法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการในการขอรับทุนและการพิจารณา ให้เงินทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการค้าภายใน

ประกาศกรมการค้าภายใน

เรื่อง หลักเกณฑ์

วิธีการในการขอรับทุนและการพิจารณา

ให้เงินทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชน[๑]

ตามที่กรมการค้าภายใน

ได้ออกระเบียบว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๐

ระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยเงินทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๒

ประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์

วิธีการในการขอรับเงินทุนและพิจารณาให้เงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน

ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๐ และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง

การดำเนินการตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาร้านค้าชุมชน ลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๒

เพื่อให้เงินทุนทดรองปลอดดอกเบี้ยในรูปสินค้าอุปโภคบริโภคแก่ร้านค้าชุมชนนำมาจำหน่ายในร้านค้าชุมชน

หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจของร้านค้าชุมชนไปแล้ว นั้น

เพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาร้านค้าชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สามารถส่งเสริมพัฒนาธุรกิจในระดับหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

กรมการค้าภายในจึงออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์

วิธีการในการขอรับเงินทุนและการพิจารณาให้เงินทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชนไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิก

๑.๑ ประกาศกรมการค้าภายใน

เรื่อง หลักเกณฑ์

วิธีการในการขอรับเงินทุนและการพิจารณาให้เงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน

ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๐

๑.๒

ประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง

การดำเนินการตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาร้านค้าชุมชน ลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

คุณสมบัติของผู้ขอรับเงินทุน

ผู้ขอรับเงินทุนต้องเป็นผู้บริหาร หรือกรรมการ

หรือผู้จัดการของร้านค้าชุมชนที่จัดตั้งขึ้นโดยการตกลงร่วมกันของบุคคลในหมู่บ้านเพื่อทำการค้าในหมู่บ้านนั้นและมีสถานที่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

สิทธิของผู้รับเงินทุนที่ได้รับการพิจารณา

ผู้ขอรับเงินทุนที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจะได้รับเงินทุนทดรองปลอดดอกเบี้ยเพื่อใช้หมุนเวียนในการซื้อสินค้ามาจำหน่ายในร้านค้าชุมชน

และซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจของร้านค้าชุมชนในวงเงิน

๓.๑

รายละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ (ห้าหมื่น) บาท กรณีเป็นผู้ขอรับเงินทุนครั้งแรกจากกรมการค้าภายใน

๓.๒

รายละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ (หนึ่งแสน) บาท

กรณีเป็นร้านค้าชุมชนที่ขอรับเงินทุนขั้นพัฒนา

และผู้ขอรับเงินทุนได้ชำระเงินทุนคืนกรมการค้าภายใน

หรือหน่วยราชการอื่นครบถ้วนแล้วโดยไม่ขัดต่อระเบียบ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขของหน่วยราชการนั้น

หรือเป็นร้านค้าที่ได้มีการรวมกลุ่มลงหุ้นของประชาชนในหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งร้านค้าขึ้นแล้วและการดำเนินงานประสบผลสำเร็จต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๕ ปี และมีความประสงค์จะพัฒนาร้านค้า ซึ่งต้องใช้เงินทุนสูงขึ้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การยื่นคำขอรับเงินทุน

ผู้ที่ประสงค์จะขอรับเงินทุน

ให้ยื่นคำขอรับเงินทุนตามแบบที่กำหนด ณ

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดแห่งท้องที่ที่ร้านค้าชุมชนตั้งอยู่

พร้อมเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก ดังต่อไปนี้

๔.๑

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน

๔.๒

สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)

๔.๓

สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสหกรณ์ หรือสำเนาใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร

(กรณีที่ร้านค้าชุมชนจัดตั้งโดยนิติบุคคล)

๔.๔

รายงานการประชุมจัดตั้งร้านค้าชุมชน

๔.๕

หนังสือมอบอำนาจจากผู้บริหารร้านค้าชุมชนให้กรรมการหรือผู้จัดการร้านค้าชุมชนมายื่นคำขอและรับเงินทุน

