法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำผลส้มจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาในราชอาณาจักร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

เรื่อง

เงื่อนไขการนำผลส้มจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาในราชอาณาจักร[๑]

ตามประกาศกระทรวงเกษตร

(ฉบับที่ ๖) เรื่อง กำหนดพืช ศัตรูพืช หรือพาหะจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม

ข้อยกเว้น และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน

๒๕๐๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืช ศัตรูพืช

หรือพาหะจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น

และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๙

ผลส้มจากแหล่งที่กำหนดซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนดและมีใบรับรองปลอดศัตรูพืชสามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักรได้

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรจึงออกประกาศเงื่อนไขการนำผลส้มจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาในราชอาณาจักร

ดังต่อไปนี้

๑. ชนิดผลไม้

ผลส้มที่อนุญาตให้นำเข้าจากประเทศออสเตรเลียได้แก่พันธุ์ต่าง

ๆ ดังต่อไปนี้

๑.๑ Citrus

sinensis

(L.)

Osbeck

(oranges

e.g.

Navels

and

Valencias)

๑.๒ Citrus

reticulata

Blanco

(mandarins)

๑.๓. Citrus

reticulate

x

sinensis

(tangors)

๑.๔. Citrus

limon

(L.)

Burm.

f.

(lemons)

๑.๕ Citrus

paradisi

Macfad.

(grapefruit)

๑.๖ Citrus

maxima

(Burman)

Merr.

(pummelo)

๒. แหล่งปลูก

ผลส้มต้องมาจากแหล่งปลูกในประเทศออสเตรเลียซึ่งกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย (The

Australia

Department

of

Agriculture,

Fisheries

and

Forestry,

DAFF)

เป็นผู้รับรองว่าเป็นแหล่งปลูกส้มสำหรับส่งออกไปยังประเทศไทย

๓. วิธีการขนส่ง

อนุญาตให้นำเข้าผลส้มได้ในลักษณะเป็นสินค้าขนส่งทางเรือหรือทางอากาศ

๔. การขออนุญาตนำเข้า

การนำเข้าสินค้าแต่ละครั้งต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งออกให้โดยกรมวิชาการเกษตร

๕. ศัตรูพืชกักกัน

๕.๑

การประกาศแจ้งสถานภาพของศัตรูพืชกักกัน

กรมเกษตร ประมง

และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบโดยทันทีกรณีที่มีการระบาดหรือมีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของศัตรูพืชกักกันในแหล่งปลูกส้มของประเทศออสเตรเลีย

๕.๒

รายชื่อแมลงที่เป็นศัตรูพืชกักกัน

๕.๒.๑

Asynonychus

cervinus

(Boheman)

(Fuller’s

rose

weevil)

๕.๒.๒

Bactrocera

aquilonis

(May)

(Northern Territory

fruit

fly)

๕.๒.๓

Bactrocera

frauenfeldi

(Schiner)

(mango

fruit

fly)

๕.๒.๔

Bactrocera

halfordiae

(Tryon)

(halfordia

fruit

fly)

๕.๒.๕

Bactrocera

jarvisi

(Tryon)

(Jarvis’s

fruit

fly)

๕.๒.๖

Bactrocera

neohumeralis

(Hardy)

(lesser

Queensland

fruit

fly)

๕.๒.๗

Bactrocera

tryoni

(Froggatt)

(Queensland

fruit

fly)

๕.๒.๘

Ceratitis

capitata

(Wiedemann)

(Mediterranean

fruit

fly)

๕.๓

รายชื่อโรคพืชที่เป็นศัตรูพืชกักกัน

เชื้อแบคทีเรีย :

๕.๓.๑

Pseudomonas

viridiflara

(Burkholder)

Dowson

เชื้อรา :

๕.๓.๒

Guignardia

citricarpa

Kiely

๕.๓.๓.

Mycosphaerella

citri

Whiteside

๕.๓.๔

Phoma

glomerata

(Corda)

Wollenw.

&

Hochapfel

๕.๓.๕

Phytophthora

citricola

Saw.

๕.๓.๖

Phytophthora

hiberanalis

Carne

๖. แผนการควบคุมศัตรูพืชในสวนส้ม

๖.๑ กรมเกษตร ประมง

และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องให้การรับรองว่าผลส้มมาจากสวนส้มที่ปลูกเป็นการค้าซึ่งได้รับการจดทะเบียนแล้วสำหรับส่งออกมายังประเทศไทย

๖.๒ กรมเกษตร ประมง

และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องให้ข้อมูลแผนการบริหารจัดการส้มตลอดทั้งฤดูกาลปลูก

๖.๓

เกษตรกรผู้ปลูกส้มจะปฏิบัติตามแผนการบริหารจัดการศัตรูพืชในสวนส้มอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ

รวมทั้งบันทึกตารางการฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้

เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าศัตรูพืชกักกันได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

๖.๔

สำหรับด้วงงวงฟูลเลอร์โรส (Fuller’s

rose

weevil)

จะมีการบริหารจัดการโดยกระบวนการควบคุมในแหล่งปลูกซึ่งแนะนำโดยผู้ตรวจสอบการปลูกพืช

การสุ่มตรวจผลส้ม ณ โรงบรรจุสินค้าต้องมั่นใจว่าผลส้มปราศจากด้วงงวงฟูลเลอร์โรส

และในขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งออก ผลส้มจะถูกตรวจอีกครั้งโดยเจ้าหน้าที่ของกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

