法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.ร. ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.ร.

ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่มาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ กำหนดให้มีตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาซึ่งเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในทางนิติศาสตร์ การร่างกฎหมายการให้ความเห็นทางกฎหมาย การบริหารราชการแผ่นดินและระบบงานนิติบัญญัติ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านกฎหมายและติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายตามความรับผิดชอบของรัฐสภา ก.ร. จึงเห็นสมควรกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่ง การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ และการได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๓) ประกอบมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ก.ร. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.ร. ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นักกฎหมายนิติบัญญัติมีสองชั้น ดังต่อไปนี้

(๑) นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑

(๒) นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑ มีมาตรฐานหน้าที่ความรับผิดชอบ และลักษณะงานที่ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

ก. หน้าที่ความรับผิดชอบ

ปฏิบัติงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการยกร่างกฎหมาย ตรวจ และพิจารณาร่างกฎหมาย พิจารณาและให้ความเห็นทางกฎหมาย แปรญัตติร่างกฎหมาย แปลและจัดทำเจตนารมณ์ของกฎหมาย การตีความกฎหมาย การวิเคราะห์กฎหมาย การเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทย การแปลกฎหมายต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ การวิจัยและพัฒนากฎหมายกำหนดแนวทางการพิจารณาความเหมาะสมของหลักการด้านกฎหมาย หรือการติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายตามความรับผิดชอบของรัฐสภา โดยมีลักษณะงานที่ยุ่งยากซับซ้อนมากและมีผลกระทบในวงกว้าง จะต้องประยุกต์ใช้ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายตามที่กำหนดในช่วงเวลาที่เหมาะสม และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ข. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานในลักษณะงานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

(๑) ยกร่างกฎหมาย ตรวจและพิจารณาร่างกฎหมาย

(๒) ตีความกฎหมาย วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ให้ความเห็นทางกฎหมาย และจัดทำความเห็นทางกฎหมาย

(๓) เปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทย

(๔) แปลกฎหมายต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

(๕) รับผิดชอบโครงการวิจัยและพัฒนากฎหมายที่ยุ่งยากในฐานะหัวหน้าโครงการ

(๖) ศึกษาและรวบรวมหลักกฎหมาย แนวคำวินิจฉัยหลักกฎหมายของศาลที่เป็นประโยชน์ต่อวงงานรัฐสภา

(๗) ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะในการร่างกฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายของผู้เกี่ยวข้อง การให้ความเห็นร่างกฎหมาย การวิเคราะห์ความจำเป็นและผลกระทบของร่างกฎหมาย การตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมาย และการจัดทำเจตนารมณ์ของร่างกฎหมาย

(๘) ติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายและติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามความรับผิดชอบของรัฐสภา

(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ มีมาตรฐานหน้าที่ความรับผิดชอบ และลักษณะงานที่ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

ก. หน้าที่ความรับผิดชอบ

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ชำนาญการพิเศษที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานประมวลหลักการและวิธีการการยกร่างกฎหมาย การร่างกฎหมาย พิจารณาและให้ความเห็นทางกฎหมาย แปรญัตติร่างกฎหมายแปลและจัดทำเจตนารมณ์ของกฎหมาย การตีความกฎหมาย การวิเคราะห์กฎหมาย การเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทย การแปลกฎหมายต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศการวิจัยและพัฒนากฎหมาย กำหนดแนวทางการพิจารณาความเหมาะสมของหลักการด้านกฎหมายหรือการติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายตามความรับผิดชอบของรัฐสภา โดยมีลักษณะงานที่ยุ่งยาก ต้องประยุกต์ใช้ความรู้ และประสบการณ์กับงานที่ปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายตามที่กำหนดในช่วงเวลาที่เหมาะสม และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ข. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ปฏิบัติงานในลักษณะงานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

(๑) ยกร่างกฎหมาย ตรวจและพิจารณาร่างกฎหมาย

(๒) ตีความกฎหมาย วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ให้ความเห็นทางกฎหมาย และจัดทำความเห็นทางกฎหมาย

