ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
ครั้งที่ ๑[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๑ โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญดังนี้
๑. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๑
ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๙ - ๒๑ เมษายน ๒๕๖๐ โดยจำหน่ายให้แก่
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา มูลนิธิ
สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร
ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง สหกรณ์ และวัด รวมทั้งสิ้น ๑๑,๓๐๒ รายการ โดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา
เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (เครื่อง ATM) และผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรและจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒.
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๑ วงเงินรวม ๑๔,๕๗๐,๓๕๑,๐๐๐ บาท แบ่งเป็น ๒ รุ่นอายุ ดังนี้
๒.๑
พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๓ ปี จำนวน ๗,๔๙๒,๗๑๑,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๒.๐๐ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒
๒.๒
พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๗ ปี จำนวน ๗,๐๗๗,๖๔๐,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๒.๕๖ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖
๓.
พันธบัตรออมทรัพย์ข้างต้นมีการชำระดอกเบี้ยปีละ
๒ งวด คือ ในวันที่ ๑๓ มิถุนายน และ ๑๓ ธันวาคม ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร
โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง
เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
(งวดไถ่ถอน) จะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายดอกเบี้ยโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์
ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน
(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนถึงช่วงระยะเวลา
๓๐ วัน ก่อนวันกำหนดจ่ายดอกเบี้ย
๔.
การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร
(Scrip) การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตร
จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕.
การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑
ธนาคารตัวแทนจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตรา ๒๕๐ บาท ต่อรายการ
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว) ซึ่งมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา
เครื่อง ATM และผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคาร ตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๑๑,๓๐๒ รายการ ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตรรวมทั้งสิ้น ๒,๘๒๕,๕๐๐ บาท ทั้งนี้
ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะจ่ายค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๑.๐๐
บาทต่อเดือน ยกเว้นเฉพาะพันธบัตรรุ่นอายุ ๗ ปี
เมื่อมีวงเงินจำหน่ายรวมของธนาคารตัวแทน จำหน่าย ๔ แห่ง ได้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไป บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือของรุ่นอายุ ๗ ปี
ล้านละ ๐.๖๐ บาทต่อเดือน
โดยราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒
ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
ครั้งที่ ๑ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังนี้
(๑)
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๐๕ ของดอกเบี้ยที่จ่ายและเงินต้นพันธบัตรที่จ่ายคืน
(๒)
ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ ณ วันที่ ๒
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
พชร อนันตศิลป์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
อัญชลี/จัดทำ
๑๔ มิถุนายน
๒๕๖๐
พิมพ์มาดา/ตรวจ
๑๔ กรกฎาคม
๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๕๘ ง/หน้า ๘/๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