ข้อ ๒๕
ข้อ ๒๕ การตรวจสอบตามหนังสือเรียก หมายความว่า การตรวจบัญชีเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิต การตรวจสอบไต่สวน สืบสวน และให้รวมถึงการตรวจการปฏิบัติของผู้เสียภาษี ณ สถานประกอบการด้วย ขอบเขตอำนาจในการออกหนังสือเรียก
หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ
ข้อ ๒๕ การตรวจสอบตามหนังสือเรียก หมายความว่า การตรวจบัญชีเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิต การตรวจสอบไต่สวน สืบสวน และให้รวมถึงการตรวจการปฏิบัติของผู้เสียภาษี ณ สถานประกอบการด้วย ขอบเขตอำนาจในการออกหนังสือเรียก
ข้อ ๒๖ อำนาจในการออกหนังสือเรียก (๑) ให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ทั่วราชอาณาจักร (๒) ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ ดังนี้ (ก) กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีสถานประกอบการอยู่ในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ (ข) กรณีอื่นนอกจาก (ก) ให้มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ (๓) ให้สรรพสามิตพื้นที่ มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ ดังนี้ (ก) กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีสถานประกอบการอยู่ในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ (ข) กรณีอื่นนอกจาก (ก) ให้มีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ
ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียกตามข้อ ๒๖ ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ เมื่อผู้รักษาราชการแทนได้ดำเนินการออกหนังสือเรียกแล้ว ต้องรายงานเป็นหนังสือให้ผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียกทราบโดยเร็ว การขออนุมัติออกหนังสือเรียก
ข้อ ๒๘ การดำเนินการก่อนขออนุมัติออกหนังสือเรียกผู้เสียภาษีมาตรวจสอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติดังนี้ (๑) รวบรวมหลักฐานและทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลภายใน ข้อมูลภายนอก หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น และให้จัดทำบันทึกผลการวิเคราะห์การชำระภาษีสรรพสามิตตามแบบ ตส. ๐๔-๐๒ ท้ายระเบียบนี้ (๒) การขออนุมัติออกหนังสือเรียก (ก) ให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยทะเบียนควบคุมการตรวจสอบภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ข) ให้ใช้แบบขออนุมัติออกหนังสือเรียกตามแบบ ตส. ๐๔-๐๓ ท้ายระเบียบนี้ (๓) การขออนุมัติออกหนังสือเรียกผู้เสียภาษีมาตรวจสอบ สามารถกระทำได้สำหรับทุกเดือนที่ปรากฏความผิด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเสียภาษีไว้ไม่ถูกต้อง แต่จะต้องไม่เรียกซ้ำกันกับเดือนที่เคยออกหนังสือเรียกไปแล้ว เว้นแต่ กรณีที่มีหลักฐานหรือข้อมูลซึ่งไม่ซ้ำกับที่เคยตรวจสอบไปก่อนแล้ว หรือกรณีมีเหตุอันสมควรอื่นก็ให้ขออนุมัติออกหนังสือเรียกตรวจสอบใหม่ได้เฉพาะราย การออกหนังสือเรียก การส่งหนังสือเรียก และการปฏิบัติตามหนังสือเรียก
ข้อ ๒๙ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการออกหนังสือเรียกให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่วันได้รับแจ้งการอนุมัติ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้มีอำนาจอนุมัติจะสั่งการเป็นอย่างอื่น หนังสือเรียกให้เป็นไปตามแบบ ภษ. ๐๔-๐๔ ท้ายระเบียบนี้ เมื่อได้ออกหนังสือเรียกแล้ว ให้สำเนาหนังสือเรียกส่งให้สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาค สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี ทราบอย่างช้าไม่เกิน ๓ วัน นับแต่วันที่ได้ออกหนังสือเรียก
ข้อ ๓๐ การส่งหนังสือเรียก ให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) ต้องส่งหนังสือเรียกตามวิธีการที่กำหนดในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ และต้องให้เวลาบุคคลนั้นไม่น้อยกว่า ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียกนั้น (๒) กรณีผู้เสียภาษีเป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่แจ้งเลิกและอยู่ระหว่างการชำระบัญชีให้ส่งหนังสือเรียกไปยังผู้ชำระบัญชี ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักงานของผู้ชำระบัญชีตามที่ได้แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ และให้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ขอให้ระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีไว้ก่อน (๓) กรณีผู้เสียภาษีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่แจ้งเลิก และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว แต่ยังไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ให้ส่งหนังสือเรียกไปยังผู้ชำระบัญชี ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของผู้ชำระบัญชีตามที่แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์และให้หน่วยตรวจสอบรีบดำเนินการประเมินภาษีโดยเร็ว เนื่องจากต้องฟ้องเรียกหนี้สินจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้เสร็จภายใน ๒ ปี นับแต่วันจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี (๔) เมื่อได้ส่งหนังสือเรียกแล้ว ให้นำหลักฐานที่แสดงว่าผู้เสียภาษีได้รับหนังสือเรียกแล้วมาติดสำนวนเรื่องไว้ด้วย
ข้อ ๓๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบแต่ละรายให้แล้วเสร็จไม่เกิน ๑ ปี นับแต่วันออกหนังสือเรียก หากไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงต่อผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียก ตามแบบ ตส. ๐๔-๑๖ ท้ายระเบียบนี้ เพื่อขออนุมัติขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน ๓ เดือน แต่รวมระยะเวลาการตรวจสอบแล้วต้องไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือเรียก เว้นแต่ ผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียกจะสั่งการเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๓๒ หากผู้ถูกออกหนังสือเรียกหรือผู้เสียภาษีไม่สามารถจะมาให้ถ้อยคำ และหรือนำบัญชีหลักฐานมาให้ตรวจสอบตามหนังสือเรียกด้วยตนเองได้ จะมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และมีความรู้เกี่ยวกับการดำเนินกิจการนั้นเป็นอย่างดีมาแทนก็ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบ ภษ. ๐๔-๐๖ ท้ายระเบียบนี้ หรือตามแบบอื่นที่มีผลในทางนิตินัยผูกพันผู้เสียภาษีในทำนองเดียวกัน กรณีที่ผู้รับมอบอำนาจไม่ทราบข้อเท็จจริงเพียงพอ หรือพยายามประวิงเวลา หรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือกรณีไม่ให้ถ้อยคำในสาระสำคัญ ก็ให้อยู่ในดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะสั่งให้ผู้เสียภาษีมาให้ถ้อยคำชี้แจงด้วยตนเองได้ การมอบอำนาจดังกล่าว สามารถมอบอำนาจช่วงต่อไปได้เพียงใดก็ให้เป็นไปตามหนังสือมอบอำนาจนั้น
ข้อ ๓๓ ในกรณีที่มีการขอให้ระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีสำหรับรายที่ออกหนังสือเรียก จะต้องติดตามดำเนินการขอขยายการระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อไป เมื่ออายุการขอระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีสิ้นสุดลง จนกว่าจะได้ดำเนินการประเมินภาษีครบถ้วนแล้ว
ข้อ ๓๔ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบ หรือผู้ถูกออกหนังสือเรียก หรือผู้เสียภาษีร้องขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบ ณ สำนักงานของผู้ถูกออกหนังสือเรียกหรือสถานประกอบการตามที่ระบุไว้ในหนังสือเรียก หรือสถานที่อื่นใดในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค หรือสรรพสามิตพื้นที่ พิจารณาให้เป็นราย ๆ ไป ในกรณีสำนักงานผู้ถูกออกหนังสือเรียก หรือผู้เสียภาษีร้องขออยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคที่รับผิดชอบ หรือกรมสรรพสามิตแล้วแต่กรณี เพื่อสั่งการต่อไป ในการออกตรวจสอบครั้งแรก ให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการเป็นหัวหน้าคณะ และให้มีหนังสือนำตัวออกตรวจการเสียภาษีสรรพสามิตตามแบบ ตส. ๐๔-๑๕ ท้ายระเบียบนี้ไปแสดงด้วย การออกตรวจตามวรรคหนึ่ง จะต้องจัดทำสมุดสั่งการออกตรวจสอบภาษีสรรพสามิตไว้ตามแบบ ตส. ๐๓-๐๑ ท้ายระเบียบนี้ โดยให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปและผู้รับคำสั่งลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๓๕ ผู้เสียภาษีรายใดได้รับหนังสือเรียกแล้วไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องใด ๆ ให้ทราบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติตามหนังสือเรียกตามแบบ ตส. ๐๔-๐๕ ท้ายระเบียบนี้ ไปยังผู้เสียภาษีรายนั้นอีกครั้งหนึ่ง หากยังฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการประเมินภาษีตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ตามมาตรา ๗๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ การดำเนินการตรวจสอบภาษี การตรวจสอบไต่สวน
ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).