๔.๖

บัญชีรายชื่อและที่อยู่ของสมาชิก รวมทั้งจำนวนหุ้นของสมาชิกแต่ละคน

๔.๗

หนังสือรับรองจำนวนประชากรในหมู่บ้าน

๔.๘

สำเนาสมุดบัญชีคู่ฝากธนาคารของร้านค้าชุมชนหรือหนังสือรับรองการลงหุ้นของสมาชิกโดยประธานร้านค้า

๔.๙

เอกสารแสดงรายการสินค้าที่ร้านค้าชุมชนประสงค์จะซื้อพร้อมวงเงินที่ขอรับการสนับสนุน

๔.๑๐

แผนที่แสดงสถานที่ตั้ง

และหนังสือแสดงสิทธิการใช้สถานที่ในการจัดตั้งร้านค้าชุมชน

๔.๑๑

ในกรณีขอรับเงินทุนขั้นพัฒนา ร้านค้าชุมชนที่รับเงินทุนจากหน่วยราชการอื่น

(นอกจากกรมการค้าภายใน) ต้องแสดงหลักฐานการได้รับเงินทุน และ/หรือ

การชำระเงินทุนคืนครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด

กรณีเป็นร้านค้าที่ได้มีการรวมกลุ่มลงหุ้นของประชาชนในหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งร้านค้าขึ้นแล้ว

ต้องแสดงเอกสารผลการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จต่อเนื่องย้อนหลัง ๕ ปี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การพิจารณาให้เงินทุน

๕.๑

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐาน

แล้วพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการดำเนินงานของร้านค้าชุมชน

พร้อมทั้งความเห็นเบื้องต้นด้วยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วส่งคำขอและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นชอบเบื้องต้นให้กรมการค้าภายในเพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ข้อ ๕.๒ มาใช้โดยอนุโลม

๕.๒

กรมการค้าภายใน

จะพิจารณาคัดเลือกและกำหนดวงเงินที่จะให้แก่ผู้ขอรับเงินทุนแต่ละราย

โดยจะพิจารณาถึงความพร้อมและความเหมาะสมของสภาพหมู่บ้าน ดังต่อไปนี้

๕.๒.๑

กรณีนำเงินทุนไปดำเนินกิจการของร้านค้าชุมชนที่ตั้งขึ้นครั้งแรก

(๑)

หมู่บ้านอันเป็นสถานที่ตั้งร้านค้าชุมชนต้องเป็นหมู่บ้านตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่

มีจำนวนบ้านไม่น้อยกว่า ๘๐ บ้าน

และราษฎรในหมู่บ้านได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของร้านค้าชุมชนไม่น้อยกว่า ๒๐ บ้าน

กรณีจำนวนบ้านน้อยกว่า ๘๐ บ้าน แต่ไม่น้อยกว่า ๕๐ บ้าน

ต้องได้รับการรับรองและความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด

(๒)

ต้องเป็นหมู่บ้านที่ยังไม่มีร้านค้าชุมชนที่ได้รับเงินทุนจากกรมการค้าภายใน

หรือหน่วยราชการอื่นมาก่อน

(๓)

ร้านค้าชุมชนที่ต้องมีทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้นมีมูลค้าหุ้นๆ ละไม่ต่ำกว่า ๑๐

(สิบ) บาท และผู้ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกจะต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า ๕ (ห้า) หุ้น

และมีมูลค้ารวมไม่ต่ำกว่า ๕๐ (ห้าสิบ) บาท แต่ทั้งนี้การถือหุ้นต้องไม่เกินคนละ

๑๐๐ (หนึ่งร้อย) หุ้น

(๔)

ร้านค้าชุมชนต้องมีคณะกรรมการบริหารร้านค้าชุมชน โดยคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยกรรมการซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิกมีจำนวนตามสมควรและกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งต้องเลือกกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ

ผู้จัดการและตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของร้านค้าชุมชน

ในกรณีที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกดังกล่าวข้างต้น

กรมการค้าภายในอาจพิจารณาคัดเลือกให้เงินทุนเป็นกรณีพิเศษได้

ในกรณีที่เกี่ยวกับความมั่นคงหรือในกรณีหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนขอความสนับสนุนโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งร้านค้าชุมชนร่วมกับกรมการค้าภายในตามประกาศฉบับนี้

๕.๒.๒

กรณีนำเงินไปขยายการดำเนินงานของร้านค้าชุมชนขั้นพัฒนา

(๑)

ต้องเป็นร้านค้าชุมชนที่เคยได้รับเงินทุนจากกรมการค้าภายในหรือจากหน่วยราชการอื่นๆ

และได้ชำระเงินทุนคืนครบถ้วนรวมทั้งได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไขที่กำหนดไว้ หรือเป็นร้านค้าที่ได้มีการรวมกลุ่มลงหุ้นของประชาชนในหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งร้านค้าขึ้นแล้ว

และการดำเนินงานประสบผลสำเร็จต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(๒)

ราษฎรในหมู่บ้านต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับสมาชิกเดิมจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนราษฎรในหมู่บ้าน

(๓)

มีความสามารถที่จะเพิ่มทุน

ซึ่งเมื่อรวมกับเงินทุนเดิมแล้วต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเงินทุนที่ขอรับจากกรมการค้าภายใน

ในการพิจารณาให้เงินทุนตามข้อ ๕.๒.๑ และข้อ ๕.๒.๒

กรมการค้าภายในอาจกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการพิจารณาขึ้นใหม่ตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เงื่อนไขที่ผู้ได้รับเงินทุนต้องปฏิบัติ

ผู้ได้รับเงินทุนต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

๖.๑

ทำสัญญาตามแบบที่กำหนด

โดยมีบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกของร้านค้าชุมชนค้ำประกันการชำระหนี้ จำนวน ๓ คน

๖.๒

นำหนังสือรับรองเพื่อซื้อสินค้าที่กรมการค้าภายในออกให้ซื้อสินค้าจากร้านค้าส่ง

หรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าตามที่กรมการค้าภายในอนุมัติและแจ้งให้ทราบเท่านั้น

โดยกรมการค้าภายในจะจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าส่งหรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าแทนผู้ได้รับเงินทุน

๖.๓

ชำระเงินทุนคืนภายใน ๓๖ (สามสิบหก) เดือน

นับแต่วันซื้อสินค้าหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีระยะเวลาปลอดการชำระหนี้

๑๒ (สิบสอง) เดือน การชำระหนี้ให้ชำระเป็นรายงวดๆ ละ ๖ (หก) เดือน รวม ๕ (ห้า) งวด

ในแต่ละงวดต้องชำระเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ (ยี่สิบ)

ของราคาสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ซื้อและต้องชำระเงินงวดแรก

นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาปลอดชำระหนี้

๖.๔

ชำระเงินทุนคืนให้กรมการค้าภายในตามจำนวนเงินที่กรมการค้าภายในได้จ่ายให้แก่ร้านค้าส่งหรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าด้วยวิธีหนึ่งวิธีใด

ดังต่อไปนี้

๖.๔.๑

ชำระโดยการโอนเงินเข้าบัญชีที่กรมการค้าภายในกำหนดผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด

(มหาชน) แล้วส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงินดังกล่าวให้สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ

๖.๔.๒

ชำระด้วยตั๋วแลกเงินธนาคาร โดยสั่งจ่าย “เงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน”

หรือ “โครงการส่งเสริมร้านค้าชุมชนและชนบท”

แล้วแต่กรณี และจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับพร้อมหนังสือนำส่ง

๖.๔.๓

ชำระด้วยไปรษณีย์ธนาณัติสั่งจ่าย “สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจกรมการค้าภายใน”

โดยสั่งจ่าย ณ ที่ทำการ ปณ. หน้าพระลานเพียงแห่งเดียว

กรณีที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการชำระเงินทุน

ผู้ได้รับเงินทุนต้องเป็นผู้รับภาระดังกล่าวด้วย

๖.๕

ใช้ชื่อร้านค้าชุมชนว่า “ร้านค้าชุมชนหมู่บ้าน...(ชื่อหมู่บ้าน)...

ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์”

๖.๖

รายงานผลการดำเนินงานของร้านค้าชุมชนให้กรมการค้าภายในทราบตามแบบที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

๖.๖.๑

กรณีร้านค้าชุมชนที่อยู่ระหว่างระยะเวลาปลอดการชำระหนี้หรือระหว่างระยะเวลาชำระเงินทุนคืนให้รายงานผลการดำเนินงานปีละ

๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ รายงานผลการดำเนินงานของครึ่งปีแรก (มกราคม –

มิถุนายน) ภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม และครั้งที่ ๒

รายงานผลการดำเนินงานของครึ่งปีหลัง (กรกฎาคม –

ธันวาคม) ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ของปีถัดไป

๖.๖.๒

การรายงานผลการดำเนินงานครั้งแรกของร้านค้าชุมชนซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินงานไม่ครบ

๖ เดือน

ให้รายงานผลการดำเนินงานเช่นเดียวกับการรายงานผลการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น คือ

ภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม หรือภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ของปีถัดไป แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การจัดหาร้านค้าส่งหรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าเพื่อเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ

๗.๑

ร้านค้าส่งหรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่ประสงค์จะเข้าร่วมสนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาร้านค้าชุมชนให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการค้าภายในกำหนด

ณ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดแห่งท้องที่ที่ประสงค์จะเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ

๗.๒

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดที่รับคำขอ ตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานต่างๆ

ให้ถูกต้องแล้วจัดส่งกรมการค้าภายใน

เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ร้านค้าส่งหรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวเข้าร่วมสนับสนุนโครงการต่อไป

๗.๓

ร้านค้าส่งหรือบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาร้านค้าชุมชนจากกรมการค้าภายในแล้ว

ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ขายสินค้า”

ต้องทำสัญญาการรับหนังสือรับรองของกรมการค้าภายในเพื่อซื้อสินค้ากับกรมการค้าภายในตามแบบสัญญาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การอนุมัติให้ทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชนและวงเงินทุนเพื่อซื้อสินค้า

๘.๑

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดรวบรวมเอกสารตามระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนการยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน

พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๒

เพื่อขออนุมัติให้ทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชนโดยมีหนังสือจากจังหวัดถึงกรมการค้าภายใน

๘.๒

ให้สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจตรวจสอบคำขอรับเงินทุนและเอกสารประกอบคำขอให้เป็นไปตามระเบียบฯ

ประกาศฯ ของกรมการค้าภายในและขออนุมัติการให้เงินทุนแก่ร้านค้าชุมชนที่ขอรับเงินทุนพร้อมทั้งขออนุมัติวงเงินเพื่อซื้อสินค้าไปในคราวเดียวกัน

๘.๓

ให้สำนักงานเลขานุการกรมโอนเงินค่าสินค้าที่ได้อนุมัติพร้อมการอนุมัติให้เงินทุนเสริมร้านค้าชุมชนเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานการค้าภายในจังหวัดตามข้อ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การเปิดบัญชีเงินฝาก

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) เพื่อรับโอนเงินค่าสินค้าจากสำนักงานเลขานุการกรม กรมการค้าภายใน

และเบิกจ่ายเงินดังกล่าวสำหรับเงิน ๒ ประเภท ดังต่อไปนี้

๙.๑

เงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน ให้เปิดบัญชีในชื่อ “เงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชนจังหวัด.........”

