ข้อ ๕
การพิจารณาให้เงินทุน
๕.๑
ให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐาน
แล้วพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการดำเนินงานของร้านค้าชุมชน
พร้อมทั้งความเห็นเบื้องต้นด้วยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วส่งคำขอและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นชอบเบื้องต้นให้กรมการค้าภายในเพื่อพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ข้อ ๕.๒ มาใช้โดยอนุโลม
๕.๒
กรมการค้าภายใน
จะพิจารณาคัดเลือกและกำหนดวงเงินที่จะให้แก่ผู้ขอรับเงินทุนแต่ละราย
โดยจะพิจารณาถึงความพร้อมและความเหมาะสมของสภาพหมู่บ้าน ดังต่อไปนี้
๕.๒.๑
กรณีนำเงินทุนไปดำเนินกิจการของร้านค้าชุมชนที่ตั้งขึ้นครั้งแรก
(๑)
หมู่บ้านอันเป็นสถานที่ตั้งร้านค้าชุมชนต้องเป็นหมู่บ้านตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่
มีจำนวนบ้านไม่น้อยกว่า ๘๐ บ้าน
และราษฎรในหมู่บ้านได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของร้านค้าชุมชนไม่น้อยกว่า ๒๐ บ้าน
กรณีจำนวนบ้านน้อยกว่า ๘๐ บ้าน แต่ไม่น้อยกว่า ๕๐ บ้าน
ต้องได้รับการรับรองและความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด
(๒)
ต้องเป็นหมู่บ้านที่ยังไม่มีร้านค้าชุมชนที่ได้รับเงินทุนจากกรมการค้าภายใน
หรือหน่วยราชการอื่นมาก่อน
(๓)
ร้านค้าชุมชนที่ต้องมีทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้นมีมูลค้าหุ้นๆ ละไม่ต่ำกว่า ๑๐
(สิบ) บาท และผู้ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกจะต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า ๕ (ห้า) หุ้น
และมีมูลค้ารวมไม่ต่ำกว่า ๕๐ (ห้าสิบ) บาท แต่ทั้งนี้การถือหุ้นต้องไม่เกินคนละ
๑๐๐ (หนึ่งร้อย) หุ้น
(๔)
ร้านค้าชุมชนต้องมีคณะกรรมการบริหารร้านค้าชุมชน โดยคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยกรรมการซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิกมีจำนวนตามสมควรและกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งต้องเลือกกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
ผู้จัดการและตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของร้านค้าชุมชน
ในกรณีที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกดังกล่าวข้างต้น
กรมการค้าภายในอาจพิจารณาคัดเลือกให้เงินทุนเป็นกรณีพิเศษได้
ในกรณีที่เกี่ยวกับความมั่นคงหรือในกรณีหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนขอความสนับสนุนโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งร้านค้าชุมชนร่วมกับกรมการค้าภายในตามประกาศฉบับนี้
๕.๒.๒
กรณีนำเงินไปขยายการดำเนินงานของร้านค้าชุมชนขั้นพัฒนา
(๑)
ต้องเป็นร้านค้าชุมชนที่เคยได้รับเงินทุนจากกรมการค้าภายในหรือจากหน่วยราชการอื่นๆ
และได้ชำระเงินทุนคืนครบถ้วนรวมทั้งได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์
เงื่อนไขที่กำหนดไว้ หรือเป็นร้านค้าที่ได้มีการรวมกลุ่มลงหุ้นของประชาชนในหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งร้านค้าขึ้นแล้ว
และการดำเนินงานประสบผลสำเร็จต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี
(๒)
ราษฎรในหมู่บ้านต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับสมาชิกเดิมจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนราษฎรในหมู่บ้าน
(๓)
มีความสามารถที่จะเพิ่มทุน
ซึ่งเมื่อรวมกับเงินทุนเดิมแล้วต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเงินทุนที่ขอรับจากกรมการค้าภายใน
ในการพิจารณาให้เงินทุนตามข้อ ๕.๒.๑ และข้อ ๕.๒.๒
กรมการค้าภายในอาจกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการพิจารณาขึ้นใหม่ตามที่เห็นสมควรก็ได้