法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 115/2561 เรื่อง แนวทางการตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ที่ ๑๑๕/๒๕๖๑

เรื่อง แนวทางการตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวทางการตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๒๒ ความในข้อ ๕ ของข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๒๙/๓ ข้อ ๒๙/๔ และข้อ ๒๙/๔๖ ของข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ที่ ๑๑๕/๒๕๖๑ เรื่อง แนวทางการตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“กนอ.” หมายความว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

“ผู้ประกอบอุตสาหกรรม” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมหรือการบริการในนิคมอุตสาหกรรม

“ประกอบอุตสาหกรรม” หมายความว่า การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ตรวจสอบ ทดสอบ ปรับปรุง

แปรสภาพ ลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใด ๆ ตามลักษณะกิจการของโรงงาน ตลอดจนการทดลองเดินเครื่องจักร

“กระบวนการผลิต” หมายความว่า กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายร้ายแรง รวมถึงการจัดเก็บ

การใช้ การผลิต การครอบครอง หรือเคลื่อนย้ายสารเคมีใด ๆ ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรม

“ความปลอดภัยกระบวนการผลิต” (Process Safety) หมายความว่า

กระบวนการในการป้องกันหรือลดความรุนแรงความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อาจเกิดจากอุบัติการณ์ที่เป็นผลจากการเบี่ยงเบนของสภาวะกระบวนการผลิตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้

โดยให้บูรณาการการดำเนินงานด้านเดินเครื่อง กระบวนการผลิตและวิศวกรรม รวมทั้งขั้นตอนดำเนินงานและการปฏิบัติให้มีความปลอดภัยตลอดเวลา

“การจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต” (Process Safety Management : PSM) หมายความว่า การจัดการให้เกิดความปลอดภัย

การป้องกันการเกิดอุบัติการณ์และการบาดเจ็บที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการผลิตที่มีการใช้สารเคมีอันตรายร้ายแรง

โดยใช้มาตรการทางการจัดการและพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมในการชี้บ่ง ประเมิน และควบคุมอันตรายจากกระบวนการผลิต

และให้หมายความรวมถึงการจัดเก็บ การออกแบบ การใช้ การผลิต การบำรุงรักษา การตรวจสอบ

การทดสอบ และการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสารเคมีอันตรายร้ายแรงในเขตนิคมอุตสาหกรรม

“การขยายกำลังการผลิตที่กระบวนการผลิตเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิต

” หมายความว่า การขอขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิตเข้าข่ายที่ต้องดำเนินการการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตและการตรวจประเมินความปลอดภัยกระบวนการผลิตที่มีอยู่เดิมตามข้อ ๒๙/๓ ของข้อบังคับ และต่อมาภายหลังผู้ประกอบอุตสาหกรรมดังกล่าวมีปริมาณครอบครองสารเคมีอันตรายร้ายแรง หรือแก๊สไวไฟ

หรือของเหลวไวไฟเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ ๓๕ ขึ้นไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญที่จะต้องให้มีการตรวจประเมินภายนอก

“อุบัติเหตุเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิต” หมายความว่า อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิตของผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิตเข้าข่ายที่ต้องดำเนินการการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตและการตรวจประเมินความปลอดภัยกระบวนการผลิต

ตามข้อ ๒๙/๓ ของข้อบังคับ และอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้

ระเบิดสารเคมีรั่วไหล หรืออุบัติภัยร้ายแรงอื่น จนเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตาย

หรือบาดเจ็บจนถึงขั้นทุพพลภาพ หรือการประกอบกิจการโรงงานของผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องหยุดประกอบอุตสาหกรรมตั้งแต่

๓๐ วันขึ้นไปตามคาสั่งของ กนอ.

“สารเคมีอันตรายร้ายแรง” (Highly Hazardous Chemicals) หมายความว่า สารประกอบสารผสมซึ่งอยู่ในรูปของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง

เช่น สารพิษ (Toxics) ที่ก่อมะเร็ง และทำให้เกิดการระคายเคือง

อาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สารไวต่อการเกิดปฏิกิริยา

(Reactives) และทำปฏิกิริยารุนแรง

สารไวไฟ (Flammables) สารระเบิดได้ (Explosives) สารกัดกร่อน (Corrosives) ตัวออกซิไดส์ (Oxidizing Agents) เป็นต้น ตามบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายร้ายแรงท้ายข้อบังคับ

“แก๊สไวไฟ” (Flammable Gases) หมายความว่า แก๊สที่อุณหภูมิ ๒๐ องศาเซลเซียส

และมีความดัน ๑๐๑.๓ กิโลปาสกาล สามารถติดไฟได้เมื่อผสมกับอากาศ ๑๓ เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่าโดยปริมาตรหรือมีช่วงกว้างที่สามารถติดไฟได้

๑๒ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเมื่อผสมกับอากาศ โดยไม่คำนึงถึงความเข้มข้นต่ำสุดของการผสม

“ของเหลวไวไฟ” (Flammable Liquids) หมายความว่า

ของเหลวหรือของเหลวผสมหรือของเหลวที่มีสารแขวนลอยผสมที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า

๓๗.๘ องศาเซลเซียส

หรือ ๑๐๐ องศาฟาเรนไฮต์

“อันตราย” (Hazard) หมายความว่า สิ่งหรือสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วยจากการทำงาน

ความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ตลอดจนความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือต่อสาธารณชน

“การวิเคราะห์อันตรายกระบวนการผลิต” (Process Hazard Analysis : PHA) หมายความว่า กระบวนการวิเคราะห์อันตรายจากกระบวนการผลิต

“อุบัติการณ์” (Incident) หมายความว่า เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นแล้วและมีผลให้เกิดอุบัติเหตุ

หรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ

“อุบัติเหตุ” (Accident) หมายความว่า เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือเหตุการณ์ที่อาจเกิดจากการขาดการควบคุม

และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมีผลให้เกิดการบาดเจ็บ หรือความเจ็บป่วยจากการทำงานหรือการเสียชีวิต

หรือความสูญเสียต่อทรัพย์สินหรือความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือต่อสาธารณชน

“เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ” (Near Miss) หมายความว่า เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

“การทบทวนความปลอดภัยก่อนการเริ่มเดินเครื่อง” (Pre - Startup Safety Review : PSSR) หมายความว่า การทบทวนตรวจสอบความปลอดภัยของกิจกรรมต่าง

ๆ สำหรับงานก่อสร้าง การติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ การดัดแปลงกระบวนการผลิต การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต

การบำรุงรักษาครั้งใหญ่ก่อนนำสารเคมีอันตรายร้ายแรงเข้าสู่กระบวนการผลิต รวมถึงก่อนนำอุปกรณ์เข้าใช้งานหรือเดินเครื่อง

“ผู้รับเหมา” (Contractors) หมายความว่า ผู้รับเหมาขั้นต้นและผู้รับเหมาช่วงตามที่กำหนดไว้ในนิยามมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

“งานที่ไม่ใช่งานประจำ” (Non - routine Work) หมายความว่า งานที่นอกเหนือจากงานปกติงานที่ยังไม่เคยมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน

(Standard Operating Procedures) งานที่ไม่ได้ปฏิบัติบ่อย งานที่มีวิธีปฏิบัติแตกต่างจากที่แสดงไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน

งานที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน รวมถึงงานประจำแต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายสูง

“การตรวจประเมิน” (Audit) หมายความว่า การตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตที่เป็นระบบอย่างเป็นอิสระ

โดยการจัดทำเป็นเอกสารเพื่อให้ได้หลักฐานการตรวจประเมิน และประเมินว่าเป็นไปตามเกณฑ์การตรวจประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนด

(Compliance Audits)

“การตรวจประเมินภายใน” (Internal Audit) หมายความว่า

การดำเนินการตรวจประเมินโดยคณะผู้ตรวจประเมินภายในของสถานประกอบการเอง เพื่อทบทวนระบบความปลอดภัยและการจัดการว่าองค์กรได้ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต ทั้งนี้ ผู้ตรวจประเมินภายใน ไม่ควรเป็นผู้รับผิดชอบในกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้ไปตรวจประเมิน

“การตรวจประเมินภายนอก” (External Audit) หมายความว่า

การดำเนินการตรวจประเมินโดยคณะผู้ตรวจประเมินที่ขึ้นทะเบียนกับ กนอ. และได้รับการมอบหมายจาก กนอ. ให้ตรวจประเมินเป็นกรณีไป

“เกณฑ์การตรวจประเมิน” (Audit Criteria) หมายความว่า

บรรทัดฐานที่ใช้ในการพิจารณาซึ่งอาจจะเป็นนโยบาย ขั้นตอนการดาเนินงาน หรือข้อกำหนดต่าง

ๆ ทั้งนี้ เกณฑ์การตรวจประเมินดังกล่าวจะนำมาใช้อ้างอิงโดยเทียบเคียงกับมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต

“คณะผู้ตรวจประเมิน” (Audit Team) หมายความว่า คณะบุคคลที่ดำเนินการตรวจประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต

และการตรวจประเมินความปลอดภัยกระบวนการผลิตของแต่ละสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม

“โปรแกรมการตรวจประเมิน” (Audit Program) หมายความว่า การวางแผนสำหรับการตรวจประเมินหนึ่งครั้งหรือหลายครั้งที่มีการกำหนดไว้สำหรับช่วงเวลาหนึ่ง

และมีการควบคุมเพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการวางแผนการจัดการ

และการดำเนินการตรวจประเมิน

“ขอบเขตการตรวจประเมิน” (Audit Scope) หมายความว่า ขอบเขตและกรอบของการตรวจประเมินในช่วงเวลาที่กำหนด

โดยมีรายละเอียดที่ครอบคลุมถึงสถานที่ตั้งของหน่วยงานย่อยภายในสถานประกอบการนั้น ตลอดจนกิจกรรม

และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“หลักฐานการตรวจประเมิน

” (Audit Evidence) หมายความว่า บันทึก ถ้อยคำหรือข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกณฑ์การตรวจประเมินและสามารถทวนสอบได้

“สิ่งที่พบจากการตรวจประเมิน” (Audit Findings) หมายความว่า

ผลของการตรวจประเมินตามหลักฐานการตรวจประเมินที่รวบรวมได้ โดยเทียบกับเกณฑ์การตรวจประเมินซึ่งสามารถชี้บ่งได้ทั้งความสอดคล้องและความไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การตรวจประเมินหรือโอกาสสำหรับการปรับปรุง

“ข้อเสนอแนะ” (Recommendations) หมายความว่า ข้อเสนอแนะของคณะผู้ตรวจประเมินที่มีต่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อให้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุง

“ข้อบกพร่องหลัก” (Major Non - Conformity) หมายความว่า การไม่มีเอกสารในการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต

หรือไม่มีหลักฐานการปฏิบัติจริงตามที่กำหนดไว้ในข้อใดข้อหนึ่งของข้อบังคับ หรือไม่ได้ปฏิบัติตามนัยสำคัญตามข้อบังคับ

“ข้อบกพร่องย่อย” (Minor Non - Conformity) หมายความว่า ความไม่สอดคล้องของเอกสารขณะที่ปฏิบัติจริง

หรือความไม่สอดคล้องหรือความคลาดเคลื่อนในเชิงปฏิบัติ

“โอกาสสำหรับการปรับปรุง” (Opportunity for Improvements) หมายความว่า ข้อแนะนำของคณะผู้ตรวจประเมินที่มีต่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อพิจารณาพัฒนาปรับปรุงระบบตามมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

และให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

“ผลสรุปของการตรวจประเมิน” (Audit Conclusion) หมายความว่า

ผลของการตรวจประเมินโดยคณะผู้ตรวจประเมิน ซึ่งพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการตรวจประเมิน

และสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ขอให้มีการตรวจประเมินต้องเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมตามข้อ

๒๙/๓ ของข้อบังคับ

วัตถุประสงค์และประเภทของการตรวจประเมิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ วัตถุประสงค์ของการตรวจประเมินตามประกาศนี้

(๑) เพื่อเป็นการตรวจประเมินระบบการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตของผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

และ

(๒) เพื่อป้องกันอุบัติภัยร้ายแรง หรือลดระดับความรุนแรง และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต

สุขภาพ ทรัพย์สินของบุคลากรและสิ่งแวดล้อมภายในนิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนชุมชนใกล้เคียง

การตรวจประเมินตามวรรคหนึ่ง

เพื่อให้ได้รายงานการตรวจประเมินทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณที่เป็นมาตรฐานตามเกณฑ์การตรวจประเมิน

และถือเป็นการสนับสนุนการจัดการนโยบายความปลอดภัยกระบวนการผลิตและควบคุมการนำนโยบายไปใช้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ประเภทของการตรวจประเมินให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๙/๔ และข้อ ๒๙/๔๖ ของข้อบังคับดังนี้

(๑) การตรวจประเมินภายใน โดยคณะผู้ตรวจประเมินภายในที่มีคุณสมบัติตามประกาศที่

กนอ. กำหนด กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่สามารถหาผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่

กนอ. กำหนดไว้ได้ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้นสามารถขอความร่วมมือจากคณะผู้ตรวจประเมินของสถานประกอบการอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีคุณสมบัติตามประกาศที่

กนอ. กำหนดมาเป็นผู้ร่วมตรวจประเมินก็ได้

(๒) การตรวจประเมินภายนอก โดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกที่มีคุณสมบัติตามประกาศที่

กนอ. กำหนด และขึ้นทะเบียนกับ กนอ.

การตรวจประเมินภายใน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การตรวจประเมินภายใน ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นผู้แต่งตั้งคณะผู้ตรวจประเมินภายใน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีตามข้อ ๗ การตรวจประเมินภายในให้ดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

(๑) หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินภายในต้องจัดส่งรายละเอียดข้อมูล

เช่น

วัตถุประสงค์ของการตรวจประเมินภายใน รายละเอียดของโปรแกรมการตรวจประเมินภายใน ขอบเขตการตรวจประเมินภายในหน่วยงานที่จะตรวจประเมินภายในเกณฑ์การตรวจประเมินภายใน

เป็นต้น ก่อนที่จะดำเนินการตรวจประเมินภายใน

(๒) การประเมินผลการตรวจประเมินภายในควรระบุและเปรียบเทียบสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายใน

และหลักฐานการตรวจประเมินภายในที่สามารถทวนสอบได้กับเกณฑ์การตรวจประเมินภายในเพื่อแสดงความสอดคล้องหรือความไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การตรวจประเมินภายใน

(๓) ให้หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินภายในสรุปผลการตรวจประเมินภายในแก่หน่วยงานที่ได้รับการตรวจประเมินดังนี้

(๓.๑) สิ่งที่สอดคล้องและสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายใน

(๓.๒) ข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่ได้รับการตรวจประเมินจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายในและข้อบังคับ

(๓.๓) โอกาสสำหรับการปรับปรุงเพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีการตรวจประเมินภายในตามข้อ ๘ เสร็จสิ้นแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) คณะผู้ตรวจประเมินภายในต้องจัดทำรายงานการตรวจประเมินภายใน ซึ่งมีเนื้อหาตามข้อเท็จจริง

มีความชัดเจน ระบุสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายในและหลักฐานการตรวจประเมินภายในทั้งที่สอดคล้องและที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายใน

รวมทั้งข้อเสนอแนะหรือโอกาสสำหรับการปรับปรุง (ถ้ามี) และผลสรุปของการตรวจประเมินภายใน

(๒) การรับรองและจัดส่งรายงานการตรวจประเมินภายใน

(๒.๑) กรณีข้อบกพร่องหลัก (Major Non - Conformity) ซึ่งระบุถึงความไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างมีนัยสำคัญ

ให้หน่วยงานที่ได้รับการตรวจประเมินจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขอย่างเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายใน

และต้องมีการแก้ไขในสิ่งที่ปฏิบัติไม่ครบถ้วนหรือไม่มีการปฏิบัติดังกล่าวภายในระยะเวลาตามที่ได้ตกลงไว้กับคณะผู้ตรวจประเมินภายในเพื่อไม่ให้เกิดความไม่สอดคล้องซ้ำอีก

ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจประเมินภายในต้องตรวจติดตามผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้นด้วย

(๒.๒) กรณีข้อบกพร่องย่อย (Minor Non - Conformity) ซึ่งระบุถึงความไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างไม่มีนัยสำคัญ

ให้หน่วยงานที่ได้รับการตรวจประเมินจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขอย่างเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายใน

และต้องมีการแก้ไขภายในระยะเวลาตามที่ได้ตกลงไว้กับคณะผู้ตรวจประเมินภายในเพื่อไม่ให้เกิดความไม่สอดคล้องซ้ำอีก ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจประเมินภายในต้องตรวจติดตามผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้นด้วย

(๒.๓) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเก็บรายงานการตรวจประเมินภายในที่บันทึกส่วนที่บกพร่องที่ได้รับการแก้ไขแล้วไว้เป็นหลักฐานที่สถานประกอบการอย่างน้อย

๓ ปีตามข้อ ๒๙/๔๖ (๑) ของข้อบังคับ

การตรวจประเมินภายนอก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสามารถยื่นขอรับการตรวจประเมินภายนอกกับ

กนอ. ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) กรณีการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องยื่นคำขอรับการตรวจประเมินภายนอกต่อ

กนอ. ตามแบบที่ กนอ. กำหนด ภายใน ๖ เดือนก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นผล

(๒) กรณีการขอขยายกำลังการผลิตที่กระบวนการผลิตเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิต

(๒.๑) เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมก่อสร้างอาคารโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรส่วนขยายแล้วเสร็จ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหนังสือแจ้งการทดลองเครื่องจักร (Commissioning) พร้อมทั้งยื่นคำขอรับการตรวจประเมินภายนอกต่อ กนอ. ตามแบบที่

กนอ. กำหนดโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วันก่อนวันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะยื่นคำขอแจ้งเริ่มประกอบอุตสาหกรรม

(๒.๒) กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์ขอแก้ไขการประกอบกิจการ

ให้ยื่นคำขอรับการตรวจประเมินภายนอกต่อ กนอ. ตามแบบที่ กนอ. กำหนดภายใน ๖ เดือนก่อนที่จะยื่นคำขอทั่วไป

(๓) กรณีเกิดอุบัติเหตุเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิต

(๓.๑) เมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิต

และ กนอ.มีคำสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหยุดประกอบกิจการบางส่วนหรือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิต

และในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามความในมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน

พ.ศ. ๒๕๓๕

(๓.๒) กรณีตาม (๓.๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้ดำเนินการปรับปรุง แก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องแล้ว

และหากประสงค์จะประกอบอุตสาหกรรมต่อไป ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอรับการตรวจประเมินภายนอกตามแบบที่

กนอ. กำหนดโดยเร็ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องมีหนังสือแจ้งต่อ

กนอ. และจัดส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้มีการปรับปรุง แก้ไข

หรือปฏิบัติให้ถูกต้องดังกล่าวพร้อมทั้งรายงานการตรวจประเมินภายนอกเพื่อพิจารณาตรวจสอบ

และเมื่อมีคำสั่งหรืออนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมได้แล้ว ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจึงจะดำเนินการต่อไปได้

(๔) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอรับการตรวจประเมินภายนอกต่อ

กนอ. ทุก ๆ ๓ ปี ตามแบบที่ กนอ.

กำหนด ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการภายใน ๖

เดือนก่อนวันสุดท้ายของการตรวจประเมินภายนอกครั้งล่าสุดตาม (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีการตรวจประเมินภายนอกตามข้อ ๑๐ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นผู้คัดเลือกคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกตามบัญชีรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนกับ

กนอ. ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติและเงื่อนไขตามประกาศที่ กนอ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การดำเนินการคัดเลือกคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกตามข้อ

๑๑ มีดังต่อไปนี้

(๑) กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะตรวจประเมินภายนอกตามข้อ ๑๐ (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) ได้คัดเลือกคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

พร้อมทั้งผู้ตรวจประเมินภายนอกฝึกหัด (ถ้ามี) เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์แล้ว ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งรายชื่อคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

พร้อมทั้งผู้ตรวจประเมินภายนอกฝึกหัดดังกล่าว ให้ กนอ. พิจารณา

(๒) เมื่อ กนอ. ได้รับแจ้งตาม (๑) แล้ว ให้ กนอ. พิจารณารายชื่อหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

คณะผู้ตรวจประเมินภายนอก หรือผู้ตรวจประเมินภายนอกฝึกหัด (ถ้ามี) พร้อมทั้ง กนอ. แจ้งรายชื่อพนักงานของ กนอ. ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ (ถ้ามี) ตลอดจนรับทราบโปรแกรมการตรวจประเมินภายนอกที่เสนอจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมให้แล้วเสร็จภายใน

๑๕ วันทำการนับจากวันที่ได้รับแบบลงทะเบียนการขอรับการตรวจประเมินภายนอกจากผู้ประกอบอุตสาหกรรม

(๓) กรณีที่ กนอ. ไม่เห็นชอบกับรายชื่อตาม

(๒) ให้ กนอ. ชี้แจงเหตุผลและแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทราบและดำเนินการจัดส่งรายชื่อคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกใหม่

ทั้งนี้ จนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจาก

กนอ.

(๔) กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกหรือวันและเวลาของการตรวจประเมินภายนอก

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น แจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อ กนอ. เพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามแบบที่ กนอ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีที่ กนอ. เห็นชอบกับการคัดเลือกคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกตามข้อ

๑๒ แล้ว ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ ก่อนที่จะมีการตรวจประเมินภายนอก

(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องจัดส่งเอกสารเบื้องต้น (ถ้ามี) ให้แก่คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกดังนี้

(๑.๑) ข้อมูลบริษัท

(๑.๒) นโยบายความปลอดภัย ข้อกำหนด กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

(๑.๓) ข้อมูลชนิด และปริมาณสารเคมีอันตรายร้ายแรง และ/หรือของเหลวไวไฟ และ/หรือแก๊สไวไฟ

(๑.๔) แผนผังที่ตั้งอุปกรณ์ เครื่องจักร และอาคารทั้งหมด

(๑.๕) ข้อมูลความปลอดภัยกระบวนการผลิต เช่น แผนภาพการไหล

หรือแผนภาพการไหลกระบวนการผลิตอย่างง่าย คำอธิบายแสดงขั้นตอนการผลิต และอุปกรณ์วิกฤตในกระบวนการผลิต

(Critical Process Equipment)

(๑.๖) ตัวอย่างรายงานการวิเคราะห์อันตรายกระบวนการผลิต

การปฏิบัติการแก้ไขตามมาตรการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการป้องกันและลดผลกระทบของอันตรายกระบวนการผลิตต่าง

(๑.๗) ตัวอย่างขั้นตอนการปฏิบัติงาน

(๑.๘) ตัวอย่างบันทึกการฝึกอบรม

(๑.๙) ตัวอย่างข้อมูลการจัดการความปลอดภัยผู้รับเหมา

(๑.๑๐) ตัวอย่างเอกสารการทบทวนความปลอดภัยก่อนการเริ่มเดินเครื่อง

(๑.๑๑) ตัวอย่างรายงานการตรวจสอบและการทดสอบความพร้อมใช้ของอุปกรณ์วิกฤตในกระบวนการผลิต

(๑.๑๒) ตัวอย่างใบอนุญาตการทางานที่อาจทำให้เกิดความร้อนและประกายไฟ

และตัวอย่างใบอนุญาตการทำงานที่เป็นงานที่ไม่ใช่งานประจำ

(๑.๑๓) รายการการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์และเครื่องจักรที่มีนัยสำคัญในรอบ

๓ ปีและตัวอย่างเอกสารแสดงการจัดการการเปลี่ยนแปลง

(๑.๑๔) คู่มือการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

(๑.๑๕) รายงานอุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกระบวนการผลิตในรอบ

๕ ปี และรายงานการสอบสวนอุบัติการณ์

(๑.๑๖) รายงานการตรวจประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนด

เช่น การตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตทั้งการตรวจประเมินภายในและการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๑๗) ผลการตรวจติดตามการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขสำหรับการตรวจประเมินภายในและแผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไขในรอบการตรวจประเมินภายนอกที่ผ่านมา

(๑.๑๘) เอกสารเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการตรวจประเมินภายนอก

(๒) กรณีจำเป็น คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกอาจให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อนที่จะดำเนินการการตรวจประเมินภายนอก

(๓) ก่อนการตรวจประเมินภายนอก คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกต้องจัดส่งรายละเอียดข้อมูลดังนี้

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทราบล่วงหน้า

(๓.๑) วัตถุประสงค์การตรวจประเมินตามข้อ ๕

(๓.๒) โปรแกรมการตรวจประเมินภายนอก ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมต่าง

ๆ ที่จำเป็นสำหรับการวางแผน การจัดการ และการดำเนินการตรวจประเมินภายนอก

(๓.๓) ขอบเขตการตรวจประเมินภายนอกซึ่งครอบคลุมเนื้อหาและขอบเขตการตรวจประเมินภายนอก เช่น สถานที่ หน่วยงาน กิจกรรม กระบวนการที่รับการตรวจประเมินภายนอกและผู้รับผิดชอบในกิจกรรมต่าง

ๆ เป็นต้น รวมทั้งระยะเวลาในการตรวจประเมินภายนอก

(๓.๔) เกณฑ์การตรวจประเมินภายนอกที่ใช้เป็นข้ออ้างอิงในการประเมินความสอดคล้องและความไม่สอดคล้องตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

(๔) ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกจัดประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาทบทวนเอกสารเบื้องต้นที่ได้รับจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม

(๑) และ (๒) (ถ้ามี) ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับโปรแกรมการตรวจประเมินภายนอกตาม

(๓.๒) และขอบเขตการตรวจประเมินภายนอกตาม

(๓.๓) รวมทั้งจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นเพื่อใช้สำหรับการอ้างอิง

ตลอดจนเอกสารสำหรับการบันทึกผลการตรวจประเมินและอาจรวมถึง

(๔.๑) แบบรายการตรวจสอบการตรวจประเมิน (Checklists)

(๔.๒) แบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น หลักฐานแสดงสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินรายงานการประชุม

เอกสารที่จำเป็นเพื่อใช้สำหรับการอ้างอิง รวมถึงบันทึกที่สำคัญจากการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การตรวจประเมินภายนอก ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์

และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

ก่อนการตรวจประเมินภายนอกดังนี้

(๑.๑) แจ้งวัตถุประสงค์ตามข้อ ๕ รวมถึงรายละเอียดของโปรแกรมการตรวจประเมินภายนอก

ขอบเขตการตรวจประเมินภายนอก และหน่วยงานที่จะตรวจประเมินภายนอก เช่น ฝ่ายวิศวกรรมกระบวนการผลิต

(Process Engineering) ฝ่ายผลิต (Production) ฝ่ายบำรุงรักษา (Maintenance) ฝ่ายวิศวกรรม (Engineering) ฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (Safety, Health and Environment) เป็นต้น

(๑.๒) แจ้งเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

(๑.๓) แนะนำคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก แจ้งวิธีการและกิจกรรมการตรวจประเมินภายนอก

ได้แก่ การตรวจเอกสาร การตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงาน การตรวจสอบการปฏิบัติงานในพื้นที่และการสัมภาษณ์พนักงานที่เกี่ยวข้อง

(๑.๔) แจ้งจรรยาบรรณ การรักษาความลับของการตรวจประเมินภายนอกสิทธิ

และความรับผิดชอบของคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

(๑.๕) วิธีการติดต่อสื่อสาร

(๑.๖) ให้โอกาสผู้ประกอบอุตสาหกรรมซักถาม

(๒) กรณีการเก็บรวบรวมข้อมูลการตรวจประเมินภายนอกและการทวนสอบ

ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกใช้วิธีการตรวจประเมินตามหลักฐานเชิงประจักษ์ดังนี้

(๒.๑) การตรวจสอบเอกสาร และหลักฐานการบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๒.๒) การตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงาน และการตรวจสอบการปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้ หากผู้ตรวจประเมินภายนอกประสงค์จะได้รูปถ่ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจประเมินภายนอกให้แจ้งผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการก็ได้ตามกฎ

ระเบียบของผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น

(๒.๓) การเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ปฏิบัติงานและการสัมภาษณ์พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกควรพิจารณาจำนวนข้อมูลที่เหมาะสมและเชื่อถือได้

และต้องบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร

(๓) การประเมินผลการตรวจประเมินภายนอกจะต้องเปรียบเทียบสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอก

และหลักฐานการตรวจประเมินภายนอกที่สามารถทวนสอบได้กับเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก เพื่อแสดงความสอดคล้องหรือความไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอกโดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกต้องปฏิบัติดังนี้

(๓.๑) ทบทวนสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอก และหลักฐานการตรวจประเมินภายนอกที่สามารถทวนสอบได้ทุกขั้นตอนในระหว่างการตรวจประเมินภายนอก

(๓.๒) บันทึกสิ่งที่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

โดยระบุสถานที่ หน่วยงานกระบวนการที่รับการตรวจประเมินภายนอก หรือการสัมภาษณ์พนักงาน

(๓.๓) บันทึกสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

โดยระบุสถานที่หน่วยงาน กระบวนการที่รับการตรวจประเมินภายนอก หรือการสัมภาษณ์พนักงาน

พร้อมหลักฐานสนับสนุน และอาจจัดระดับความสำคัญของสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอกเพื่อให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการแก้ไขตามระดับความสำคัญ

(๔) การเตรียมผลสรุปการตรวจประเมินภายนอกระหว่างคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก มีดังนี้

(๔.๑) ให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกและคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

เพื่อให้มีการดำเนินการดังนี้

(๔.๑.๑) ทบทวนสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอก

หลักฐานการตรวจประเมินภายนอกที่สามารถทวนสอบได้ และข้อมูลอื่น ๆ ที่รวบรวมได้ระหว่างการตรวจประเมินภายนอกเปรียบเทียบกับเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

(๔.๑.๒) ตกลงผลสรุปของการตรวจประเมินภายนอกแต่ละข้อกำหนดอย่างรอบคอบ

(๔.๒) ผลสรุปของการตรวจประเมินภายนอก

(๔.๒.๑) สิ่งที่สอดคล้องและสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

(๔.๒.๒) ข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขให้สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

และตามข้อบังคับ

(๔.๒.๓) โอกาสสำหรับการปรับปรุงเพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

(๕) การประชุมสรุปผลการตรวจประเมินภายนอกร่วมกับผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มีดังนี้

ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกสรุปผลการตรวจประเมินภายนอกตามสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอก

และหลักฐานการตรวจประเมินภายนอกที่สามารถทวนสอบได้ แจ้งสิ่งที่สอดคล้องและสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

ทบทวนกับพนักงานที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อยอมรับร่วมกันว่าสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอก

และหลักฐานการตรวจประเมินภายนอกมีความถูกต้อง สมบูรณ์

และยืนยันว่าพนักงานที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเข้าใจสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

ตลอดจนกำหนดแผนปฏิบัติการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ

การประชุมดังกล่าว

ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกเป็นผู้จัดทำบันทึกรายงานสรุปผลการตรวจประเมินภายนอกเบื้องต้น

และรายชื่อผู้เข้าประชุม รวมทั้งรายชื่อพนักงานของ กนอ.ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์

(ถ้ามี) หรือผู้ตรวจประเมินภายนอกฝึกหัด

(ถ้ามี) โดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกและผู้แทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องลงนามรับทราบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรณีการตรวจประเมินภายนอกตามข้อ ๑๔ เสร็จสิ้นแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดทำรายงานการตรวจประเมินภายนอกซึ่งประกอบด้วย

(๑.๑) หน้าปกของรายงานการตรวจประเมินภายนอกที่ต้องลงนามรับรองโดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

และผู้แทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

(๑.๒) วัตถุประสงค์ของการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๓) โปรแกรมการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๔) รายชื่อคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก และข้อกำหนดที่รับผิดชอบในการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๕) รายชื่อพนักงานของ กนอ. ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์

(ถ้ามี) หรือผู้ตรวจประเมินภายนอกฝึกหัด

(ถ้ามี)

(๑.๖) ขอบเขตการตรวจประเมินภายนอก หน่วยงาน กระบวนการ หรือพื้นที่ที่รับการตรวจประเมินภายนอก

และระยะเวลาการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๗) เกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก และเกณฑ์การพิจารณารับรองผลการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๘) บทสรุปย่อรายงานการตรวจประเมินภายนอก และผลสรุปการตรวจประเมินภายนอกของแต่ละข้อกำหนด

(๑.๙) รายละเอียดของสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอก และหลักฐานการตรวจประเมินภายนอกที่สามารถทวนสอบได้ของแต่ละข้อกำหนด

ทั้งสิ่งที่สอดคล้องและสิ่งที่ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

(๑.๑๐) ข้อเสนอแนะหรือโอกาสสำหรับการปรับปรุง ผลสรุปของการตรวจประเมินภายนอก

(๑.๑๑) อุปสรรคที่พบ ซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นของผลการตรวจประเมินภายนอกลดลง

(ถ้ามี) เช่น ไม่สามารถตรวจประเมินได้ครอบคลุมทุกสายการผลิต

ไม่มีการทำงานของผู้รับเหมาในพื้นที่ปฏิบัติงานระหว่างการตรวจประเมิน พร้อมระบุเหตุผล

เป็นต้น

(๑.๑๒) ข้อคิดเห็นที่แตกต่างระหว่างคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกกับผู้ประกอบอุตสาหกรรม

(ถ้ามี)

(๒) การรับรอง และการจัดส่งรายงานการตรวจประเมินภายนอก

(๒.๑) ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกทุกคนต้องตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนพร้อมทั้งลงนามรับรองรายงานการตรวจประเมินภายนอก

และจัดส่งรายงานการตรวจประเมินภายนอกซึ่งระบุวันที่ส่ง ตลอดจนจัดส่งรายงานในรูปอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า

๒ ชุด ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ดำเนินการตรวจประเมินภายนอกแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมส่งรายงานการตรวจประเมินภายนอกให้

กนอ. พิจารณาต่อไป

(๒.๒) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องเก็บรายงานการตรวจประเมินภายนอกที่บันทึกส่วนที่บกพร่องที่ได้รับการแก้ไขแล้ว

๒ ฉบับล่าสุดไว้เป็นหลักฐานที่สถานประกอบการ และยื่นหลักฐานดังต่อไปนี้ ประกอบการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมต่อ

กนอ. เช่น รายงานการตรวจประเมินภายนอก แผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไข

(ถ้ามี) รายงานการตรวจประเมินซ้ำ (ถ้ามี) และผลการตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขในรอบการตรวจประเมินภายนอกที่ผ่านมา

(ถ้ามี)

(๒.๓) กนอ. จะดำเนินการทวนสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของรายงานการตรวจประเมินภายนอก

แผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไข (ถ้ามี) รายงานการตรวจประเมินซ้ำ (ถ้ามี) และผลการตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขในรอบการตรวจประเมินภายนอกที่ผ่านมา

(ถ้ามี) และหาก กนอ. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีผลการดำเนินงานไม่ครบถ้วน กนอ.

จะแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปฏิบัติให้ครบถ้วน

กรณีหากผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่ปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไข

กนอ. จะพิจารณาดำเนินการมาตรการบังคับตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒

ของข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม

พ.ศ. ๒๕๕๑ ต่อไป

(๓) การจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไข

(๓.๑) กรณีข้อบกพร่องหลัก (Major Non-Conformity) ซึ่งคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกระบุถึงความไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างมีนัยสำคัญ

ให้ดำเนินการดังนี้

(๓.๑.๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องจัดส่งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไขที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ

(ถ้ามี) หรือจัดส่งแผนปฏิบัติการแก้ไขตามแบบที่

กนอ. กำหนดสำหรับกรณีที่ยังไม่ดำเนินการแล้วเสร็จให้แก่คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกเพื่อพิจารณาภายในระยะเวลา

๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับรายงานการตรวจประเมินภายนอกจากคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สอดคล้องซ้ำอีก

(ก) กรณีคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกเห็นชอบกับแผนปฏิบัติการแก้ไข

(ก/๑) หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการแก้ไขตามแผนปฏิบัติการแก้ไขแล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้นให้แล้วเสร็จ

(ก/๒) ให้ยื่นขอรับการตรวจประเมินซ้ำในสิ่งที่ปฏิบัติไม่ครบถ้วนหรือไม่มีการปฏิบัติดังกล่าวตามข้อกำหนดนั้น

โดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกรายเดิมหรือคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกรายใหม่ที่ กนอ. เห็นชอบ จากนั้นให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นรายงานการตรวจประเมินภายนอก แผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไข

(ถ้ามี) และรายงานการตรวจประเมินซ้ำเพื่อพิจารณาประกอบการขออนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมต่อ

กนอ. เป็นกรณีไป

(ก/๓) หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการแก้ไขตามแผนปฏิบัติการแก้ไขแล้วเสร็จเกินกว่าวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นรายงานการตรวจประเมินภายนอก แผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไข

(ถ้ามี) ต่อ กนอ.

ก่อนเพื่อพิจารณาประกอบการขออนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมเป็นกรณีไป จากนั้นให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้น

และนำเสนอรายงานความคืบหน้าผลการปฏิบัติการแก้ไขทุก ๓ เดือน จนกว่าจะดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขแล้วเสร็จต่อสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมหรือสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมที่กำกับ

ดูแล และหากผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้นแล้วเสร็จ ให้ดำเนินการตาม

(ก/๒) ต่อไป

(ข) กรณีหากคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกไม่เห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไข

ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกระบุเหตุผลความจำเป็นและกำหนดระยะเวลาให้ยื่นแผนปฏิบัติการแก้ไขใหม่

(๓.๒) กรณีข้อบกพร่องย่อย

(Minor Non-Conformity) ซึ่งคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกระบุถึงความไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างไม่มีนัยสำคัญ

ให้ดำเนินการดังนี้

(๓.๒.๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องจัดส่งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไขที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ

(ถ้ามี) หรือจัดส่งแผนปฏิบัติการแก้ไขตามแบบที่

กนอ. กำหนดสำหรับกรณีที่ยังไม่ดำเนินการแล้วเสร็จให้แก่คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกเพื่อพิจารณาภายในระยะเวลา

๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับรายงานการตรวจประเมินภายนอกจากคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกเพื่อไม่ให้เกิดความไม่สอดคล้องซ้ำอีก

(ก) กรณีคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกเห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้นให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา

๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับความเห็นชอบ จากนั้นให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นรายงานการตรวจประเมินภายนอก

แผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไข (ถ้ามี) รวมทั้งผลการตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขในรอบการตรวจประเมินภายนอกที่ผ่านมา

(ถ้ามี) เพื่อพิจารณาประกอบการขออนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมต่อ

กนอ. เป็นกรณีไป

(ข) กรณีคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกไม่เห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกระบุเหตุผลความจำเป็นและกำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแผนปฏิบัติการแก้ไขใหม่

(๓.๒.๒) กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขแล้วเสร็จเกินกว่า

๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับความเห็นชอบ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมระบุเหตุผลความจำเป็น

พร้อมทั้งยื่นรายงานการตรวจประเมินภายนอก แผนปฏิบัติการแก้ไขพร้อมทั้งหลักฐานการปฏิบัติการแก้ไข

(ถ้ามี) รวมทั้งผลการตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขในรอบการตรวจประเมินภายนอกที่ผ่านมา

(ถ้ามี) ต่อ กนอ.

ก่อน เพื่อพิจารณาประกอบการขออนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมเป็นกรณีไป จากนั้นให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้น

และนำเสนอรายงานความคืบหน้าผลการปฏิบัติการแก้ไขต่อสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมหรือสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมที่กำกับ

ดูแลทุก ๓ เดือนจนกว่าจะดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขนั้นแล้วเสร็จ

(๓.๒.๓) กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขแล้วเสร็จตาม

(๓.๒.๑) หรือ (๓.๒.๒) ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขกรณีข้อบกพร่องย่อยในการตรวจประเมินภายนอกรอบถัดไป

พร้อมทั้งจัดส่งผลการตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขในการตรวจประเมินภายนอกรอบที่ผ่านมาภายในระยะเวลา

๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ดำเนินการตรวจประเมินภายนอกแล้วเสร็จ

เกณฑ์การพิจารณารับรองผลการตรวจประเมินภายนอก

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การพิจารณารับรองผลการตรวจประเมินภายนอก แบ่งเป็น

๓ ลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้ปฏิบัติโดยถูกต้องและครบถ้วนตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้ทุกประการให้ถือว่าการปฏิบัติดังกล่าวมีความสอดคล้องกับข้อบังคับ

และผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

(๒) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้ปฏิบัติโดยถูกต้องและครบถ้วนตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้แล้วแต่มีข้อบกพร่องย่อย

(Minor Non - Conformity) บางประการที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ ให้ถือว่าการปฏิบัติดังกล่าวไม่มีความสอดคล้องกับข้อบังคับอย่างไม่มีนัยสำคัญ

และผ่านเกณฑ์การพิจารณาโดยที่คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกมีข้อเสนอแนะให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอกต่อไป ทั้งนี้ ให้คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกดาเนินการตรวจความมีประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการแก้ไขกรณีข้อบกพร่องย่อยในการตรวจประเมินภายนอกรอบถัดไป

(๓) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้ปฏิบัติตามข้อบังคับไม่ครบถ้วน หรือครบถ้วนแล้วแต่มีข้อบกพร่องหลัก

(Major Non - Conformity) บางประการ ให้ถือว่าการปฏิบัติดังกล่าวไม่มีความสอดคล้องกับข้อบังคับอย่างมีนัยสำคัญและไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา

โดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกมีข้อเสนอแนะให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องตามเกณฑ์การตรวจประเมินภายนอก

พร้อมทั้งต้องมีการแก้ไขเพื่อขอรับการตรวจประเมินซ้ำในสิ่งที่ปฏิบัติไม่ครบถ้วน หรือไม่มีการปฏิบัติดังกล่าวตามข้อกำหนดนั้น

โดยคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกรายเดิมหรือคณะผู้ตรวจประเมินภายนอกรายใหม่ที่ กนอ. เห็นชอบ

กรณีตามวรรคหนึ่ง

คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกสามารถให้โอกาสสำหรับการปรับปรุงหากสิ่งที่พบจากการตรวจประเมินภายนอกนั้นสามารถนำไปสู่ข้อบกพร่องต่อไปได้ในอนาคต

ความรับผิดชอบของ กนอ. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

และสิทธิและความรับผิดชอบของคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ กนอ. คณะผู้ตรวจประเมินภายนอก

และผู้ตรวจประเมินภายนอกฝึกหัด (ถ้ามี)

ต้องรักษาเอกสารหรือข้อมูลที่สำคัญของการตรวจประเมินภายนอกตามข้อตกลงรักษาความลับหรือข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล

คณะผู้ตรวจประเมินภายนอกมีความเป็นอิสระในการทวนสอบ

มีข้อจำกัดของอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ มีสิทธิในการเข้าถึงเอกสารหรือหลักฐานที่จำเป็นในการจัดเก็บหรือทำลายเอกสารเบื้องต้นที่ได้รับจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามข้อ

๑๓ (๑) และ (๒) และเอกสารที่ได้รับระหว่างการตรวจประเมินภายนอกตามข้อตกลงรักษาความลับ และต้องผูกพันในผลการรับรองของตนเอง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องพิจารณาความเสี่ยงและความเหมาะสมด้วยความรอบคอบในการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ

หรือโอกาสสำหรับการปรับปรุงที่ได้รับจากคณะผู้ตรวจประเมินภายนอก ทั้งนี้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสามารถจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขให้สอดคล้องกับข้อบกพร่องได้เอง

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรณีการยื่นขอรับการตรวจประเมินภายนอกกับ กนอ.

ซึ่งหนังสืออนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมของผู้ประกอบอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการพิจารณาของ

กนอ. หรือเหลืออายุไม่ถึง ๖ เดือนก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมดังกล่าวสามารถยื่นขอรับการตรวจประเมินภายนอกกับ กนอ. ได้นับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ และ กนอ. จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

อัฐพล จิรวัฒน์จรรยา

รองผู้ว่าการ รักษาการในตำแหน่ง

ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ

๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๘๓ ง/หน้า ๒๙/๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 115/2561 เรื่อง แนวทางการตรวจประเมินการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_eea661092ed9a7b6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com