๗. การจดทะเบียน

การจดทะเบียนและการตรวจสอบโรงบรรจุสินค้า

๗.๑

โรงบรรจุสินค้าซึ่งส่งส้มออกไปยังประเทศไทยต้องคัดเลือกผลส้มเฉพาะที่มาจากสวนส้มที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วกับกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย และโรงบรรจุสินค้าต้องจดทะเบียนไว้กับกรมเกษตร ประมง

และป่าไม้ ออสเตรเลียด้วยเช่นเดียวกัน

เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลส้มที่ส่งออกได้

โรงบรรจุสินค้าต้องเก็บรายละเอียดข้อมูลประวัติของผู้ปลูกที่ส่งออกผลส้มมายังประเทศไทย

โดยข้อมูลเหล่านี้ต้องส่งให้กับกรมวิชาการเกษตรเมื่อได้รับการร้องขอ

๗.๒

โรงบรรจุสินค้าจะต้องมีการรักษาระบบสุขอนามัยที่ยอมรับจากกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลีย

๗.๓

โรงบรรจุสินค้าหรือผู้ส่งออกจะเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษาข้อมูลทั้งหมด

โดยกรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียจะมีการตรวจสอบข้อมูลเป็นประจำทุกปี

๘. บรรจุภัณฑ์และฉลาก

๘.๑

บรรจุภัณฑ์อาจทำด้วยกระดาษแข็ง ซึ่งอาจผลิตจากวัสดุที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่

หรือกระดาษคาฟ์ (Kaft)

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ต้องสะอาดและใหม่เท่านั้นจึงจะอนุญาตให้ใช้สำหรับบรรจุผลส้ม

๘.๓

ภาชนะที่บรรจุผลส้มต้องไม่มีรู ถ้าหากมีรูหรือช่องเปิดต้องปิดทับด้วยผ้าตาข่าย

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของตาข่ายแต่ละรูต้องไม่เกิน ๑.๖ ม.ม.

๙. พื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้

๙.๑

การกำหนดพื้นที่ปลูกส้มบริเวณใดในประเทศออสเตรเลียให้เป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้นั้น

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กรมวิชาการเกษตรทราบอย่างเป็นทางการ

และในพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้ต้องได้ดำเนินมาตรการทางกักกันพืชที่เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

เพื่อป้องกันมิให้มีการเคลื่อนย้ายพืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ที่ยังไม่ผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้เข้าไปในพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกส้มส่งออกผลส้มมายังประเทศไทย

๙.๒

กำหนดให้พื้นที่ดังต่อไปนี้เท่านั้นเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้ ได้แก่

รัฐทัสมาเนีย (Tasmania) เขตริเวอร์รินา (Riverina

district)

ของรัฐนิวเซาร์เวลส์ (New

South

Wale)

เขตริเวอร์แลนด์ (Riverland

district)

ของรัฐเซาร์ออสเตรเลีย (South Australia)

และเขตซัลเรเซีย (Sunraysia

district)

ของรัฐวิคทอเรีย (Victoria)

และรัฐนิวเซาร์เวลส์

๙.๒.๑

เขตริเวอร์รินาของรัฐนิวเซาร์เวลส์ ประกอบด้วยเขตพื้นที่เหล่านี้รวมกัน ได้แก่

เมือง (city)

กิฟฟิท (Griffith), เขตพื้นที่ (shire)

คาเรทโฮล (Carrathool),

ลีตัน (Leeton),

นาเรนเดอร์รา (Narrandera)

และเมอร์รัมบิดส์ (Murrumbidgee) พื้นที่นี้ยังแบ่งออกเป็น

๒ ส่วน คือ พื้นที่เขตชลประทานเมอร์มัมบิด (Murrmbidgee Irrigation

Area,

MIA)

และ คาเรทโฮล (Carrathool)

๙.๒.๒

เขตริเวอร์แลนด์ของรัฐเซาร์ออสเตรเลีย ประกอบด้วยเขตพื้นที่เหล่านี้รวมกัน ได้แก่

เขตพื้นที่ (county)

เฮมเล (Hamley),

เชตพื้นที่ (hundred)

บุคเพอร์มังค์ (Bookpurmong),

คาแดล (Cadell),

กอร์เดน (Gorden),

โฮลเดอร์ (Holder),

คาทาเรพโค (Katarapko),

โลวีเดย์ (Loveday),

มาร์คาเรนคา (Markaranka),

มอรูค (Moorook),

เมอร์โท (Murtho),

พาร์โคลา (Parcoola),

พาริงจา (Paringa),

โพจิโนค (Pooginook),

ไพท (Pyap),

สเตาร์ (Stuart),

ไวเคอร์รี (Waikerie),

อีบา (Eba),

ฟิสเซอร์ (Fisher),

ฟอสเตอร์ (Forster),

เฮ (Hay),

เมอร์โค (Murbko),

นิดอททิ (Nildottie),

เพรเล (Paisley),

ริดเล (Ridley),

เซอร์เร (Skurray)