จำนวน ๒ บัญชี คือ

(๑)

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพื่อรับโอนเงินมาจากกรมการค้าภายใน

(๒)

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน

เพื่อการออกเช็คสั่งจ่ายเงินค่าสินค้าและอุปกรณ์แก่ผู้ขายสินค้า

๙.๒

เงินฝากส่งเสริมธุรกิจโครงการส่งเสริมร้านค้าชุมชนและชนบทให้เปิดบัญชีในชื่อ

“โครงการส่งเสริมร้านค้าชุมชนและชนบท จังหวัด.........”

จำนวน ๒ บัญชี คือ

(๑)

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพื่อรับโอนเงินมาจากกรมการค้าภายใน

(๒)

บัญชีเงินฝากระแสรายวัน เพื่อการออกเช็คสั่งจ่ายเงินค่าสินค้าและอุปกรณ์แก่ผู้ขายสินค้า

ทั้งนี้

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดมีหนังสือแจ้งรายละเอียดการเปิดบัญชี เลขที่บัญชี

และรายชื่อข้าราชการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าวโดยหัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงินเป็นผู้ลงนาม

และแจ้งให้สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ และสำนักงานเลขานุการกรม

กรมการค้าภายในทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การส่งมอบ การรับ และการจ่ายเงินค่าสินค้าและอุปกรณ์

เมื่อกรมการค้าภายในได้อนุมัติให้เงินทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชนและเงินค่าสินค้าและสำนักงานเลขานุการกรมโอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้ตามข้อ

๙ แล้ว ให้หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดลงนามในหนังสือมอบอำนาจ

และดำเนินการดังต่อไปนี้

๑๐.๑

ทำสัญญากับร้านค้าชุมชน และผู้ค้ำประกันตามแบบที่กำหนด

(สัญญาการใช้หนังสือรับรองของกรมการค้าภายในเพื่อซื้อสินค้า)

๑๐.๒

ทำสัญญากับผู้ขายสินค้าตามแบบที่กำหนด

(สัญญาการรับหนังสือรับรองของกรมการค้าภายในเพื่อซื้อสินค้า)

๑๐.๓

เมื่อได้ทำสัญญาในนามกรมการค้าภายในตามข้อ ๑๐.๑ และข้อ ๑๐.๒ แล้ว

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดนัดผู้รับเงินทุนและผู้แทนร้านค้าชุมชนมาพบผู้ขายสินค้าเพื่อรับและส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ภายใน

๑๕ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี

ยกเว้นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยให้แจ้งเหตุดังกล่าวเป็นหนังสือให้กรมการค้าภายในทราบและให้ดำเนินการทันทีที่เหตุสุดวิสัยดังกล่าวสิ้นสุดลง

๑๐.๔

ในระหว่างการรับและส่งมอบสินค้าให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดตรวจสอบการรับและส่งมอบสินค้าระหว่างร้านค้าชุมชนและผู้ขายสินค้าให้เป็นไปตามนโยบายที่กรมการค้าภายในกำหนด

โดยผู้รับเงินทุนครั้งแรกควรรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพ เช่น

สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน น้ำปลา ฯลฯ เป็นหลัก ส่วนร้านค้าชุมชนขั้นพัฒนาจะต้องซื้อสินค้าตามรายการและราคาที่แจ้งไว้ตามแบบคำขอรับเงินทุนขั้นพัฒนา

ทั้งนี้ ควรเป็นสินค้าที่ใช้ทุนสูงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี แก๊สหุงต้ม

ฯลฯ

๑๐.๕

เมื่อร้านค้าชุมชนได้รับสินค้าถูกต้องแล้ว

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดส่งมอบเช็คเป็นค่าสินค้าให้กับผู้ขายสินค้าภายในวันเดียวกันนั้น

๑๐.๖

เมื่อผู้รับเงินทุน (ผู้ซื้อสินค้า)

