法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 0201/9 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๐๒๐๑/๙

เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

โดยที่ภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีอยู่ และกลุ่มประเทศผู้ส่งปิโตรเลียมออกได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ รวม ๔ ครั้ง และในปีต่อ ๆ ไปอาจมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบในทำนองนี้อีก ในการนี้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันดิบรวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปที่นำเข้า มิฉะนั้น จะไม่มีผู้ค้าน้ำมันรายใดยอมขาดทุนนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร อย่างไรก็ดี การปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงหลายครั้งในปีเดียวกันย่อมจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เพราะเมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งปิโตรเลียมออกประกาศขึ้นราคา ก็จะมีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้จนกว่ารัฐบาลจะประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นที่เดือดร้อนกันทั่วไป ดังนั้น จึงสมควรกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งหนึ่งให้มีกำหนดเวลานานพอสมควร คือจะต้องกำหนดราคาให้ใกล้เคียงกับราคาที่จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยตลอดปี เมื่อกระทำดังนี้แล้ว ในระยะแรกราคาเฉลี่ยที่กำหนดนี้จะสูงกว่าราคาที่เป็นจริงบ้าง แต่รัฐบาลจะกำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี ส่งเงินส่วนเกินนี้เข้าเป็นกองทุน และต่อมาในระยะหลังเมื่อราคาที่เป็นจริงขึ้นสูงกว่าราคาที่กำหนดไว้ รัฐบาลจะเอาเงินจากกองทุนดังกล่าวชดเชยให้โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรหรือผู้นำน้ำมันเข้าเพื่อมิให้ต้องขึ้นราคาขายปลีก การกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในลักษณะเช่นนี้จะช่วยรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงให้คงที่นานกว่าที่จะปรับปรุงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกครั้งที่มีการขึ้นราคาน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความสับสนและความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนภายหลังการปรับปรุงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกครั้ง

และโดยที่สมควรชดเชยราคาน้ำมันเตาให้แก่องค์การเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันเตาที่จำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อมิให้องค์การเชื้อเพลิงต้องขึ้นราคาน้ำมันเตาซึ่งจะทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องขึ้นราคากระแสไฟฟ้า อันจะเป็นผลเพิ่มความเดือดร้อนแก่โรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนอีก

นอกจากนี้ สมควรรวมกองทุนต่าง ๆ ที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้วเข้าเป็นกองทุนเดียวกันเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นใหม่ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนี้

“น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และน้ำมันที่คล้ายกัน หรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกัน และหมายความรวมถึงก๊าซหุงต้มและยางมะตอยด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้จัดตั้งกองทุน เรียกว่า “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ประกอบด้วยเงินดังต่อไปนี้

(๑) เงินที่ผู้มีหน้าที่ส่งเข้ากองทุนส่งตามคำสั่งนี้

(๒) เงินที่โอนมาตามข้อ ๓ และข้อ ๔

(๓) เงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นคราว ๆ (ถ้ามี)

(๔) เงินที่โอนมาจากกองทุนอื่น (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๗๘/๒๕๒๐ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๐ และโอนเงินที่เหลือจากการจ่ายชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับตามคำสั่งดังกล่าวเข้ากองทุน

ในกรณีที่กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินไม่พอจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับตามคำสั่งดังกล่าว ให้ปลัดกระทรวงการคลังหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมาย โอนเงินจากกองทุนนี้ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธินั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) ที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐๖/๒๕๒๑ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๒๑ และโอนเงินที่เหลือจากการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับตามคำสั่งดังกล่าวเข้ากองทุน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้องค์การเชื้อเพลิงส่งเงินกำไรที่ได้จากการขายน้ำมันดิบเชงลีที่ซื้อจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เฉพาะที่นำเข้าในปี ๒๕๒๒ ซึ่งหักภาษีเงินได้แล้วเข้ากองทุน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้กระทรวงการคลังกำหนดราคาน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันดังกล่าว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีกำหนดราคาขายปลีกยางมะตอยให้กระทรวงการคลังกำหนดราคายางมะตอย ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรโดยยังไม่รวมภาษีอากรที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายปลีกยางมะตอยนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดิบที่นำเข้า อันเป็นผลทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมต้องกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรแล้วให้กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่กำหนดขึ้นใหม่ให้กระทรวงการคลังทราบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงการคลังกำหนดตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี สูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบตามข้อ ๘ ให้ถือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงการคลังกำหนดตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ เป็นราคาขายส่ง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรโดยยังไม่รวมภาษีอากร และให้

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันที่คล้ายกันจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒ ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี

เงินที่ส่งเข้าตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการส่งเงินเข้ากองทุนตามข้อ ๙ ให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันที่คล้ายกันที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ต้องส่งให้แก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พร้อมกับการชำระภาษีนั้น

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ต้องส่งให้แก่ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระอากรนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงการคลังกำหนดตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี ต่ำกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบตามข้อ ๘ ให้ถือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบตามข้อ ๘ ให้ถือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบตามข้อ ๘ ให้ถือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบตามข้อ ๘ หักด้วยเงินชดเชยตามข้อนี้เป็นราคาขายส่ง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรโดยยังไม่รวมภาษีอากร และให้ปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันที่คล้ายกันจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) ผู้นำน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี

เงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่น้ำมันเตาที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้ามีลักษณะแตกต่างไปจากน้ำมันเตาที่ประกาศตามข้อ ๖ ให้กระทรวงการคลังคำนวณปรับอัตราเงินที่ต้องส่งหรือชดเชยให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันเตาที่กำหนดตามข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ปลัดกระทรวงการคลังหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสั่งจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนให้แก่

(๑) องค์การเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันเตาที่ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเตาที่ขายตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยขึ้นราคาจำหน่ายกระแสไฟฟ้าหรือสั่งเป็นอย่างอื่น

(๒) โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร สำหรับก๊าซหุงต้มที่ขายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราต่อหน่วยของก๊าซหุงต้มที่ขายตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรต้องขายก๊าซหุงต้มดังกล่าวเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในราคาโดยยังไม่รวมภาษีอากรไม่เกินกิโลกรัมละ ๓.๓๓๖๙ บาท

(๓) ผู้นำเข้า สำหรับก๊าซหุงต้มที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราต่อหน่วยของก๊าซหุงต้มที่ขายตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ราคาโดยไม่รวมภาษีอากรสำหรับก๊าซหุงต้มที่นำเข้าต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๓.๓๓๖๙ บาท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการขอรับเงินชดเชยจากกองทุน ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชย ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันที่คล้ายกันที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พร้อมกับการชำระภาษีนั้น

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา หรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

(๓) ถ้าเป็นน้ำมันเตาที่ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตามข้อ ๑๓ (๑) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันต่อสำนักปลัดกระทรวงการคลัง

(๔) ถ้าเป็นก๊าซหุงต้มตามข้อ ๑๓ (๒) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของก๊าซหุงต้มดังกล่าวแก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พร้อมกับการชำระภาษีนั้น

(๕) ถ้าเป็นก๊าซหุงต้มตามข้อ ๑๓ (๓) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของก๊าซหุงต้มดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการส่งเงินตามข้อ ๙ หรือการสั่งจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๑๑ ให้ถือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีหรืออากรต้องชำระภาษีอากรเป็นหลักฐานในการคำนวณ ส่วนการสั่งจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๑๓ ให้ถือปริมาณน้ำมันเตาที่องค์การเชื้อเพลิงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยร่วมกันรับรองเป็นหลักฐานในการคำนวณ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมหรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี นำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการปฏิบัติการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัย และให้คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๒ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒

พลเอก บุญชัย บำรุงพงศ์

รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน

นายกรัฐมนตรี

อภิญญา/ปรับปรุง

๑๖ กันยายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอน ๔๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๑ เมษายน ๒๕๒๒

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 0201/9 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ef92d0b41220e5a5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com