และออนเล (Onley)

ในเขตพื้นที่ (shire)

มิลดูรา (Mildura)

ของรัฐวิคตอเรีย

๙.๒.๓

เขตซัลเรเซีย ประกอบด้วยเขตพื้นที่เหล่านี้รวมกัน ได้แก่ เขตพื้นที่ (shire)

เวนเวอดท์ (Wentworth)

และบาเรนดอล (Balranald)

ในรัฐนิวเซาร์เวลส์ และมิลดูรา (Mildura),

สวอนฮิล (Swan

Hill),

วาโคล (Wakool)

และคีเรง (Kerang)

และเมือง (city)

สวอนฮิล (Swan

Hill),

มิลดูรา (Mildura)

และเขตพื้นที่ (borough)

คีเรง (Kerang)

ในรัฐวิคตอเรีย

๙.๓

การส่งออกผลส้มจากพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้เป็นการส่งออกในลักษณะของการรับรองว่าเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้

ซึ่งทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องทำการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มก่อนส่งออก

พื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้ต้องมีการสำรวจตรวจตราอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำว่าปลอดจากแมลงวันผลไม้ควีนส์แลนด์

(Queensland

fruit

fly)

และแมลงวันผลไม้เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean

fruit

fly)

และต้องมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันการคงสถานภาพเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้จากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบเป็นการล่วงหน้า ๓๐ วัน

ก่อนเริ่มฤดูกาลการส่งออกในแต่ละปี

๙.๔. กรมเกษตร ประมง

และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบทันทีที่มีการยืนยันว่าพบการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ในพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้

และต้องระงับการตรวจรับรองผลส้มที่ไม่ได้กำจัดแมลงผลไม้ในพื้นที่ดังกล่าวเหล่านั้นเป็นการชั่วคราว

และต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบถึงระยะเวลาสำหรับการฟื้นพื้นที่เหล่านั้นให้กลับมาได้รับการรับรองเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้อีกครั้ง

๙.๕

กรมเกษตรประมงและป่าไม้ออสเตรเลียต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบทันที

หากพบแมลงวันผลไม้ชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากแมลงวันผลไม้ควีนส์แลนด์และแมลงวันผลไม้เมดิเตอร์เรเนียน

ในพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้

๑๐. การกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็น

๑๐.๑ ถ้ากรมเกษตร

ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียไม่สามารถให้การรับรองได้ว่าผลส้มที่ส่งออกมาจากพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้ปลอดจากแมลงวันผลไม้เนื่องจากพื้นที่ปลูกส้มนั้นไม่มีคุณสมบัติเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้

หรือสถานภาพการเป็นพื้นที่ปลอดแมลงวันผลไม้ถูกยกเลิกเป็นการชั่วคราว

ผลส้มที่ส่งออกต้องมีการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นก่อนส่งออก (pre

shipment)

หรือระหว่างการขนส่ง (in-transit)

๑๐.๒

ความเย็นที่อุณหภูมิและระยะเวลาดังต่อไปนี้

ได้รับการยอมรับให้ใช้สำหรับการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้ม

อุณหภูมิภายในสุดเนื้อผลส้ม

( ซ.)

ระยะเวลาการกำจัดแมลงที่ใช้ติดต่อกัน

(วัน)

+

๐.๕ ซ.

๑๖

+

๐.๕ ซ.

๑๘

+

๐.๕ ซ.

๒๐

การกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นทั้ง

๓ รายการดังกล่าวข้างต้น สามารถดำเนินการได้ก่อนการส่งออกหรือระหว่างการขนส่ง

สำหรับการดำเนินการในระหว่างการขนส่งนั้น

สามารถดำเนินการส่วนหนึ่งได้ก่อนการส่งออกและเสร็จสิ้นในระหว่างการขนส่ง

ในกรณีที่การกำจัดแมลงวันผลไม้เกิดล้มเหลวในระหว่างการขนส่ง การกำจัดแมลงวันผลไม้สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้ในขณะที่สินค้านั้นถึงจุดหมายปลายทาง

๑๑. การกำจัดแมลงวันผลไม้ก่อนส่งออก

การกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มก่อนส่งออกต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่จากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียในห้องเย็นที่ได้รับการรับรองแล้วจากกรมเกษตร ประมง

และป่าไม้ ออสเตรเลีย

ผลส้มที่ส่งออกมายังประเทศไทยอาจทำการกำจัดแมลงวันผลไม้ควบคู่ไปพร้อมกับผลส้มที่ส่งออกไปยังประเทศอื่น

ๆ ได้

ถ้าผลส้มต้องผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นก่อนส่งออก

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย ต้องมั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

๑๑.๑

สภาพห้องเย็น

๑๑.๑.๑

การกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มก่อนการส่งออกอนุญาตให้ทำได้เฉพาะในห้องเย็นที่ได้รับการรับรองจากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียเท่านั้น

๑๑.๑.๒

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องเป็นผู้รับผิดชอบทำการตรวจสอบว่าห้องเย็นที่ผู้ส่งออกใช้เหมาะสมตามมาตรฐานและมีอุปกรณ์เครื่องมือการทำความเย็นที่สามารถปรับอุณหภูมิและรักษาสภาพอุณหภูมิในผลส้มให้คงที่อยู่ได้ตามที่กำหนด

