法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดลำปาง จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา อารัมภบท

ประกาศ

ประกาศ

เรื่อง

การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่

กรุงเทพมหานคร

จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชัยภูมิ

จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จังหวัดมหาสารคาม

จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดลำปาง

จังหวัดสกลนคร

จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดหนองบัวลำภู

จังหวัดอุดรธานี

และจังหวัดอุบลราชธานี[๑]

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และได้มีการเพิ่มเติมเขตท้องที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ฉบับที่ ๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ ๔ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.

๒๕๕๓

และต่อมาได้มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในบางเขตท้องที่แล้ว

นั้น โดยที่ปรากฏว่า

ยังมีกลุ่มบุคคลดำเนินการที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือมีการวางแผนเตรียมการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ต่าง

ๆ โดยมีการสร้างเครือข่ายในการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ

อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความประสงค์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่จะดำเนินการใด ๆ

เพื่อมุ่งให้เกิดความเสียหายและความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตร่างกาย

และทรัพย์สินของประชาชน

และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

จึงสมควรขยายระยะเวลาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

ความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน

รวมทั้งกระทบอย่างร้ายแรงต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.

๒๕๔๘ เพื่อการแก้ไขปัญหาให้ยุติลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

จึงให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงออกไปอีกเป็นเวลาสามเดือนในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดมหาสารคาม

จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดลำปาง จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรปราการ

จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี

ทั้งนี้

ตั้งแต่วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๖

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๘๓ ง/หน้า ๖/๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดลำปาง จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ecbd5274c395a0ba

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com