(๓) เปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทย

(๔) แปลกฎหมายต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

(๕) รับผิดชอบโครงการวิจัยและพัฒนากฎหมายที่ยุ่งยากในฐานะหัวหน้าโครงการ

(๖) ศึกษาและรวบรวมหลักกฎหมาย แนวคำวินิจฉัยหลักกฎหมายของศาลที่เป็นประโยชน์ต่อวงงานรัฐสภา

(๗) ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะในการร่างกฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายของผู้เกี่ยวข้อง การให้ความเห็นร่างกฎหมาย การวิเคราะห์ความจำเป็นและผลกระทบของร่างกฎหมายการตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมาย และการจัดทำเจตนารมณ์ของร่างกฎหมาย

(๘) ติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายและติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามความรับผิดชอบของรัฐสภา

(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ นักกฎหมายนิติบัญญัติแต่ละชั้นตามข้อ ๓ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา โดยเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญประเภทวิชาการตำแหน่งนิติกรระดับชำนาญการพิเศษหรือเชี่ยวชาญในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาและต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

ก. นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑

(๑) ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือได้รับคุณวุฒิปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์และปริญญาโทหรือปริญญาเอกสาขานิติศาสตร์

(๒) เป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาซึ่งดำรงตำแหน่งนิติกรระดับเชี่ยวชาญ และดำรงตำแหน่งเป็นนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๓) มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมาย การให้ความเห็นทางกฎหมาย การบริหารราชการแผ่นดินและระบบงานนิติบัญญัติ ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ตามข้อ ๘

ข. นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒

(๑) ได้รับคุณวุฒิปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือได้รับคุณวุฒิปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์และปริญญาโทหรือปริญญาเอกสาขานิติศาสตร์

(๒) เป็นผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับนักกฎหมายนิติบัญญัติที่ ก.ร. เห็นชอบ

(๓) เป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาซึ่งดำรงตำแหน่งนิติกรระดับชำนาญการพิเศษหรือเชี่ยวชาญ

(๔) มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมาย การให้ความเห็นทางกฎหมาย การบริหารราชการแผ่นดินและระบบงานนิติบัญญัติ ในระดับผู้ชำนาญการพิเศษ ตามข้อ ๗

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ ต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านกฎหมายในระดับผู้ชำนาญการพิเศษ ดังต่อไปนี้

(๑) มีความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีทางกฎหมาย หลักนิติธรรม ระบบกฎหมาย และเนื้อหาของกฎหมาย

(๒) มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้ากฎหมาย การเปรียบเทียบกฎหมายการให้ความเห็นกฎหมาย การร่างกฎหมาย การประยุกต์ใช้กฎหมาย และการติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมาย

(๓) มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารราชการแผ่นดินและระบบงานด้านนิติบัญญัติ

(๔) มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศ

(๕) มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาและสรุปเหตุผล

(๖) มีความสามารถในด้านการสื่อสาร การรับฟัง และการนำเสนอ หรือการชี้แจงได้อย่างเหมาะสม

โดยมีผลงานด้านกฎหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ตามวรรคหนึ่ง (๑) - (๖) จนเป็นที่ยอมรับในส่วนราชการสังกัดรัฐสภา และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑ ต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านกฎหมายตามข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๑) - (๖) ในระดับผู้เชี่ยวชาญและต้องมีผลงานด้านกฎหมายอันมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชากฎหมายของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาทั้งในและนอกรัฐสภา และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างกว้างขวาง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ ก.ร. มีหน้าที่และอำนาจในการให้ความเห็นชอบหลักสูตรสำหรับนักกฎหมายนิติบัญญัติ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ ประกอบด้วยกรรมการข้าราชการรัฐสภาผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการหนึ่งคนและรองประธานกรรมการหนึ่งคน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภาเป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ให้คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) คัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

(๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการในเรื่องใด ๆ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย กรรมการข้าราชการรัฐสภาผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหนึ่งคนและรองประธานกรรมการหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งจำนวนหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารทรัพยากรบุคคลที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งจำนวนหนึ่งคน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ ก.ร. เป็นเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารทรัพยากรบุคคลที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามประกาศของประธานรัฐสภา

ให้คณะกรรมการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) บริหารจัดการบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

(๒) ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติ

(๓) เสนอแนะเกี่ยวกับการมอบหมายงานและสับเปลี่ยนหมุนเวียนการปฏิบัติงานของตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

(๔) กำหนดแนวทางในการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการในเรื่องใด ๆ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรรมการข้าราชการรัฐสภาผู้ทรงคุณวุฒิที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านกฎหมายและผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ ที่ ก.ร. กำหนด

ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑ จะต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ และผ่านการทดสอบความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านกฎหมาย และผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑ ที่ ก.ร. กำหนด

ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา เป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้นักกฎหมายนิติบัญญัติทำข้อตกลงการปฏิบัติงานกับผู้บังคับบัญชาทุกปีเพื่อเป็นกรอบกำกับการมอบหมายงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติแล้วเสนอคณะกรรมการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติพิจารณาตรวจสอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติเพื่อรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติทุกปี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ในกรณีที่นักกฎหมายนิติบัญญัติผู้ใดไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติประจำปีติดต่อกันสองปี ตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติเสนอหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเพื่อมีคำสั่งให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ หรือลดชั้นเป็นนักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ ทั้งนี้ นับแต่วันที่คณะกรรมการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติมีมติ

นักกฎหมายนิติบัญญัติที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติได้ ต้องพ้นจากตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้นักกฎหมายนิติบัญญัติได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๑ ให้ได้รับเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท

(๒) นักกฎหมายนิติบัญญัติ ชั้นที่ ๒ ให้ได้รับเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้นักกฎหมายนิติบัญญัติได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนักกฎหมายนิติบัญญัติในแต่ละชั้น และต้องปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรฐานหน้าที่ ความรับผิดชอบ และลักษณะงานที่ปฏิบัติของนักกฎหมายนิติบัญญัติ ตามข้อ ๔และข้อ ๕

ในกรณีที่นักกฎหมายนิติบัญญัติผู้ใดปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งไม่เต็มเดือนในเดือนใด ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งสำหรับเดือนนั้นตามส่วนของจำนวนวันที่ได้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว ถ้าเดือนใดไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในเดือนนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ลาดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาป่วย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ในปีงบประมาณหนึ่งไม่เกินหกสิบวันทำการ

(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินเก้าสิบวัน

(๓) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมาย

(๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัว ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ในปีงบประมาณหนึ่งไม่เกินสี่สิบห้าวันทำการ

(๕) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนประจำปี ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้นั้นมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ

(๖) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะประเทศซาอุดิอาระเบีย และตั้งแต่เริ่มรับราชการยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือยังไม่เคยประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

(๗) ผู้ลาไปรับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน แต่ถ้าพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วผู้นั้นไปรายงานตัวเพื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งภายในเจ็ดวัน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย

(๘) ผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

(๙) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวันทำการ

(๑๐) ผู้ได้รับอนุญาตให้อุปสมบทในพระพุทธศาสนาตามที่ ก.ร. มีมติเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ถือเป็นวันลา ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างเวลาดังกล่าวได้ไม่เกินหกสิบวัน

(๑๑) กรณีอื่นนอกจากที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอ ก.ร. พิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในวาระเริ่มแรก ให้ถือว่าผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการให้เป็นนักกฎหมายนิติบัญญัติ หรือหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการในตำแหน่งนิติกรให้เป็นนักกฎหมายนิติบัญญัติที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาจัดหรือร่วมจัดขึ้น เป็นผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับนักกฎหมายนิติบัญญัติตามที่ ก.ร. เห็นชอบในข้อ ๙ ตามข้อ ๑๓ วรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อครบสองปีนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการพัฒนาและรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานของนักกฎหมายนิติบัญญัติประเมินผลสัมฤทธิ์ของระบบการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติตามระเบียบนี้ และพิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบนี้หรือแนวทางการดำเนินการตามระเบียบนี้ให้เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานด้านกฎหมายของรัฐสภา แล้วนำเสนอต่อ ก.ร. เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ ก.ร. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ประธาน ก.ร. รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย

ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา

ประธาน ก.ร.

วิวรรธน์/จัดทำ

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

นุสรา/ตรวจ

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๖๑ ง/หน้า ๑๓/๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๑

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.ร. ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_eae07454991f0405

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com