法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ

และหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๕๐

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เนื่องจากได้มีการโอนภารกิจของกรมบัญชีกลาง

ในส่วนของการบริหารหนี้สาธารณะการบริหารชำระหนี้ของรัฐบาล

รวมทั้งภารกิจตามข้อบังคับนี้ มาอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๗ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓

ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ

และหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาการนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราและหลักทรัพย์ต่างประเทศ” ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงการคลังหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สินเป็นประธานกรรมการ

และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นกรรมการ

โดยมีผู้อำนวยการสำนักบริหารการชำระหนี้และสารสนเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ

และผู้อำนวยการส่วนบริหารการชำระหนี้รัฐบาลเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

๓.๑

พิจารณาสกุลเงินตราและจำนวนเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเงินกู้เพื่อขออนุมัติใช้เงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์เพื่อใช้ชำระหนี้นั้น

๓.๒

พิจารณานำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์เพื่อใช้ชำระหนี้ตามข้อ

๓.๑ ตามวิธีการที่เห็นสมควร

๓.๓

พิจารณาการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคาร

๓.๔

กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมดูแลหลักทรัพย์ตลอดจนพิจารณาแต่งตั้งผู้เก็บรักษาหลักทรัพย์

และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๓.๕

พิจารณาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้

๓.๖

รายงานผลการดำเนินงานให้รัฐมนตรีทราบ

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามที่เห็นสมควร”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๖.๑ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖.๑ ธนาคารของรัฐ หรือธนาคารที่กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗ การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร

ให้เปิดในนามของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๘

ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๘ ในการถอนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร

ให้รองปลัดกระทรวงการคลังหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน

และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะลงนามร่วมกัน”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๙

ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๙ ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

มีหน้าที่จัดการดูแลเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ ดังนี้

๑๙.๑

ดูแลดอกเบี้ย

และดอกผลที่ได้รับจากการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคารหรือจากการซื้อหลักทรัพย์

และนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามข้อ ๑๐ และ ๑๖

๑๙.๒

เก็บรักษาหลักฐานการฝากเงินกับธนาคาร และเก็บรักษาหลักทรัพย์

หรือแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่เก็บรักษาหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

๑๙.๓

จัดทำทะเบียนควบคุมเงินตราต่างประเทศที่ฝากธนาคารและหลักทรัพย์ที่ซื้อไว้

ตลอดจนรายงานยอดคงเหลือของบัญชีเงินฝากธนาคารและรายละเอียดของหลักทรัพย์เสนอรัฐมนตรีเพื่อทราบภายในสี่สิบห้าวัน

นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ

๑๙.๔

ดำเนินการชำระหนี้ตามข้อ ๑๗ และ ๑๘

๑๙.๕

ดำเนินการอื่นใด ตามที่กระทรวงการคลังมอบหมาย”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๐ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๐ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้

ให้จ่ายจากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

แผนงานจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐงานบริหารการชำระหนี้”

ประกาศ ณ วันที่ ๒

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๐

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ชุติมา/ปรับปรุง

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔ ง/ตอนพิเศษ ๑๕๗ ง/หน้า ๕/๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_eba34446b32b06c3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com