่วยลงทุนที่แบ่ง

(2) สิทธิและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละชนิด รวมทั้งวิธีการคํานวณและการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนโดยละเอียด (ถ้ามี)

(3) การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนในเรื่องต่าง ๆ ในแต่ละชนิดหน่วยลงทุน

(4) ข้อจํากัดในการเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนในหน่วยลงทุนระหว่าง

หน่วยลงทุนแต่ละชนิด (ถ้ามี)

(5) การจัดสรรรายได้ รายจ่าย รวมทั้งผลกําไรและขาดทุน ที่เกิดจากการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินใด ๆ แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละชนิดไว้อย่างชัดเจน (ถ้ามี)

(6) ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่จะเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือหน่วยลงทุน

แต่ละชนิด (ถ้ามี) โดยการกําหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจะต้องมีความสอดคล้องกับหน่วยลงทุนแต่ละชนิดด้วย

(7) วิธีการคํานวณและการประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิและมูลค่าหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนแต่ละชนิด รวมทั้งสิทธิและส่วนได้เสียของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (ถ้ามี)

การแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลที่ยื่นต่อสํานักงาน

ในการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวม

มาตรา ข้อ 16/9

ข้อ 16/9 ภายใต้บังคับข้อ 16/1 การขอแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมที่บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นต่อสํานักงานในการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมตามส่วนที่ 2 ของหมวดนี้ ให้กระทําได้ก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก

ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระค่าธรรมเนียมคําขอแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดโครงการจัดการกองทุนรวมตามวรรคหนึ่งตามอัตราที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจากกองทุนรวมมิได้

มาตรา ข้อ 16/10

ข้อ 16/10 สํานักงานอาจไม่รับแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลตามข้อ 16/9 หากข้อมูลที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมเป็นสาระสําคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อลักษณะที่สําคัญของกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งแล้ว ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการกองทุนรวมประสงค์จะจัดตั้งกองทุนรวมที่มีลักษณะตามที่ขอแก้ไขเพิ่มเติม ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นคําขอจัดตั้งกองทุนรวมคําขอใหม่”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 19 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 22/2552 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 19 บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องเสนอขายหน่วยลงทุนภายในสองปีนับแต่

วันที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวม และต้องเป็นไปตามข้อกําหนดในหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ในระหว่าง

ระยะเวลาการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมครั้งแรก บริษัทจัดการกองทุนรวมอาจเสนอขายหน่วยลงทุนเกินเงินทุนโครงการได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของเงินทุนโครงการ หากบริษัทจัดการกองทุนรวมแสดงความประสงค์ดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนรวม และให้ถือว่าจํานวนเงินที่ได้จากการจําหน่ายหน่วยลงทุนเกินจํานวนดังกล่าวเป็นเงินทุนโครงการแทน”

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 คําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบกลุ่มคําขอที่ได้ยื่นต่อสํานักงานโดยชอบ อยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้การอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมตามคําขอดังกล่าวเป็นไปตามข้อกําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 22/2552 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้นําความในข้อ 12 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 22/2552 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศนี้ มาใช้บังคับแก่การอนุมัติคําขอจัดตั้งกองทุนรวมแบบกลุ่มคําขอโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ : เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ (1) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของข้อกําหนดเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย (2) เพื่อยกเลิกการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นกลุ่มคําขอ และกําหนดวิธีการอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบเป็นการทั่วไป อันจะทําให้บริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถวางแผนการจัดตั้งและเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมได้สะดวกยิ่งขึ้น (3) กําหนดหลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวม และ (4) ขยายกําหนดเวลาของการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกภายหลังจากกองทุนรวมได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 14/2553 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e9b3360ce35794ec

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com