ข้อ ๔๘
ข้อ ๔๘ การแจ้งการประเมินภาษี ให้ใช้หนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตตามแบบ ภษ. ๐๒-๐๘ ท้ายระเบียบนี้
หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ
ข้อ ๔๘ การแจ้งการประเมินภาษี ให้ใช้หนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตตามแบบ ภษ. ๐๒-๐๘ ท้ายระเบียบนี้
ข้อ ๔๙ ให้ผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียกเป็นผู้ลงนามในหนังสือแจ้งการประเมินภาษีและให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบเตรียมแบบแจ้งการประเมินลงลายมือชื่อและตำแหน่งกำกับไว้ด้วย ถ้าในการประเมินภาษีมีประเด็นจะต้องประเมินเรียกเก็บหลายประเด็น โดยมีทั้งประเด็นที่ผู้เสียภาษีมิได้โต้แย้งและโต้แย้ง ให้แยกประเด็นทำการประเมินได้ การแยกประเมินเรียกเก็บภาษี ให้ประเมินเฉพาะประเด็นที่ผู้เสียภาษีมิได้โต้แย้งไปก่อนถ้าการประเมินนั้นจะไม่ทำให้เป็นผลเสียต่อสำนวนหรือประเด็นที่ผู้เสียภาษีโต้แย้ง ส่วนประเด็นที่ผู้เสียภาษีโต้แย้งก็ให้แจ้งการประเมินโดยแยกแบบแจ้งการประเมินไปต่างหาก
ข้อ ๕๐ การส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีให้ใช้วิธีส่งตามหลักเกณฑ์ในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยเฉพาะกรณีต่อไปนี้ ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) กรณีผู้เสียภาษีเป็นบุคคลธรรมดาได้แจ้งย้ายภูมิลำเนาออกแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งย้ายเข้าให้ประเมินตั้งค้างไว้ที่ภูมิลำเนาเดิม ในการส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษีหรือแบบแจ้งการประเมินให้ส่งไปยังภูมิลำเนาเดิมและที่อ้างว่าย้ายไปอยู่ใหม่ (๒) กรณีผู้เสียภาษีเป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่แจ้งเลิกและอยู่ระหว่างการชำระบัญชีหรือจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้วแต่ยังไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ให้ส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษีหรือแบบแจ้งการประเมินให้แก่ผู้ชำระบัญชี ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของผู้ชำระบัญชีตามที่ได้แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ (๓) เมื่อได้ส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษี หรือแบบแจ้งการประเมินแล้ว ให้นำหลักฐานที่แสดงว่าผู้เสียภาษีได้รับแล้วมาติดไว้ในสำนวนด้วย
ข้อ ๕๑ ในรายที่ไม่มีการประเมินเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต ให้ทำหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบภาษีสรรพสามิตตามแบบ ภษ. ๐๒-๑๑ ท้ายระเบียบนี้ ขึ้น ๔ ฉบับ ต้นฉบับส่งให้แก่ผู้เสียภาษี สำเนาคู่ฉบับแนบไว้กับสำนวนตรวจสอบภาษี และสำเนาส่งให้สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาค สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี ในรายที่มีการประเมินภาษี ให้ทำหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตตามแบบ ภษ. ๐๒-๐๘ ท้ายระเบียบนี้ ขึ้น ๕ ฉบับ ต้นฉบับส่งให้แก่ผู้เสียภาษี สำเนาคู่ฉบับแนบไว้กับสำนวนตรวจสอบภาษี และสำเนาส่งให้สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาค สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี และสำนักกฎหมาย
ข้อ ๕๒ การตรวจสอบผู้เสียภาษีในรายที่ปรากฏแน่ชัดว่าจะต้องมีการประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก และผู้เสียภาษีมีพฤติการณ์ส่อแสดงว่าจะไม่ยินยอมชำระภาษีเพิ่มเติมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเป็นกรณีพิเศษ หากการตรวจสอบผู้เสียภาษีในรายที่มีพฤติการณ์ส่อแสดงว่าจะหลีกเลี่ยงภาษี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงพร้อมพยานเอกสารหลักฐานที่ตรวจพบแก่ผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียกเพื่อพิจารณา หากผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียกพิจารณาเห็นสมควรให้ดำเนินคดีอาญากับผู้เสียภาษีรายดังกล่าว ก็ให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินคดีดำเนินการต่อไป
ข้อ ๕๓ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการประเมินภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด ให้บันทึกรายงานผู้มีอำนาจออกหนังสือเรียก เพื่อเสนอขออนุมัติแก้ไขการประเมินต่อไป การคืนบัญชีเอกสารและการเก็บรักษาสำนวน
ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).