ข้อ ๑๗
ข้อ ๑๗ การตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) หมายความว่า การตรวจสภาพแวดล้อมข้อเท็จจริง การตรวจบัญชีเอกสารหลักฐาน ณ สถานประกอบการ เพื่อกำกับ ดูแลการเสียภาษีสรรพสามิต จากปัจจุบันย้อนหลังไม่น้อยกว่า ๓ เดือน
หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ
ข้อ ๑๗ การตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) หมายความว่า การตรวจสภาพแวดล้อมข้อเท็จจริง การตรวจบัญชีเอกสารหลักฐาน ณ สถานประกอบการ เพื่อกำกับ ดูแลการเสียภาษีสรรพสามิต จากปัจจุบันย้อนหลังไม่น้อยกว่า ๓ เดือน
ข้อ ๑๘ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกรายที่จะออกตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) (๑) ผู้เสียภาษีที่มีความเสี่ยง (๒) ผู้เสียภาษีที่มีแนวโน้มการชำระภาษีผิดปกติ (๓) มีการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบประเด็นสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิด (๔) ผู้เสียภาษีที่ไม่มีการตรวจกำกับดูแลมากกว่า ๑ ปีขึ้นไป (๕) กรณีอื่น ๆ ตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด
ข้อ ๑๙ ผู้มีอำนาจในการอนุมัติออกตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) ให้เป็นไปตามความในข้อ ๗
ข้อ ๒๐ ก่อนการออกตรวจ ให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เสียภาษีที่ถูกคัดเลือกในประเด็น ดังต่อไปนี้ (ก) ข้อมูลเกี่ยวกับการจดทะเบียนสรรพสามิต (ข) ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษีสรรพสามิต (ค) สรุปประเด็นที่เคยถูกประเมินภาษีจากสำนวนการตรวจสอบภาษี (ง) รวบรวมรายละเอียดรายชื่อผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องหรือร่วมกับผู้เสียภาษี (จ) ข้อมูลภายนอก (ฉ) อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ช) สรุปประเด็นที่จะออกตรวจ (๒) จัดทำหนังสือนำตัวออกตรวจการเสียภาษีสรรพสามิตตามแบบ ตส. ๐๔-๑๕ ท้ายระเบียบนี้ เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ ๗ เพื่อลงนาม (๓) จัดทำสมุดสั่งการออกตรวจสอบภาษีสรรพสามิตตามแบบ ตส. ๐๓-๐๑ ท้ายระเบียบนี้เสนอผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเพื่อลงนาม ทั้งนี้ ให้ออกตรวจภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่อนุมัติให้ออกตรวจ
ข้อ ๒๑ การออกตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) ให้นำความใน (๑) (๒) และ (๓) ของข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๒ วิธีการตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) (๑) ตรวจสภาพแวดล้อมข้อเท็จจริง การควบคุมภายใน (๒) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางบัญชี หรือเอกสารหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีสรรพสามิต นับแต่วันที่ทำการเข้าตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) ย้อนหลังไม่น้อยกว่า ๓ เดือน (๓) ตรวจนับวัตถุดิบหลัก สินค้าสำเร็จรูปคงเหลือ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีและแสตมป์หรือสังเกตและประเมินการใช้บริการ (๔) ให้บันทึกคำให้การ ตามแบบ ตส. ๐๔-๐๖ และ ตส. ๐๔-๐๖/๑ ท้ายระเบียบนี้ และหากพบว่าผู้เสียภาษีชำระภาษีไม่ถูกต้อง ให้แจ้งผู้เสียภาษีรับทราบผลการตรวจสอบพร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถประเมินตนเองและยื่นชำระภาษีให้ถูกต้อง หรือแจ้งข้อโต้แย้งภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ผู้เสียภาษีได้รับแจ้ง (๕) ในการตรวจ ให้เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้เสียภาษีตามกฎหมายด้วย (๖) เมื่อทำการตรวจเสร็จแล้ว ให้บันทึกการตรวจการเสียภาษีสรรพสามิต ตามแบบ ตส. ๐๔-๑๘ ท้ายระเบียบนี้ จำนวน ๒ ฉบับ มีข้อความตรงกันโดยฉบับหนึ่งมอบให้ผู้รับการตรวจอีกฉบับหนึ่งเก็บในสำนวนการตรวจสอบ
ข้อ ๒๓ การปฏิบัติเมื่อกลับถึงสำนักงานสรรพสามิต ให้นำความในข้อ ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ได้ติดตามผลการปฏิบัติงานแล้วปรากฏว่า ผู้เสียภาษีไม่ปฏิบัติตามผลการตรวจสอบแบบเบ็ดเสร็จ ณ สถานประกอบการ (Field Audit) ให้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบภาษี ณ สถานประกอบการ ตามแบบ ภษ. ๐๒-๑๕ ท้ายระเบียบนี้ ให้ผู้เสียภาษีมาพบเพื่อรับทราบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลการตรวจสอบภาษี หรือนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมหากผู้เสียภาษีไม่ปฏิบัติตามให้แจ้งการประเมินภาษีเป็นหนังสือ โดยให้นำความในข้อ ๕๑ วรรคสอง มาบังคับใช้โดยอนุโลม การส่งหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบภาษี ณ สถานประกอบการ และหนังสือแจ้งการประเมินภาษีดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ การตรวจสอบตามหนังสือเรียก
ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).