法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
108
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๓๘

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ว่าด้วยการพัสดุ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๔)

แห่งพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒

คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๓๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐

วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๑)

ว่าด้วยการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในข้อบังคับนี้

“การพัสดุ” หมายความว่า การจัดทำเอง การซื้อ การจ้าง

การจ้างที่ปรึกษา การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่ายและการดำเนินการอื่น ๆ

ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณหรือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามสัญญาเงินกู้จากต่างประเทศ

“การซื้อ” หมายความว่า

การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้งทดลอง และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ

แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” ให้หมายความรวมถึงการจ้างทำของและการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการจ้างเหมาบริการ

แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของ ททท. ตามข้อบังคับว่าด้วยลูกจ้าง

การรับขนในการเดินทางไปปฏิบัติงาน การจ้างที่ปรึกษา และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“การจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า การจ้างบริการจากที่ปรึกษาซึ่งจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

“ที่ปรึกษา” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม

สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านศึกษา สำรวจ

ออกแบบและควบคุมงานและการวิจัย

“ททท.” หมายความว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ ททท.” หมายความว่า คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ประธานกรรมการ ททท.” หมายความว่า ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า

พนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ

หรือผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากผู้ว่าการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามข้อบังคับนี้

“ผู้สั่งซื้อ” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ซื้อ

“ผู้สั่งจ้าง” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้จ้าง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ข้อบังคับนี้ใช้บังคับสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุซึ่งใช้เงินงบประมาณเงินรายได้ตามกฎหมายว่าด้วย

ททท. และเงินกู้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ว่าการจะมอบอำนาจตามข้อบังคับนี้โดยทำเป็นหนังสือให้แก่พนักงานผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้

แต่ให้คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจนั้นเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ภายในวงเงินที่ผู้ว่าการมีอำนาจ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามข้อบังคับนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา

ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริตหรือเป็นเหตุให้ ททท.

เสียหายอย่างร้ายแรงให้ดำเนินการ ลงโทษอย่างต่ำให้ออก

(๒) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ ททท. เสียหายแต่ไม่ร้ายแรง

ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน

(๓) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ ททท. เสียหาย

ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

การลงโทษตาม (๑) หรือ (๒) ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดในทางแพ่งหรือความรับผิดทางอาญา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การใดที่ไม่ได้กำหนดไว้หรือไม่อาจปฏิบัติได้ตามข้อบังคับนี้ ให้เสนอคณะกรรมการ

ททท. พิจารณากำหนดวิธีการซื้อหรือจ้าง หรือยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

เป็นกรณี ๆ ไป

การจัดหาพัสดุ

การซื้อและการจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การซื้อและการจ้าง ให้ ททท. ส่งเสริมพัสดุที่ผลิตในประเทศไทยหรือส่งเสริมกิจการของคนไทย

แล้วแต่กรณี

วิธีซื้อและวิธีจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การซื้อและการจ้างกระทำได้ ๕ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา

(๒) วิธีสอบราคา

(๓) วิธีประกวดราคา

(๔) วิธีพิเศษ

(๕) วิธีกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาไม่เกิน

๕๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน

๕๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน

๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การซื้อหรือการจ้างตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใดหรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้

การซื้อหรือการจ้างซึ่งดำเนินการด้วยเงินกู้

ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างจะสั่งให้กระทำตามวงเงินที่สัญญาเงินกู้กำหนดก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่การซื้อครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ

หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๒) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๓)

เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ

และหมายความรวมถึงอะไหล่ รถประจำตำแหน่งหรือยารักษาโรค

(๔) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ

หรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๕)

เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง

(๖) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(๗) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่การจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑) เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือจริง ๆ

หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

(๒) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้

(๓) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๔) เป็นงานจ้างเหมาเกี่ยวกับการให้บริการนำเที่ยว

(๕) เป็นงานจ้างโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์

(๖) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

สำหรับสำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติ

จะซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่การซื้อหรือการจ้างในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง

(๒) การซื้อหรือการจ้างจากบริษัทที่ ททท.

ลงทุนหรือร่วมทุนด้วย

(๓)

การซื้อหรือการจ้างที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

และกรณีนี้ให้รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย

รายงานขอซื้อและขอจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี นอกจากการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามข้อ

๒๑ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(๓) ราคามาตรฐานหรือราคากลางของทางราชการหรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา

๑ ปีงบประมาณ

(๔) วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ

วงเงินตามโครงการเงินกู้ที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทั้งหมด

ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น

(๕)

กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๖)

วิธีที่จะซื้อหรือจ้างและเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง

ๆ ที่จำเป็นในการซื้อหรือจ้าง การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา

ในกรณีเร่งด่วนที่จะต้องการดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ

๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓) ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้ เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นจะทำรายางานตามวรรคหนึ่งเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ

(๒) รายละเอียดของที่ดินหรือส่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อ

รวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ที่ต้องการ

(๓) ราคาประเมินของทางราชการในท้องที่นั้น

(๔)

ราคาซื้อขายของที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณที่จะซื้อครั้งหลังสุดประมาณ

๓ ราย

(๕) วงเงินที่จะซื้อ โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ วงเงินตามโครงการเงินกู้ที่จะซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด

ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อในครั้งนั้น

(๖) วิธีที่จะซื้อและเหตุผลที่ต้องการซื้อโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง

ๆ ที่จำเป็นในการซื้อ การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา

การซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง

เว้นแต่การซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศที่จำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตามข้อ ๒๐ หรือข้อ ๒๑ แล้ว

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตามวิธีการซื้อหรือการจ้างนั้น ๆ ต่อไปได้

กรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในการดำเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้ง ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

แล้วแต่กรณี คือ

(๑) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

(๒) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

(๓) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

(๔) คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

(๕) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(๖) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขาจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม

(๔) ก็ได้ และการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) และข้อ ๑๗ (๓) สำหรับส่วนกลางจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม

(๔) ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

คณะกรรมการตามข้อ ๒๓ แต่ละคณะ ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน

และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากพนักงานตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท. จะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการแทน

ในกรณีเมื่อถึงกำหนดเวลาการเปิดซองสอบราคาหรือรับซองประกวดราคาแล้วประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการในเวลานั้น

โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๓๑ (๑) หรือข้อ ๓๘ แล้วแต่กรณี

แล้วรายงานประธานกรรมการซึ่งผู้ว่าการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป

ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาเป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

หรือแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

คณะกรรมการทุกคณะ

เว้นแต่คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

สำหรับการซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓)

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขา

จะแต่งตั้งพนักงานเพียงคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้

ส่วนการซื้อหรือการจ้างสำหรับกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติ

ให้ผู้จ่ายเงินค่าพัสดุหรืองานจ้าง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

ๆ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับ

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่า

กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ถือมติเอกฉันท์

ในกรณีกรรมการบางคนไม่ยอมรับพัสดุหรืองานจ้างนั้นโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้นำข้อ

๔๖ (๗) หรือข้อ ๔๗ (๕) แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับ สำหรับคณะกรรมการคณะอื่นถ้าผู้ใดไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ ๒๓ สำหรับสำนักงานสาขาถ้ามีพนักงานในสำนักงานนั้นไม่พอที่จะปฏิบัติตามข้อ

๒๔ หรือข้อ ๒๕ ได้ จะแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่ง และลูกจ้างของสำนักงานนั้นหรือบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการคณะหนึ่งคณะใดหรือทุกคณะก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุที่มีเทคนิคพิเศษและจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาเป็นการเฉพาะ

ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการที่จะพิจารณาว่าจ้างที่ปรึกษาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาในการซื้อหรือจ้างในขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใดได้ตามความจำเป็น

วิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง

แล้วจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๒๒

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทันให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้ว่าการ

และเมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม

วิธีสอบราคา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ก่อนวันเปิดซองสอบราคาไม่น้อยกว่า ๗ วัน

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคาและเอกสารสอบราคาไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้กับให้ปิดประกาศเผยแพร่การสอบราคาไว้โดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการของ ททท.

(๒) ในการยื่นซองสอบราคา ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานกรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้น

และส่งถึง ททท. ก่อนวันเปิดซองสอบราคาโดยยื่นตรงต่อ ททท.

หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนกรณีที่ ททท. กำหนดให้ทำได้

(๓)

ให้เจ้าหน้าที่ลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง ในกรณีที่ผู้เสนอราคามายื่นซองโดยตรงให้ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซอง

สำหรับกรณีที่เป็นการยื่นซองทางไปรษณีย์ ให้ถือวันและเวลาที่ ททท.

ลงรับจากไปรษณีย์เป็นเวลารับซอง และให้ส่งมอบซองให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุทันที

(๔) ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซองและเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองสอบราคาให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

เอกสารสอบราคา ให้มีรายการทำนองเดียวกับเอกสารประกวดราคาตามข้อ ๓๕

เว้นแต่ไม่ต้องวางหลักประกันซอง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ คณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีหน้าที่ดังนี้

(๑)

เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของ

ผู้เสนอราคาทุกรายโดยเปิดเผยตาม วัน เวลาและสถานที่ที่กำหนด และตรวจสอบรายการเอกสารตามบัญชีของผู้เสนอราคาทุกรายแล้วให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา แคตตาล็อคหรือแบบรูปและรายการละเอียด

แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

(๓)

พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม (๒) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ

ททท. และเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

ททท. ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารสอบราคา

ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ

ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการตามข้อ ๓๒

(๔)

ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาถูกต้องตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว

ให้คณะกรรมการดำเนินการตาม (๓) โดยอนุโลม

(๕) ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

(๑)

เรียกผู้เสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาแล้วราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

หรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีก

แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างนั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม

ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

(๒) ถ้าดำเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล

ให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร

หากรายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม

หากผู้เสนอราคาต่ำสุดในการต่อรองราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว

ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

(๓) ถ้าดำเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล

ให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าการเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะสมควรลดรายการ ลดจำนวน

หรือลดเนื้องาน หรือขอเงินเพิ่มเติมหรือยกเลิกการสอบราคาเพื่อดำเนินการสอบราคาใหม่

วิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปิดประกาศประกวดราคาโดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการของ ททท. และส่งไปประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและศูนย์รวมข่าวประกวดราคา

โดยจะส่งประกาศไปลงในหนังสือพิมพ์ด้วยก็ได้ หากเห็นสมควรจะส่งประกาศดังกล่าวไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานโดยตรงหรือจะโฆษณาด้วยวิธีอื่นอีกก็ได้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

จะต้องกระทำก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การให้หรือขายเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาทั้งคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียด

ให้กระทำ ณ สถานที่ที่ผู้ต้องการสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามกับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อที่มีอาชีพขายหรือทำงานจ้างนั้นอย่างน้อยรายละ

๑ ชุด

ในกรณีที่มีการขาย ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่

ททท. ต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารประกวดราคานั้น

ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้นและมีการประกวดราคาใหม่

ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาครั้งก่อนมีสิทธิใช้เอกสารประกวดราคานั้นหรือได้รับเอกสารประกวดราคาใหม่

โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เอกสารประกวดราคาให้เป็นไปตามแบบที่ผู้ว่าการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ก่อนวันเปิดซองประกวดราคา หากมีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แก่

ททท. หรือมีความจำเป็นต้องแก้ไขคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมิได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น

ให้จัดทำเป็นเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติม และดำเนินการตามข้อ ๓๓ โดยอนุโลม

กับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือขอซื้อเอกสารประกวดราคาไปแล้วทุกรายด้วย

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซองประกวดราคาได้ทันตามกำหนดเดิม

ให้เลื่อนวันและเวลาการรับซอง การปิดการรับซอง

และการเปิดซองประกวดราคาตามความจำเป็นด้วย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

นอกจากกรณีที่กำหนดไว้ตามข้อ ๓๖ เมื่อถึงกำหนดวันรับซองประกวดราคาห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน

หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลารับซองและเปิดซองประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

มีหน้าที่ดังนี้

(๑) รับซองประกวดราคา ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อกำกับซอง

และบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด

(๒) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงิน

และให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน หากไม่ถูกต้อง

ให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วย กรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกัน

ให้ส่งสำเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด้วย

(๓) รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคา

พร้อมทั้งพัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค หรือแบบรูปและรายการละเอียด หากไม่ถูกต้องให้บันทึกในรายงานไว้ด้วย

(๔) เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองประกวดราคาแล้ว

ห้ามรับซองประกวดราคา หรือเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

ตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอีก

(๕) เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง

ของผู้เสนอราคาทุกรายโดยเปิดเผยตามเวลาและสถานที่ที่กำหนดและให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

(๖) ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมดและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมด้วยบันทึกรายงานการดำเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาทันทีในวันเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานต่าง

ๆ พัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค หรือแบบรูปและรายการละเอียด แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา

ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใดเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ

และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น

หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย ให้พิจารณาผ่อนปรนให้ผู้เข้าประกวดราคา

โดยไม่ตัดผู้เข้าประกวดราคารายนั้นออก

ในการพิจารณา

คณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสนอราคารายใดก็ได้

แต่จะให้ผู้เสนอราคารายใดเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้

(๒) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ตรวจสอบแล้วตาม

(๑) ซึ่งมีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท. แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

ททท. ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคา ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ

ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาดำเนินการตามข้อ ๓๒ โดยอนุโลม

(๓) ให้คณะกรรมการรายงานผลพิจารณาและความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาได้ดำเนินการตามข้อ ๓๙ (๑) แล้วปรากฏว่ามีผู้เสนอราคารายเดียว

หรือมีผู้เสนอราคาหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาเพียงรายเดียว

โดยปกติให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคา

ก็ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๙ (๒) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ในกรณีที่ไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนด

ให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น เพื่อดำเนินการประกวดราคาใหม่

หากผู้ว่าการเห็นว่าการประกวดราคาใหม่จะไม่ได้ผลดีจะสั่งให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ

๑๖ (๖) หรือข้อ ๑๗ (๖) แล้วแต่กรณี ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

หลังจากการประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือตกลงซื้อหรือจ้างกับผู้เสนอราคา

รายใด ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท. อันเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา

ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าประกวดราคาด้วยกันให้ผู้ว่าการพิจารณายกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

วิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

การซื้อโดยวิธีพิเศษ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขึ้น

เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีเป็นพัสดุจะขายทอดตลาด

ให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีเจรจาตกลงราคา

(๒) ในกรณีเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจเสียหายแก่การปฏิบัติงานให้เชิญผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๓)

ในกรณีเป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๒)

(๔) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ

ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อติดต่อสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ

หรือสืบราคาจากต่างประเทศแล้วเปรียบเทียบราคาในประเทศ

ส่วนการซื้อโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ ให้ติดต่อกับสำนักงานขององค์การระหว่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศโดยตรง

เว้นแต่กรณีที่ไม่มีสำนักงานในประเทศ ให้ติดต่อกับสำนักงานในต่างประเทศได้

(๕)

ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๒)

(๖)

ในกรณีเป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรง

เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป

หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรซื้อเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๗) ในกรณีพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่งให้เชิญเจ้าของที่ดินโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ สำหรับการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ

ในกรณีจำเป็นจะติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ได้

ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

การจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕)

ให้เชิญผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้าง

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๒) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๖)

ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคาหรือประกวดราคา ซึ่งถูกยกเลิกไป

หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรจ้างเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้าง

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

วิธีกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

การดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้ผู้ว่าการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างจากผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อ

๑๙ ได้โดยตรง เว้นแต่การซื้อหรือการจ้างที่มีราคาไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าการตามข้อ

๒๒

การตรวจรับพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของ ททท. หรือที่ใช้พัสดุนั้น

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น

ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการก่อน

(๒) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์

จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา

หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น

ๆ ก็ได้

ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ

(๓)

โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง

แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒

ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ

เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินและรายงานให้ผู้ว่าการทราบ

ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบมีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา

หรือข้อตกลง ให้รายงานผู้ว่าการเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

(๕)

ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวนหรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องโดยถือปฏิบัติตาม

(๔) และโดยปกติให้รีบรายงานผู้ว่าการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓

วันทำการนับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ ททท.

ที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือเป็นหน่วย

ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์

ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น

และโดยปกติให้รีบรายงานผู้ว่าการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓

วันทำการนับแต่วันที่ตรวจพบ

(๗)

ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ถ้าผู้ว่าการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี

การตรวจการจ้างและการควบคุมงานก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงาน

โดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาทุกสัปดาห์รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงานหรือพักงานของผู้ควบคุมงาน

แล้วรายงานผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

(๒) การดำเนินการตาม (๑)

ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการช่างไม่น่าจะเป็นไปได้

ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ

โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาการช่าง

เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

(๓) โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน ๓

วันทำการนับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงาน

และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(๔) เมื่อตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้ว

ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น

และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวด แล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย

๒ ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงิน

และรายงานให้ผู้ว่าการทราบ

ในกรณีที่เห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตาม

ไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

ให้รายงานผู้ว่าการเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

(๕) ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้

ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อสั่งการ ถ้าผู้ว่าการสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้

จึงจะดำเนินการตาม (๔)

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น

ๆ ทุกวัน ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดไว้ในสัญญาทุกประการ

โดยสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด

แล้วแต่กรณี ไว้ก่อนจนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่ง

และให้รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทันที

(๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกันหรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรงหรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี

หรือไม่ปลอดภัย ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยเร็ว

(๓) จดบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวันพร้อมทั้งผลการปฏิบัติงานอย่างน้อย

๒ ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกสัปดาห์

และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อเสร็จงานแต่ละงวด เพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่

การบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้ด้วย

(๔) ในวันกำหนดลงมือทำการของผู้รับจ้างตามสัญญาและในวันถึงกำหนดส่งมอบงานแต่ละงวด

ให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่

ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันถึงกำหนดนั้น ๆ

อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างครั้งหนึ่งนอกจากวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ประธานกรรมการ ททท. เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐

บาท แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) คณะกรรมการ ททท. เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

108 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f0999f17184679b5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com