๑๑.๑.๓

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียจะเก็บข้อมูลการจดทะเบียนห้องเย็นซึ่งผ่านการยอมรับ เพื่อใช้สำหรับการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มก่อนส่งออกไปยังประเทศไทย

การจดทะเบียนห้องเย็นต้องมีรายละเอียดครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(ก)

สถานที่ตั้งและแผนผังโรงงาน

รวมทั้งรายละเอียดสถานที่อยู่ของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการ

(ข)

ขนาดและความจุของห้องเย็น

(ค)

ชนิดของวัสดุที่ใช้เป็นฉนวนในการทำฝาผนัง เพดาน และพื้น

(ง)

ผู้ผลิต รุ่น ชนิด ขนาดของเครื่องทำความเย็น และระบบการหมุนเวียนของอากาศ

(จ)

ช่วงการควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ์เครื่องมือ ระบบควบคุมการละลายน้ำแข็ง

และข้อมูลจำเพาะและรายละเอียดของอุปกรณ์สำคัญอื่น ๆ ของเครื่องบันทึกอุณหภูมิ

(ฉ)

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องส่งข้อมูลให้กับกรมวิชาการเกษตร

(ก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกในแต่ละปี) ได้แก่

ชื่อและที่อยู่ของโรงงานที่ได้รับการจดทะเบียนสำหรับการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มด้วยความเย็น

๑๑.๒

ชนิดของเครื่องบันทึกอุณหภูมิ

กรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องรับรองว่า

แท่งวัดอุณหภูมิและเครื่องบันทึกอุณหภูมิมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

๑๑.๒.๑

เหมาะสมสำหรับใช้ในการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็น

และแท่งวัดอุณหภูมิต้องได้ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United

State

Department

of

Agriculture,

USDA)

แท่งวัดอุณหภูมิต้องมีความเที่ยงตรงที่ + ๐.๑๕ ซ. ในช่วงอุณหภูมิระหว่าง +

๓ ซ. ถึง – ๓ ซ.

๑๑.๒.๒

สามารถรองรับจำนวนแท่งวัดอุณหภูมิที่ใช้ในการดำเนินงานได้ตามที่กำหนด

๑๑.๒.๓

สามารถบันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลได้ตลอดระยะเวลาของการดำเนินการกำจัดแมลงวันผลไม้

และข้อมูลดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้โดยเจ้าหน้าที่ของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลีย

๑๑.๒.๔

สามารถบันทึกอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิทั้งหมดตลอดการทำงานอย่างน้อยทุกชั่วโมง

มีความถูกต้องเที่ยงตรงตามข้อกำหนดของแท่งวัดอุณหภูมิ

๑๑.๒.๕

สามารถพิมพ์ผลการบันทึกข้อมูลซึ่งจะแยกแสดงข้อมูล เวลา

และอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิแต่ละแท่ง

๑๑.๓

การปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรง

๑๑.๓.๑

การปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรงจะใช้น้ำแข็งบดละเอียดคลุกในน้ำกลั่น

เปรียบเทียบค่าการวัดอุณหภูมิกับแท่งวัดอุณหภูมิมาตรฐานซึ่งได้รับการรับรองจากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

๑๑.๓.๒

แท่งวัดอุณหภูมิแท่งหนึ่งแท่งใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้มากกว่า +

๐.๖ ซ. จากอุณหภูมิ ๐ ซ.

ต้องเปลี่ยนแท่งวัดอุณหภูมิแท่งใหม่ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดแทน

๑๑.๓.๓

เมื่อกระบวนการกำจัดแมลงวันผลไม้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ กรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องทำการตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิผลไม้ให้เที่ยงตรงโดยทำตามวิธีการในข้อ

๑๑.๓.๑

๑๑.๓.๔

อาจจะดำเนินการตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิเป็นประจำและสม่ำเสมอ

๑๑.๔

ตำแหน่งการวางแท่งวัดอุณหภูมิภายใต้การกำกับดูแลของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลีย

๑๑.๔.๑

ต้องวางแท่งวัดอุณหภูมิอย่างน้อยที่สุด จำนวน ๒ แท่ง

(ตรงตำแหน่งช่องเปิดที่อากาศหมุนเวียนเข้าและออกภายในห้องเย็น) เพื่อวัดอุณหภูมิอากาศภายในห้องเย็น

และต้องมีแท่งวัดอุณหภูมิผลไม้อย่างน้อย จำนวน ๔ แท่ง

เพื่อวัดอุณหภูมิภายในผลส้มตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

(ก)

หนึ่งแท่งที่กึ่งกลางของกองที่อยู่ตรงกลางของห้องเย็น

(ข)

หนึ่งแท่งที่มุมบนสุดของกองที่อยู่ตรงกลางของห้องเย็น

(ค)

หนึ่งแท่งตรงกลางของกองที่อยู่ใกล้ทางออกของอากาศ และ

(ง)

หนึ่งแท่งที่มุมบนสุดของกองใกล้ทางออกของอากาศ

๑๑.๔.๒

ตำแหน่งการวางแท่งวัดอุณหภูมิและการเชื่อมต่อแท่งวัดอุณหภูมิเข้ากับเครื่องบันทึกอุณหภูมิ

