ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ
๕ ของประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง การประมวลผลข้อมูลเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิตและการส่งข้อมูลเครดิตของสมาชิก
ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๕ ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับชำระหนี้สินเชื่อที่ผิดนัด
และได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้สมาชิกดำเนินการดังนี้
(๑)
ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ลูกค้าของสมาชิกซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลต้องชำระหนี้เป็นเงินแก่สมาชิก
ให้ส่งข้อมูลต่อไปจนกว่าจะมีการชำระหนี้ตามคำพิพากษาเสร็จสิ้นหรือมีการบังคับคดีตามคำพิพากษา
โดยให้ถือว่าจำนวนหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมดตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียม
และค่าทนายความ ตามที่ศาลพิพากษา เป็นยอดหนี้ที่ค้างชำระ
(๒) ในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากคดีขาดอายุความ
ให้หยุดการส่งข้อมูลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ให้สมาชิกแจ้งแก่บริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อปรับยอดหนี้เป็นศูนย์บาท
(๓) ในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากความเป็นหนี้มิได้มีอยู่จริง
ให้หยุดส่งข้อมูลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ในการนี้
ให้แก้ไขข้อมูลเครดิตและรายงานหนี้นั้นย้อนหลังนับแต่วันที่มีการส่งข้อมูลและรายงานหนี้นั้นเป็นครั้งแรกด้วย
และให้แจ้งการแก้ไขข้อมูลดังกล่าวแก่บริษัทข้อมูลเครดิต ทั้งนี้
ต้องดำเนินการดังกล่าวให้เสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
(๔) ในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเหตุอื่นนอกเหนือจาก (๒) และ
(๓) และสมาชิกไม่มีสิทธิฟ้องเป็นคดีใหม่ต่อศาล
ให้หยุดส่งข้อมูลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
และให้แจ้งแก่บริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อปรับยอดหนี้เป็นศูนย์บาทภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด