คำสั่งนายกรัฐมนตรี
คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ ๐๒๐๑/๙
เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]
โดยที่ภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีอยู่ และกลุ่มประเทศผู้ส่งปิโตรเลียมออกได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ รวม ๔ ครั้ง และในปีต่อ ๆ ไปอาจมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบในทำนองนี้อีก ในการนี้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันดิบรวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปที่นำเข้า มิฉะนั้น จะไม่มีผู้ค้าน้ำมันรายใดยอมขาดทุนนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร อย่างไรก็ดี การปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงหลายครั้งในปีเดียวกันย่อมจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เพราะเมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งปิโตรเลียมออกประกาศขึ้นราคา ก็จะมีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้จนกว่ารัฐบาลจะประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นที่เดือดร้อนกันทั่วไป ดังนั้น จึงสมควรกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งหนึ่งให้มีกำหนดเวลานานพอสมควร คือจะต้องกำหนดราคาให้ใกล้เคียงกับราคาที่จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยตลอดปี เมื่อกระทำดังนี้แล้ว ในระยะแรกราคาเฉลี่ยที่กำหนดนี้จะสูงกว่าราคาที่เป็นจริงบ้าง แต่รัฐบาลจะกำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี ส่งเงินส่วนเกินนี้เข้าเป็นกองทุน และต่อมาในระยะหลังเมื่อราคาที่เป็นจริงขึ้นสูงกว่าราคาที่กำหนดไว้ รัฐบาลจะเอาเงินจากกองทุนดังกล่าวชดเชยให้โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรหรือผู้นำน้ำมันเข้าเพื่อมิให้ต้องขึ้นราคาขายปลีก การกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในลักษณะเช่นนี้จะช่วยรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงให้คงที่นานกว่าที่จะปรับปรุงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกครั้งที่มีการขึ้นราคาน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความสับสนและความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนภายหลังการปรับปรุงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกครั้ง
และโดยที่สมควรชดเชยราคาน้ำมันเตาให้แก่องค์การเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันเตาที่จำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อมิให้องค์การเชื้อเพลิงต้องขึ้นราคาน้ำมันเตาซึ่งจะทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องขึ้นราคากระแสไฟฟ้า อันจะเป็นผลเพิ่มความเดือดร้อนแก่โรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนอีก
นอกจากนี้ สมควรรวมกองทุนต่าง ๆ ที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้วเข้าเป็นกองทุนเดียวกันเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นใหม่ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ดังต่อไปนี้