ต้องอยู่ภายใต้การชี้แนะและการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียเท่านั้น

๑๑.๔.๓

การบันทึกอุณหภูมิอาจจะเริ่มต้นได้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม

เวลาที่เริ่มต้นดำเนินการกำจัดแมลงวันผลไม้นั้นจะต้องเริ่มต้นนับหลังจากที่แท่งวัดอุณหภูมิทุกแท่งอยู่ที่ระดับอุณหภูมิที่กำหนดแล้วเท่านั้น

๑๑.๔.๔

กรณีที่ใช้แท่งวัดอุณหภูมิจำนวนต่ำสุดตามที่กำหนด

หากพบว่ามีแท่งวัดอุณหภูมิแท่งหนึ่งแท่งใดไม่สามารถบันทึกค่าอุณหภูมิในช่วงเวลาที่กำหนดเป็นระยะเวลานานมากกว่า

๔ ชั่วโมงติดต่อกัน

ให้ถือว่าการกำจัดแมลงวันผลไม้ในครั้งนั้นล้มเหลวและต้องเริ่มต้นใหม่

๑๑.๕

การพิจารณาผลการกำจัดแมลงวันผลไม้

๑๑.๕.๑

ถ้าผลการบันทึกข้อมูลการกำจัดแมลงวันผลไม้บ่งชี้ว่าการกำจัดแมลงวันผลไม้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียอาจจะสั่งการให้หยุดการกำจัดแมลงวันผลไม้

และถ้าแท่งวัดอุณหภูมิได้อ่านการตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรงตามข้อ

๑๑.๓ แล้ว ให้ถือว่ากระบวนการกำจัดแมลงวันผลไม้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

๑๑.๕.๒

แท่งวัดอุณหภูมิควรต้องผ่านการตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรง

ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายผลส้มออกจากห้องเย็น

๑๑.๖

การตรวจสอบยืนยันผลการกำจัดแมลงวันผลไม้

๑๑.๖.๑

หลังจากผ่านช่วงระยะเวลาที่กำหนดในกระบวนการกำจัดแมลงวันผลไม้เรียบร้อยแล้ว

แท่งวัดอุณหภูมิจะต้องถูกตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรงซ้ำอีกครั้งโดยใช้วิธีการตามข้อ

๑๑.๓ ข้อมูลทั้งหมดจะต้องเก็บไว้สำหรับให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ

๑๑.๖.๒

หากมีการพิสูจน์พบว่าผลการตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรงภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการกำจัดแมลงวันผลไม้แสดงค่าสูงกว่าในตอนเริ่มต้น

ค่าการบันทึกอุณหภูมิจากแท่งวัดอุณหภูมิจะต้องถูกปรับให้เป็นไปตามนั้นด้วย

ถ้าผลของการปรับค่าปรากฏว่าอุณหภูมิและเวลาที่ใช้กำจัดแมลงวันผลไม้ไม่เป็นไปตามที่กำหนด

ให้ถือว่าการดำเนินการกำจัดแมลงวันผลไม้ในครั้งนั้นล้มเหลว

มีทางเลือกให้ทำการกำจัดแมลงวันผลไม้ใหม่อีกครั้งได้

โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียและผู้ส่งออก

๑๑.๖.๓

ข้อมูลผลการบันทึกอุณหภูมิจะต้องส่งมามาพร้อมกันกับสรุปย่อ

ซึ่งจะบ่งชี้ให้เห็นว่ากระบวนการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มด้วยความเย็นประสบผลสำเร็จ

๑๑.๖.๔

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องลงนามรับรองผลการบันทึกอุณหภูมิและสรุปย่อ

ก่อนยืนยันว่าการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มประสบผลสำเร็จแล้ว

ข้อมูลเหล่านี้กรมวิชาการเกษตรสามารถเรียกดูเพื่อตรวจสอบได้เมื่อต้องการ

๑๑.๖.๕

ถ้าการกำจัดเมลงวันผลไม้ในผลส้มด้วยความเย็นไม่ประสบผลสำเร็จ เครื่องบันทึกอุณหภูมิอาจเริ่มต้นบันทึกอุณหภูมิใหม่

และการกำจัดแมลงวันผลไม้ที่ดำเนินการต่อเนื่องไปจะต้องให้ผล ดังต่อไปนี้

(ก)

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องตรวจสอบยืนยันว่าได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๑๑.๖.๓ หรือ

(ข)

ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่หยุดการกำจัดแมลงวันผลไม้

และกลับมาเริ่มต้นดำเนินการใหม่ต้องน้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง

ทั้ง ๒

กรณีดังกล่าวข้างต้น

ข้อมูลจะถูกบันทึกอย่างต่อเนื่องติดต่อกันไปตลอดเวลาจากจุดที่เครื่องบันทึกอุณหภูมิเริ่มกลับมาบันทึกอุณหภูมิใหม่

๑๑.๗

การขนถ่ายสินค้าเข้าตู้ขนส่งสินค้า

๑๑.๗.๑

ตู้ขนส่งสินค้าต้องได้รับการตรวจสอบโดยกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียก่อนขนย้ายผลส้มเข้าตู้

ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าตู้ขนส่งสินค้าปลอดศัตรูพืช

และช่องระบายอากาศต่าง ๆ ถูกปิดเพื่อป้องกันศัตรูพืชเล็ดลอดเข้าไปในตู้ขนส่งสินค้า

๑๑.๗.๒

การขนถ่ายผลส้มเข้าตู้ขนส่งสินค้าต้องดำเนินการภายในอาคารที่สามารถป้องกันกันแมลงได้

หรือใช้วัสดุกันแมลงกั้นระหว่างทางเข้าห้องเย็นและตู้ขนส่งสินค้า

๑๑.๘

การปิดผนึกตู้ขนส่งสินค้า

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียจะเป็นผู้ปิดผนึกบนประตูของตู้ขนส่งสินค้า

และเขียนหมายเลขผนึกในใบรับรองปลอดศัตรูพืช

๑๑.๙

การเก็บรักษาผลส้มกรณีที่ไม่ได้มีการขนย้ายทันที

ผลส้มซึ่งผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้แล้วแต่ยังไม่ประสงค์ที่จะขนย้ายเข้าตู้ขนส่งสินค้าในทันที

ผลส้มเหล่านั้นอาจจะเก็บรักษาไว้เพื่อทำการขนถ่ายในภายหลังได้

โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจัดการรักษาความปลอดภัยจากศัตรูพืช

ซึ่งกำหนดโดยกรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย ดังต่อไปนี้

๑๑.๙.๑

ถ้าเก็บผลส้มไว้ในห้องที่ทำการกำจัดแมลงวันผลไม้ ประตูห้องต้องปิดสนิท

๑๑.๙.๒

ถ้ามีการเคลื่อนย้ายผลส้มไปเก็บไว้ในห้องเก็บอื่น การเคลื่อนย้ายผลส้มต้องมีการจัดการและการควบคุมความปลอดภัยจากศัตรูพืชซึ่งกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียให้การยอมรับ

และต้องไม่มีผลไม้ชนิดอื่นเก็บอยู่ในห้องนั้น และ

๑๑.๙.๓

เมื่อมีการขนย้ายผลส้มต่อมาในภายหลัง

ต้องดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของกรมเกษตรประมงและป่าไม้ออสเตรเลีย

ตามรายละเอียดในข้อ ๑๑.๗

๑๒.

การกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นในระหว่างการขนส่ง

การกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นในระหว่างการขนส่ง

เป็นการกำจัดแมลงวันผลไม้ซึ่งดำเนินการในระหว่างการขนส่งสินค้าในห้องบนเรือหรือในตู้ขนส่งสินค้า

การกำจัดแมลงวันผลไม้ในตู้ขนส่งสินค้าในระหว่างการขนส่งนั้นอาจเริ่มต้นตั้งแต่บนบกและเสร็จสิ้นกระบวนการในระหว่างการขนส่ง

หรือเสร็จสิ้นเมื่อขนส่งสินค้าถึงปลายทาง

ถ้าสินค้านั้นได้รับการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นในระหว่างการขนส่ง

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

๑๒.๑

ชนิดของตู้ขนส่งสินค้า

ตู้ขนส่งสินค้าต้องมีระบบการทำความเย็นภายในตัวตู้

โดยกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบตู้ขนส่งสินค้าว่าตู้ขนส่งสินค้าที่ผู้ส่งออกใช้นั้นเป็นชนิดที่เหมาะสมและมีอุปกรณ์ทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำการรักษาระดับอุณหภูมิในผลส้มให้คงที่ตามที่กำหนดได้

๑๒.๒

ชนิดของเครื่องบันทึกอุณหภูมิ

กรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียต้องรับรองว่า

แท่งวัดอุณหภูมิและเครื่องบันทึกอุณหภูมิมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

๑๒.๒.๑

เหมาะสมสำหรับใช้ในวัตถุประสงค์การกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็น

และต้องได้ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา

แท่งวัดอุณหภูมิต้องมีความเที่ยงตรงที่ + ๐.๑๕ ซ. ในช่วงระหว่าง ๓ ซ. ถึง – ๓ ซ.

๑๒.๒.๒

สามารถรองรับจำนวนแท่งวัดอุณหภูมิที่ใช้ในการดำเนินงานได้ตามที่กำหนด

๑๒.๒.๓

สามารถบันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลได้ตลอดระยะเวลาของการดำเนินการกำจัดแมลงวันผลไม้

และข้อมูลดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้โดยเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร

๑๒.๒.๔

สามารถบันทึกอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิทั้งหมดตลอดการทำงานอย่างน้อยทุกชั่วโมง

มีความถูกต้องเที่ยงตรงตามข้อกำหนดของแท่งวัดอุณหภูมิ และ

๑๒.๒.๕

สามารถพิมพ์ผลการบันทึกข้อมูลซึ่งจะแยกแสดงข้อมูล เวลา

และอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิแต่ละแท่ง นอกจากนี้

ยังสามารถพิมพ์เลขหมายของเครื่องบันทึกอุณหภูมิและตู้ขนส่งสินค้า

๑๒.๓

การปรับค่าการวัดอุณหภูมิของเครื่องบันทึกอุณหภูมิและแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรงภายใต้การกำกับดูแลของกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

๑๒.๓.๑

การปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิให้เที่ยงตรงจะใช้น้ำแข็งบดละเอียดคลุกในน้ำกลั่น

เปรียบเทียบค่าการวัดอุณหภูมิกับแท่งวัดอุณหภูมิมาตรฐานซึ่งได้รับการรับรองจากรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

๑๒.๓.๒

แท่งวัดอุณหภูมิแท่งหนึ่งแท่งใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้มากกว่า +

๐.๖ ซ. จากอุณหภูมิ ๐ ซ.

