法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์กำจัดตัวเบียนภายนอกของสัตว์เลี้ยง ชนิดผงโรย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
2
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เรื่อง การแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์กําจัดตัวเบียนภายนอกของสัตว์เลี้ยง

ชนิดผงโรย

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 8 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ฉลากและระดับความ เป็นพิษของวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยามีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบ พ.ศ. 2538 สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การแสดงฉลากของวัตถุอันตรายที่ผลิต ขาย หรือมีไว้ในครอบครองในประเทศของ ผลิตภัณฑ์ชนิดผงโรยที่นํามาใช้ประโยชน์ในการกําจัดตัวเบียนภายนอกของสัตว์เลี้ยง เช่น เห็บ หมัด ไร ต้องปฏิบัติตามข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 7 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ฉลากและระดับความเป็นพิษ ของวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยามีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบ พ.ศ. 2538 และแสดง สาระสําคัญดังต่อไปนี้

(1) ประโยชน์ ใช้กําจัดตัวเบียนภายนอกของสัตว์เลี้ยง เช่น เห็บ หมัด ไร (แจ้งตามวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรณีห้ามใช้กับสัตว์ชนิดใดด้วย)

(2) วิธีใช้ 1. ทําความสะอาดสัตว์เลี้ยง จากนั้นให้ผูกล่ามไว้ในกรงหรือบริเวณ ซึ่งอับลมและวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ไม่ฟุ้งกระจายได้ง่าย และให้สวมตะกร้อครอบปาก เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงเสียหรือกลืนวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ จากนั้นให้โรยวัตถุอันตราย/ชื่อ ผลิตภัณฑ์บาง ๆ บนตัวสัตว์ให้ทั่วและลูบให้วัตถุอันตราย/ชื่อผลิตภัณฑ์สัมผัสถึงผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเท้า ง่ามเท้า ภายหลัง 1 ชั่วโมง จึงนําสัตว์เลี้ยงมาแปรงขน เพื่อให้ตัวเบียนร่วงหลุดแล้วทําความสะอาดสัตว์เลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมิให้วัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ตกค้างบนตัวสัตว์

2. กรณีที่มีกรงสัตว์ ให้เคลื่อนย้ายไปยังบริเวณที่ไม่เกิดการฟังกระจายของวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ได้ง่าย จากนั้นให้โรยวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ โดยรอบภายในกรงเพื่อกําจัดตัวเบียนที่อาจกลับมาติดสัตว์เลี้ยงอีก ภายหลัง 1 ชั่วโมงให้ทําความสะอาดกรงจนปราศจากวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ก่อนปล่อยสัตว์เลี้ยงเข้าไป

3. ควรใช้ในกรณีที่พบร่องรอยของตัวเบียนบนตัวสัตว์ และบริเวณที่อยู่ของสัตว์เท่านั้น ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นประจํา

(3) วิธีเก็บรักษา ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่มิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร และสัตว์เลี้ยง

(4) ค่าเดือน 1. ห้ามรับประทาน

2. วัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์นี้สามารถตกหล่นและฟุ้งกระจายได้ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันมิให้เป็นพิษต่อผู้ใช้และผู้อื่น

3. ขณะใช้ให้นําผ้าปิดจมูก ปาก และสวมถุงมือทุกครั้ง เพื่อป้องกันการหายใจเอาละอองวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์เข้าไปและป้องกันการสัมผัสกับผิวหน้าของผู้ใช้

4. เมื่อเสร็จจากการใช้ต้องรีบล้างมือ ชําระล้างร่างกายให้สะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที

5. ขณะใช้ระวังอย่าให้วัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์เข้าตา จมูก ปากของสัตว์เลี้ยง

6. ไม่ควรใช้วัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์นี้กับสัตว์เลี้ยงที่ป่วย หรืออ่อนแอ ลูกสัตว์ สัตว์ที่กําลังตั้งท้องหรือให้นมลูก

7. ห้าม ทิ้งภาชนะบรรจุ หรือวัตถุอันตราย/ชื่อผลิตภัณฑ์ลงในแม่น้ํา ค คลอง แหล่งน้ําสาธารณะ

(5) วิธีแก้พิษเบื้องต้น

1. หากถูกผิวหนัง ให้ล้างออกด้วยน้ําจํานวนมากๆ ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบถอดออกแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที

2. หากเข้าตา ให้รีบล้างด้วยน้ําเ สะอาดจนอาการระคายเคืองทุเลา หากไม่ทุเลาให้ไปพบแพทย์

3. หากกลืนกินวัตถุอันตราย ชื่อผลิตภัณฑ์ รีบทําให้อาเจียนโดย ให้ดื่มน้ําสะอาด 2 แก้ว แล้วทําการล้วงคอ แล้วรีบนําผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที พร้อมภาชนะบรรจุ ฉลาก หรือใบแทรกวัตถุอันตรายชื่อผลิตภัณฑ์นี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การแสดงฉลากของวัตถุอันตรายตามข้อ 1 ที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งออกนอก ราชอาณาจักร ให้ปฏิบัติตามข้อ 2 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ฉลากและระดับความเป็นพิษ ของวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยามีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบ พ.ศ. 2538

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538

บรรเทา อื้อกุล

(นายบรรเทา อื้อกุล)

เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

2 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์กำจัดตัวเบียนภายนอกของสัตว์เลี้ยง ชนิดผงโรย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ebecae52399cc507

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com