รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการตรวจสอบภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2553 หมวด ๗

ข้อ ๕๗–ข้อ ๖๓ · รวม 7 มาตรา

หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ

ข้อ ๕๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๗ การขออนุมัติทำการตรวจค้น ยึดหรืออายัดบัญชีเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวกับหรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ กระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ในการทำการตรวจค้นให้พึงถือเป็นราชการลับตั้งแต่ขั้นสืบสวน ขั้นประมวลหลักฐาน ขั้นวิเคราะห์แบบ ตลอดจนขั้นตอนอื่น ๆ ของการตรวจค้น จนกระทั่งถึงการเสนอผลการตรวจค้นต่อผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค หรือสรรพสามิตพื้นที่

ข้อ ๕๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๘ คำสั่งให้ตรวจค้นให้จัดทำตามแบบ ภษ. ๐๔-๐๑ ท้ายระเบียบนี้ โดยจัดทำเป็น ๒ ฉบับ ต้นฉบับให้นำไปแสดงกับผู้ครอบครองสถานที่ที่ระบุไว้ในคำสั่งให้ตรวจค้น เมื่อเสร็จแล้วให้นำติดไว้กับสำนวนการตรวจสอบ สำเนาคู่ฉบับให้ติดไว้กับสมุดคำสั่งให้ตรวจค้นภายหลังจากการตรวจค้นเสร็จสิ้นแล้ว สมุดคำสั่งให้ตรวจค้น ให้ทำแบบเดียวกับสมุดสั่งการออกตรวจสอบภาษีสรรพสามิต

ข้อ ๕๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๙ การออกตรวจค้นตามข้อ ๕๗ ให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) ให้มีข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการหรือชำนาญงานเป็นหัวหน้าคณะ (๒) แต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานสรรพสามิต เว้นแต่ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค หรือสรรพสามิตพื้นที่ จะสั่งการตามที่เห็นสมควร (๓) ก่อนลงมือตรวจค้น ให้แสดงบัตรประจำตัวข้าราชการและคำสั่งให้ตรวจค้นต่อเจ้าของ หรือผู้ครอบครองสถานที่ที่จะทำการตรวจค้น และผู้เป็นหัวหน้าคณะจะต้องแจ้งความประสงค์ในการตรวจค้นให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ที่จะทำการตรวจค้นทราบก่อน โดยให้บันทึกแสดงความยินยอมให้ตรวจค้นสถานที่ และแสดงความบริสุทธิ์ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วยว่าพนักงานเจ้าหน้าที่มิได้นำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผิดกฎหมายซุกซ่อนเข้าไปด้วยแต่อย่างใด ทั้งนี้ ให้บันทึกเป็นหลักฐานไว้ด้านหลังของคำสั่งให้ตรวจค้นที่นำไปแสดง (๔) ให้ทำการตรวจค้นต่อหน้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือบุคคลที่ทำงานในสถานที่นั้น ถ้าหาบุคคลดังกล่าวไม่ได้ ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องมาเป็นพยาน (๕) ให้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยเฉพาะบัญชีเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับ หรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ ผู้ทำการตรวจค้นจะต้องมีปฏิภาณไหวพริบพึงรู้ว่าเอกสารเกี่ยวกับภาษีเก็บไว้ที่ใด สมควรจะยึดเอกสารชิ้นใดมาทำการตรวจสอบบ้าง สถานที่หรือตู้เก็บเอกสารใดหากไม่สามารถทำการตรวจค้นได้ในขณะนั้น ให้อายัดไว้ก่อนและนัดทำการเปิดเพื่อตรวจค้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ (๖) ให้ทำการตรวจโดยสุภาพ พยายามมิให้มีการเสียหายและกระจัดกระจายเท่าที่จะทำได้และระมัดระวังอย่าให้เป็นที่เดือดร้อน หรือขัดขวางการประกอบธุรกิจจนเกินความจำเป็น (๗) การตรวจค้น ต้องทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบกิจการนั้น เว้นแต่การตรวจค้นในเวลาดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ จะกระทำต่อไป หรือจะดำเนินการอายัดหลักฐานที่ตรวจค้นไม่แล้วเสร็จไว้ก่อนเพื่อดำเนินการตรวจค้นในวันแรกที่เปิดทำการตามปกติก็ได้

ข้อ ๖๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๐ ให้ผู้ตรวจค้นแยกบัญชีเอกสารที่ยึดมาทำการตรวจสอบไว้เป็นสัดส่วนและออกใบรับตราสารและหลักฐานต่าง ๆ ตามแบบ ตส. ๐๔-๒๒ ท้ายระเบียบนี้ โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีเอกสารที่จะยึดมาทำการตรวจสอบ ใบรับให้ทำเป็น ๓ ฉบับ ฉบับที่ ๑ ติดสำนวนการตรวจสอบ ฉบับที่ ๒ มอบให้ผู้ถูกตรวจค้นหรือผู้นำให้ทำการตรวจค้น ฉบับที่ ๓ ติดไว้กับต้นเรื่อง บัญชีเอกสารที่ยึดมานั้นจะต้องเป็นบัญชีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีสรรพสามิตโดยตรงห้ามมิให้ยึดบัญชีและเอกสารหรือสิ่งใดที่ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการจัดเก็บภาษีมาเป็นอันขาดบัญชีและเอกสารที่ยึดมานั้น ผู้ตรวจค้นและผู้ถูกตรวจจะต้องลงชื่อไว้เป็นหลักฐานว่าเป็นบัญชีและเอกสารที่ยึดไปจากสถานที่นั้นจริง เว้นแต่กรณีบัญชีและเอกสารที่ยึดเป็นจำนวนมากก็ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าคณะว่า จะลงนามและให้ลำดับเลขที่ในบัญชีเอกสารใดบ้าง ทั้งนี้ โดยพิจารณาถึงความสำคัญและประโยชน์ของบัญชีเอกสารนั้น ๆ ว่ามีมากน้อยเพียงใด ในกรณีที่ไม่มีเจ้าของหรือผู้นำให้ทำการตรวจค้น ก่อนที่จะนำบัญชีเอกสารที่ตรวจค้นหรือยึดได้กลับสำนักงานสรรพสามิต ให้แจ้งตำรวจท้องที่เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานด้วย

ข้อ ๖๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๑ เมื่อทำการตรวจค้นเสร็จแล้ว ให้บันทึกการตรวจการเสียภาษีสรรพสามิตตามแบบ ตส. ๐๔-๑๘ ท้ายระเบียบนี้ จำนวน ๒ ฉบับ มีข้อความตรงกัน โดยมอบให้ผู้รับการตรวจค้น ๑ ฉบับ นำติดสำนวนตรวจสอบ ๑ ฉบับ พร้อมทั้งให้ทำบันทึกผลการตรวจค้น โดยมีข้อความสำคัญที่ควรจะบันทึกไว้ให้ปรากฏดังนี้ (๑) ก่อนลงมือตรวจค้น พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงคำสั่งตรวจค้นให้ผู้ถูกตรวจค้นดูแล้ว พร้อมกับได้แสดงบัตรประจำตัวผู้ทำการตรวจค้นทุกคน นอกจากนี้ก่อนทำการตรวจค้นพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์แล้ว ผู้รับการตรวจค้นยินยอมให้รับการตรวจค้นได้ (๒) ในบันทึกการตรวจค้นจะต้องให้ปรากฏชื่อผู้ถูกตรวจค้นหรือผู้นำให้ทำการตรวจค้นไว้ให้ชัดแจ้ง (๓) ได้ทำการตรวจค้นตั้งแต่เวลาใด แล้วเสร็จเวลาใด การตรวจค้นมีปัญหาหรืออุปสรรคประการใดบ้าง (๔) กรณีที่พบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับหรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิตให้บันทึกว่าพบ ณ ที่ใด อยู่ลักษณะอย่างใด ปิดบังซ่อนเร้นไว้หรือไม่ประการใด หรือผู้รับการตรวจค้นได้นำมามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง (๕) กรณีที่ได้ยึดบัญชีเอกสารใด ก็ให้บันทึกสรุปรายการบัญชีและเอกสารหลักฐานที่ยึดมานั้นด้วย (๖) เมื่อเสร็จการตรวจค้นจะต้องบันทึกให้ปรากฏว่าผู้ตรวจได้แสดงความบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ในบันทึกการตรวจค้นจะต้องให้ปรากฏว่า ผู้ตรวจค้นมิได้ทำให้เกิดความเสียหายหรือบุบสลายซึ่งทรัพย์สินของผู้ถูกตรวจค้นหรือเป็นการขัดขวางการประกอบธุรกิจตามปกติจนเกินความจำเป็นและรับรองว่าข้อความในบันทึกตรงตามข้อเท็จจริงทุกประการ

ข้อ ๖๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๒ เมื่อกลับถึงสำนักงานสรรพสามิต ให้ผู้ที่ไปทำการตรวจค้นเสนอการตรวจค้นให้ผู้บังคับบัญชาผู้ลงนามในคำสั่งให้ตรวจค้นทราบในวันที่ทำการตรวจค้นหรืออย่างช้าในวันแรกที่เปิดทำการตามปกติ

ข้อ ๖๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๓ เมื่อได้ออกตรวจค้น และยึดบัญชีเอกสารมาเพื่อทำการตรวจสอบตามคำสั่งตรวจค้นแล้วเพื่อให้การตรวจสอบและประเมินเรียกเก็บภาษีเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน ให้แจ้งทะเบียนควบคุมการตรวจสอบภาษีสรรพสามิต และให้ออกหนังสือเรียกตรวจสอบทุกราย อื่น ๆ

กลับไปที่ ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการตรวจสอบภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2553 ฉบับเต็ม

ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

ค้นต่อจากนี้