ต้องเปลี่ยนแท่งวัดอุณหภูมิแท่งใหม่ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดแทน

๑๒.๓.๓

ต้องจัดเตรียมเอกสาร “บันทึกการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิผลไม้”

สำหรับตู้ขนส่งสินค้าแต่ละตู้

และมีการลงนามพร้อมตราประทับโดยเจ้าหน้าที่ของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

ต้นฉบับของเอกสารดังกล่าวต้องแนบมาพร้อมกับใบรับรองปลอดศัตรูพืชซึ่งจะมาพร้อมกับสินค้า

๑๒.๓.๔

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย

กรมวิชาการเกษตรต้องทำการตรวจสอบการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิผลไม้ให้เที่ยงตรงโดยทำตามวิธีการในข้อ

๑๑.๓

๑๒.๔

ตำแหน่งการวางแท่งวัดอุณหภูมิภายใต้การกำกับดูแลของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลีย

๑๒.๔.๑

กล่องบรรจุผลส้มจะต้องขนส่งในตู้ขนส่งสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมเกษตร ประมง

และป่าไม้ ออสเตรเลีย

ควรมีการจัดเรียงกล่องบรรจุผลส้มในตู้ขนส่งสินค้าให้อากาศมีการหมุนเวียนอย่างอย่างสม่ำเสมอทั้งภายใต้และรอบ

ๆ แผ่นรองรับกล่องบรรจุสินค้าทั้งหมด และระหว่างกล่องที่วางซ้อนทับกัน

๑๒.๔.๒ ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิตามจุดต่าง

ๆ ภายในตู้อย่างน้อย จำนวน ๓ ชุด

๑๒.๔.๓

ต้องมีแท่งวัดอุณหภูมิอย่างน้อย จำนวน ๒ แท่ง เสียงไว้ในผลส้มวางห่างประมาณ ๑.๕

เมตร จากท้ายสุดของกล่องบรรจุสินค้าในตู้ขนส่งสินค้าขนาด ๑๒ เมตร และห่างประมาณ ๑

เมตร จากท้ายสุดของกล่องบรรจุสินค้าในตู้ขนส่งสินค้าขนาด ๖ เมตร

๑๒.๔.๔

ต้องมีแท่งวัดอุณหภูมิผลไม้อย่างน้อย ๑ แท่ง

เสียบไว้ในผลส้มในกล่องที่วางอยู่ตำแหน่งกึ่งกลาง และอีก ๑ แท่ง

ที่บริเวณด้านข้างของผนัง โดยแท่งวัดอุณหภูมิทั้ง ๒

แท่งจะอยู่สูงประมาณครึ่งหนึ่งของกองสินค้า

๑๒.๔.๕

ตำแหน่งการวางแท่งวัดอุณหภูมิต้องอยู่ภายใต้การชี้แนะและกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

๑๒.๔.๖

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการกำจัดแมลงวันผลไม้แล้ว

รายงานผลการบันทึกข้อมูลของแท่งวัดอุณหภูมิทั้งหมดต้องส่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร

ณ ด่านตรวจพืชที่นำเข้าสินค้า

เพื่อการตรวจปล่อยสินค้าในขั้นตอนสุดท้ายโดยหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรที่กรุงเทพฯ

๑๒.๕

การปิดผนึกตู้ขนส่งสินค้า

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากกรมเกษตร

ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียจะเป็นผู้ปิดผนึกบนประตูของตู้ขนส่งสินค้า และเขียนหมายเลขผนึกในใบรับรองปลอดศัตรูพืช

๑๒.๖

การบันทึกอุณหภูมิ

๑๒.๖.๑

การจัดการเกี่ยวกับการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นในระหว่างการขนส่งนั้น

เป็นการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงการเดินทางระหว่างประเทศออสเตรเลียและด่านตรวจพืชด่านแรกที่สินค้าถึงประเทศไทย

บริษัทขนส่งสินค้าต้องนำบันทึกข้อมูลการกำจัดแมลงวันผลไม้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่งให้หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรที่กรุงเทพฯ

๑๒.๖.๒

หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรที่กรุงเทพฯ จะพิสูจน์ความถูกต้องว่า

ผลการบันทึกอุณหภูมิในการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มเป็นไปตามข้อกำหนด

และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรซึ่งประจำที่ด่านตรวจพืชทำการตรวจสอบความถูกต้องของการปรับค่าการวัดอุณหภูมิของแท่งวัดอุณหภูมิผลไม้แล้ว