และผู้ขายสินค้าได้ลงนามในหนังสือรับรองเพื่อซื้อสินค้าแล้วให้เก็บต้นฉบับหนังสือรับรองพร้อมคู่ฉบับไว้เพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อ

๑๒

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การคืนเงินทุนให้กรมการค้าภายใน

๑๑.๑

ในการซื้อขายสินค้าระหว่างร้านค้าชุมชนและผู้ขายสินค้าหากมีเงินค่าสินค้าคงเหลือจากการซื้อขาย

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดโอนเงินส่วนที่เหลือคืนกรมการค้าภายใน ภายใน ๗

วันทำการ นับแต่วันที่ได้ส่งมอบเช็คเพื่อจ่ายเป็นค่าสินค้าและอุปกรณ์ให้แก่ผู้ขายสินค้าตามวิธีการโอนเงินคืนในข้อ

๑๑.๓

๑๑.๒

กรณีกรมการค้าภายในได้โอนเงินทุนไปยังสำนักงานการค้าภายในจังหวัดแล้ว

ต่อมาปรากฏว่าผู้ได้รับเงินทุน

ได้แจ้งขอยกเลิกสิทธิการรับเงินทุนก่อนการใช้สิทธิดังกล่าว

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดโอนเงินคืนกรมการค้าภายใน ภายใน ๗ วันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ตามวิธีการโอนเงินคืนในข้อ ๑๑.๓

ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็นให้แจ้งเป็นหนังสือให้กรมการค้าภายในทราบและโอนเงินจำนวนดังกล่าวคืนกรมการค้าภายในทันทีที่เหตุจำเป็นสิ้นสุดลง

๑๑.๓

การโอนเงินจากสำนักงานการค้าภายในจังหวัดคืนกรมการค้าภายใน

ให้กระทำโดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

เข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนการขยายการส่งเสริมร้านค้าในชุมชน

หรือบัญชีโครงการส่งเสริมร้านค้าชุมชนและชนบทของกรมการค้าภายในแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การรายงานผลและส่งเอกสารหลักฐาน

ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดรายงานผลการดำเนินงานพร้อมส่งเอกสารหลักฐานให้สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ

ดังต่อไปนี้

๑๒.๑

ต้นฉบับหนังสือรับรองเพื่อซื้อสินค้า (สีขาว) และคู่ฉบับ (สีชมพู)

ซึ่งผู้ซื้อสินค้าและผู้ขายสินค้าลงนามแล้วตามข้อ ๑๐.๖

(สำหรับคู่ฉบับสีฟ้าให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดเก็บไว้เป็นหลักฐาน)

๑๒.๒

สำเนาเช็คฉบับที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดจ่ายเป็นค่าสินค้าและอุปกรณ์แก่ผู้ขายสินค้า

ตามข้อ ๑๐.๕ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

๑๒.๓

ต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน

๑๒.๔

ต้นฉบับเอกสารแสดงรายการ ปริมาณ

และราคาสินค้าซึ่งราคาสินค้าที่ได้ซื้อขายจะต้องมียอดรวมตรงกับใบเสร็จรับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

หากมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานทางธนาคารเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าสินค้าและอุปกรณ์แก่ผู้ขายสินค้า

ให้ผู้ขายสินค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งสิ้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การงดการพิจารณาให้เงินทุน

หากเงินทุนหมุนเวียนหมดลงก่อนที่กรมฯ

จะพิจารณาให้เงินทุนแก่ผู้ยื่นคำขอครบทุกราย

ให้ถือเป็นการงดการพิจารณาให้เงินทุนโดยปริยาย

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

ร้อยโท

สุชาย เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมการค้าภายใน

ฐิติพงษ์/พิมพ์

๒๘

พฤศจิกายน ๒๕๔๘

[๑]

รก.๒๕๔๔/พ๖๓ง/๕/๔

กรกฎาคม ๒๕๔๔

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการในการขอรับทุนและการพิจารณา ให้เงินทุนส่งเสริมร้านค้าชุมชน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ed68de5cc328e3bf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com