法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.บ.ศป.

ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ

หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๖๓

โดยที่เป็นการสมควรช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือ

เป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๑/๘ (๑) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง

ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้ง

ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.บ.ศป. จึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา

ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการ

ตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นใดในส่วนที่กําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง คณะกรรมการบริหาร

ศาลปกครอง คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง และคณะกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้ง

โดยคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง คณะกรรมการบริหารศาลปกครอง คณะกรรมการข้าราชการ

ฝ่ายศาลปกครอง ประธานศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการสํานักงาน

ศาลปกครอง

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยคณะกรรมการตุลาการ

ศาลปกครอง คณะกรรมการบริหารศาลปกครอง คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ประธานศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย คู่ความ หรือคู่กรณีในคดี

อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ซึ่งมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบนี้ คือ

(๑) ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง

(๒) ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

(๓) พนักงานราชการ

(๔) ลูกจ้างสํานักงานศาลปกครอง

(๕) คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และผู้ที่คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ประธาน

ศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ ได้แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติงาน

ตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ประธานศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครอง

ชั้นต้น หรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี

(๖) ผู้ปฏิบัติงานตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ที่พ้นจากตําแหน่งหรือหน้าที่ไปแล้ว

ผู้ปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง จะต้องเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย คู่ความในคดีอาญา

คดีแพ่ง หรือคู่กรณีในคดีปกครอง อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย

ระเบียบแบบแผนของทางราชการ หรือตามที่ได้รับมอบหมายโดยชอบจากคณะกรรมการ

คณะอนุกรรมการ ประธานศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรือเลขาธิการ และสํานักงาน

มิได้เป็นผู้กล่าวหา หรือฟ้องคดีนั้นเอง หรือมิใช่กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานฟ้องสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามข้อ ๕ ยื่นคําขอรับ

ความช่วยเหลือต่อบุคคล ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้เป็นหรือเคยเป็นผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง (๑) ให้ยื่นคําขอรับความช่วยเหลือ

ต่อประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น แล้วแต่กรณี และให้ประธานศาลปกครอง

สูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ส่งคําขอรับความช่วยเหลือดังกล่าวให้สํานักงานดําเนินการต่อไป

(๒) ผู้เป็นหรือเคยเป็นผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง (๒) (๓) (๔) และ (๕) ให้ยื่น

คําขอรับความช่วยเหลือต่อเลขาธิการ

ในกรณีที่ผู้รับคําขอตามวรรคหนึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคําขอเป็นผู้มีสิทธิได้รับ

ความช่วยเหลือตามข้อ ๕ วรรคสอง ให้แจ้งผู้ยื่นคําขอทราบโดยพลันและแจ้งสํานักงานดําเนินการ

ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบนี้ต่อไป

ในกรณีที่ผู้รับคําขอตามวรรคหนึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคําขอเป็นผู้ไม่มีสิทธิได้รับ

ความช่วยเหลือตามข้อ ๕ วรรคสอง ให้แจ้งผู้ยื่นคําขอทราบโดยพลัน ทั้งนี้ ผู้ยื่นคําขอมีสิทธิขอให้คณะกรรมการ

ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๗/๑ พิจารณาทบทวนความเห็นดังกล่าว เว้นแต่กรณี

ของผู้ที่ยื่นคําขอรับความช่วยเหลือต่อประธานศาลปกครองสูงสุด ให้มีสิทธิขอให้ ก.บ.ศป. พิจารณา

ทบทวนความเห็นดังกล่าว โดยให้ใช้สิทธิได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้นั้นทราบผลการพิจารณา และ

ให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว หรือ ก.บ.ศป. แล้วแต่กรณี วินิจฉัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

คําวินิจฉัยของคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน หรือ ก.บ.ศป. ให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามข้อ ๕ ให้สํานักงานพิจารณา

ให้ความช่วยเหลือได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ สํานักงานอาจประกาศหรือกําหนดหลักเกณฑ์

เกี่ยวกับความช่วยเหลือที่จะจัดให้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๗/๑

ข้อ ๗/๑ ให้มีคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการ

ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี

อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่” ประกอบด้วย

(๑) รองประธานศาลปกครองสูงสุดซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

(๒) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจํานวนสองคน และตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นจํานวนสองคน

ซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย เป็นกรรมการ

(๓) ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจํานวนสองคนซึ่งเลขาธิการมอบหมาย เป็นกรรมการ

ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่ง

ให้เลขาธิการมอบหมายข้าราชการฝ่ายศาลปกครองคนหนึ่งเป็นเลขานุการและอีกสองคน

เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสองปี

นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง

ในกรณีที่ตําแหน่งประธานกรรมการหรือกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ ประธานศาลปกครอง

สูงสุดอาจแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง เว้นแต่วาระการดํารงตําแหน่งของประธานกรรมการหรือกรรมการ

ผู้นั้นจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างก็ได้

ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้อยู่ในตําแหน่งเท่ากับ

วาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานมีอํานาจหน้าที่ให้คําปรึกษาหรือแนะนําสํานักงาน

ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งให้มีอํานาจทบทวนคําขอรับความช่วยเหลือตามข้อ ๖ วรรคสาม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินคดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีปกครอง ให้จ่าย

จากเงินงบประมาณของสํานักงานเท่าที่จ่ายจริง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามข้อ ๕ มีสิทธิได้รับค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก

และค่าพาหนะ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือได้รับความช่วยเหลือทั้งในชั้นที่ถูกดําเนินการ

ตรวจสอบโดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาล แต่สําหรับ

การได้รับความช่วยเหลือในชั้นศาล ให้ได้รับความช่วยเหลือเฉพาะคดีที่มิใช่พนักงานอัยการเป็นโจทก์

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในคดีอาญาแสดงความจํานงขอรับความช่วยเหลือ

ตามข้อ ๖ เพื่อขอให้ออกหนังสือรับรองการขอปล่อยชั่วคราว ให้เลขาธิการออกหนังสือรับรองการขอ

ปล่อยชั่วคราวและหนังสือนําส่งหนังสือรับรองการขอปล่อยชั่วคราวตามแบบท้ายระเบียบนี้โดยพลัน

เพื่อนําไปมอบให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล แล้วแต่กรณี

หนังสือรับรองการขอปล่อยชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง จะต้องระบุจํานวนเงินที่สํานักงานต้องชดใช้

ให้แก่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล เมื่อผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือผิดสัญญาประกัน

ให้ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทําหนังสือรับรองว่าหากหลบหนี หรือผิดนัด หรือเพราะเหตุอื่นใด

จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลสั่งปรับ หรือเรียกให้ชดใช้เงินตามสัญญา

ประกันแล้ว ผู้ได้รับการช่วยเหลือผู้นั้นยินยอมให้สํานักงานหักเงินที่พึงจะได้รับจากสํานักงานชดใช้

จนครบตามจํานวนเงินประกันที่ถูกเรียกหรือถูกปรับ หากไม่พอหรือไม่มีเงินให้หัก ยอมให้เรียกเอา

จากทรัพย์สินของผู้ได้รับความช่วยเหลือจนครบจํานวน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้ได้รับความช่วยเหลือหลบหนี เมื่อพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ

หรือศาลเรียกให้ชดใช้เงินตามหนังสือรับรองการขอปล่อยชั่วคราว ให้สํานักงานเบิกหักผลักส่ง

เงินงบประมาณในหมวดค่าตอบแทน ใช้สอยวัสดุ เป็นเงินรายได้แผ่นดินของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

สํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานศาลยุติธรรม หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี และแจ้งให้

พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลทราบด้วย

ในส่วนของสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค ให้รายงานเลขาธิการเพื่อขอรับจัดสรร

เงินงบประมาณเพื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป

กรณีได้ตัวผู้ได้รับความช่วยเหลือที่หลบหนีกลับมาดําเนินคดี ให้สํานักงานร้องขอต่อพนักงาน

สอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล แล้วแต่กรณี เพื่อขอคืนเงินตามสัญญาประกัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือผู้ใดได้วางหลักประกันไปก่อนที่เลขาธิการได้ออกหนังสือ

รับรองให้ตามข้อ ๑๑ ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือผู้นั้นอาจขอให้เลขาธิการออกหนังสือรับรอง

เพื่อนําไปมอบให้แก่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล แล้วแต่กรณี แทนหลักประกันเดิม

หรือเป็นหลักประกันเพิ่มเติมจากหลักประกันเดิมที่ได้วางไว้ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ได้รับความช่วยเหลือมีสิทธิได้รับชดใช้เงินค่าใช้จ่าย

ในการดําเนินคดีที่จ่ายไปคืนจากคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ผู้ได้รับความช่วยเหลือเรียกร้องเงินดังกล่าวและ

นําส่งคืนสํานักงานตามที่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ไม่เกินจํานวนที่ได้รับชดใช้ ทั้งนี้ ผู้ได้รับ

ความช่วยเหลือจะมอบให้สํานักงานเป็นผู้รับแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออก

ประกาศ คําสั่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบพิมพ์ต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

และมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓

ปิยะ ปะตังทา

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่ความ หรือคู่กรณีในคดี อันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ece4330dd92342e4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com