จึงจะถือว่าการกำจัดแมลงวันผลไม้ในผลส้มเสร็จสิ้นสมบูรณ์

๑๓. การสุ่มตรวจสินค้าก่อนการส่งออก

๑๓.๑

ต้องทำการสุ่มตรวจผลส้มจำนวน ๖๐๐ ผล ก่อนส่งออกตามกระบวนการของกรมเกษตร ประมง

และป่าไม้ ออสเตรเลีย

๑๓.๒

ในกรณีตรวจพบศัตรูพืชกักกันจะต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

๑๓.๒.๑

ถ้าพบแมลงวันผลไม้ที่มีชีวิต สินค้าทั้งหมดจะถูกปฏิเสธการส่งออกมายังประเทศไทย

๑๓.๒.๒

ถ้าพบศัตรูพืชกักกันชนิดอื่นที่มิใช่แมลงวันผลไม้

สินค้าจะส่งออกมายังประเทศไทยได้ต่อเมื่อได้ทำการกำจัดศัตรูพืชเหล่านั้นหรือขจัดศัตรูพืชเหล่านั้นให้หมดสิ้นจากสินค้า

๑๔. ใบรับรองปลอดศัตรูพืช

๑๔.๑

กรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลียจะออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary

Certificate)

ให้กับสินค้า เมื่อเจ้าหน้าที่ของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้ ออสเตรเลีย

ได้เห็นหนังสืออนุญาตนำเข้าแล้วเท่านั้น

๑๔.๒

ใบรับรองปลอดศัตรูพืชซึ่งออกให้โดยเจ้าหน้าที่ของกรมเกษตร ประมง และป่าไม้

ออสเตรเลียต้องแนบมาพร้อมกับผลส้มที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลียทุกครั้ง

และต้องระบุข้อความเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

“The

citrus

fruit

of

this

consignment

was

produced

in

(name

of

production

area)

and

inspected

in

accordance

with

appropriate

official

procedures

are

found

to

be

free

from

quarantine

pests

specified

by

the

DOA”

๑๔.๓

ถ้าสินค้าที่นำเข้าได้รับการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นก่อนการส่งออก

ในกรณีนี้ต้องระบุรายละเอียดของโรงงานกำจัดแมลงด้วยความเย็น อุณหภูมิ

และระยะเวลาที่ใช้ (จำนวนวันที่ต่อเนื่องกัน)

ลงบนใบรับรองปลอดศัตรูพืชในส่วนที่เหมาะสมด้วย

๑๔.๔

ถ้าสินค้าที่นำเข้าได้รับการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยความเย็นในระหว่างการขนส่ง

ใบรับรองปลอดศัตรูพืชต้องระบุข้อความเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

“DAFF

have

supervised

the

calibration

and

the

placement

of

fruit

sensors

into

the

fruit

within

the

container/s

in

accordance

with

the

agreement

between

DAFF

and

DOA

and

cold

disinfestations

treatment

has

been

initiated”

๑๔.๕

ต้องระบุหมายเลขผนึกปิดตู้ขนส่งสินค้าและหมายเลขตู้ขนส่งสินค้าในใบรับรองปลอดศัตรูพืช

๑๕. การสุ่มตรวจสินค้าเมื่อมีการนำเข้า

๑๕.๑

เมื่อสินค้าขนส่งมาถึงยังจุดที่นำเข้า

การสุ่มตรวจสินค้าจะดำเนินการหลังจากได้มีการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดซึ่งแนบมาพร้อมกับสินค้าแล้ว

๑๕.๒

สุ่มตรวจผลส้มจำนวน ๖๐๐ ผล

๑๕.๓

ในกรณีตรวจพบศัตรูพืชกักกัน ต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

๑๕.๓.๑

ถ้าพบแมลงวันผลไม้ที่มีชีวิต

สินค้าจะต้องถูกส่งกลับหรือทำลายโดยเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

กรมวิชาการเกษตรจะสั่งระงับการนำเข้าผลส้มจากประเทศออสเตรเลียจนกว่าจะมีคำอธิบายถึงสาเหตุที่มีการทำลายของศัตรูพืชปะปนมากับสินค้า

๑๕.๓.๒

ถ้าพบศัตรูพืชกักกันชนิดอื่นที่มิใช่แมลงวันผลไม้ สินค้าดังกล่าวอาจถูกทำลาย

หรือส่งกลับ หรือกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีการที่เหมาะสม

โดยเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

๑๖. การตรวจสอบระบบ

ในกรณีที่มีการระงับการนำเข้าผลส้มจากประเทศออสเตรเลียตามข้อ

๑๕ หรือในกรณีอื่น ๆ กรมวิชาการเกษตรอาจจะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบระบบการส่งออกผลส้มที่ประเทศออสเตรเลียก่อนที่จะมีการตัดสินใจอนุญาตให้นำเข้าผลส้มจากประเทศออสเตรเลียได้อีกต่อไป

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปตรวจสอบระบบดังกล่าวข้างต้น

ผู้ส่งออกผลส้มของประเทศออสเตรเลียจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ทั้งนี้

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗

ฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

พิมลกร/ผู้จัดทำ

๒ ตุลาคาม ๒๕๕๖

พลัฐวัษ/ตรวจ

๒ ตุลาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๗๑ ง/หน้า ๑๙/๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๗

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำผลส้มจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาในราชอาณาจักร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ef0023f73238b563

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com