法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลตำบลวิชิต ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลตำบลวิชิต

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนย่อยในเขตเทศบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ประสงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเองและมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาต่าง

ๆ ของชุมชนของตน ตลอดจนเพื่อเป็นการประสานส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๘ เตรส (๔) และมาตรา ๕๐ (๙) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.

๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับมาตรา ๑๖ (๑๖) แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พ.ศ. ๒๕๔๒ และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่

มท ๐๔๑๓/ว ๑๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๐ และหนังสือกระทรวงมหาดไทย

ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๓๙๘ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๑ เทศบาลตำบลวิชิต จึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลตำบลวิชิต

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้ประกาศเป็นต้นไป

บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งอื่นใดในส่วนที่ตราไว้แล้วซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นายกเทศมนตรีตำบลวิชิตรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจออกประกาศ

คำสั่ง ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนที่เทศบาลเห็นสมควรจัดตั้งขึ้น หรือที่ประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้นโดยเทศบาลตำบลวิชิตเป็นผู้ประกาศจัดตั้งชุมชน

“เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลตำบลวิชิต

“กรรมการชุมชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนนั้น ๆ

ให้รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ ของชุมชน

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนนั้น

ๆ ให้เป็นกรรมการชุมชนและได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีให้ทำหน้าที่บริหารงานด้านต่าง

ๆ ของชุมชน

“คณะกรรมการหมู่บ้าน” หมายความว่า คณะกรรมการหมู่บ้าน ตามมาตรา ๒๘ ตรี แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่

พ.ศ. ๒๔๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่

(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

“ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน” หมายความว่า องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรวมพลังระหว่างผู้นำ

กลุ่ม หรือองค์การที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ในการทำงานร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน

กำนัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งประสานการมีส่วนร่วมกับภาครัฐและภาคประชาชนในการบริหารจัดการสังคม

พัฒนาชุมชนและท้องถิ่นร่วมกันเรียกโดยย่อว่า “ศอช.” ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน

พ.ศ. ๒๕๕๑

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เทศบาลประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นในเขตเทศบาลตำบลวิชิตตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนตามระเบียบนี้

โดยให้ถือความสะดวกในการปกครองดูแลและพัฒนาชุมชนนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง ๆ ให้พิจารณาแบ่งเขตชุมชนตามสภาพพื้นที่หรือแนวถนน

ตรอก ซอย แม่น้ำ ลำคลอง หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็น Block หรือ Zone เดียวกัน อาทิ เช่น หมู่บ้าน คุ้มต่าง ๆ ชุมชนแออัดหรือหมู่บ้านจัดสรร

เป็นต้น

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในชุมชนหนึ่งให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่า

๕ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน โดยเลือกตั้งจากที่ประชุมประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนนั้น ๆ โดยความเห็นชอบและแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ในกรณีที่ชุมชนใด

หมู่บ้านใด ประสงค์จะให้คณะกรรมการหมู่บ้านได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการชุมชนด้วยก็ให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนนั้น

ๆ เป็นผู้เสนอมีจำนวนสัดส่วนโดยรวมไม่เกินจำนวนที่กำหนดโดยความเห็นชอบและแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ในกรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งกรรมการชุมชนผู้รับผิดชอบงานด้านต่าง

ๆ ได้ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชุมชนเพื่อทำหน้าที่ในการสรรหาบุคคลเป็นกรรมการชุมชนด้านต่าง

ๆ ต่อไป

กรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งบุคคลเพื่อเป็นคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง

หรือประธานชุมชนตามวรรคสองได้ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนหรือประธานชุมชนตามวิธีการที่เห็นสมควรโดยความเห็นชอบของนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการชุมชนแต่ละคณะประกอบด้วย

(๑) ประธานชุมชน

(๒) รองประธานชุมชน

(๓) กรรมการชุมชนที่รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ฝ่ายป้องกัน และรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายการคลัง

ฝ่ายสวัสดิการและสังคม ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายกิจการสตรีและเลขานุการ

เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนให้อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์

ดังต่อไปนี้

(๑) สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชนดำเนินการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับความเป็นอยู่

ด้านเศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

(๒) ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาให้มากที่สุด

(๓) ส่งเสริมให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนตามระบอบประชาธิปไตย

(๔) ส่งเสริมให้เข้าใจความจำเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและกิจกรรมต่าง

ที่ดำเนินการในชุมชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน

(๕) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

(๖) ดำเนินงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมชนต้องมีคุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคมของปีที่มีการเลือก

(๓) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำ และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านนั้นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า

๓ เดือน จนถึงวันเลือก

(๔) อ่านออกและเขียนหนังสือไทยได้

(๕) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๖) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๗) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ หรือวิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๘) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ หรือมีโรคติดต่อร้ายแรง

(๙) เป็นผู้มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ ไม่หวังหรือแสวงหาประโยชน์ตอบแทนใด

ๆ เพื่อตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๑๐) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก หรือให้ออกจากราชการในความผิดฐานทุจริตในหน้าที่ราชการหรือประพฤติมิชอบในราชการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรรมการชุมชนให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี

ถ้าตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ หรือมีการถอดถอนกรรมการชุมชนให้ดำเนินการเลือกตั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น

ๆ ขึ้นแทนโดยผู้เข้ามาแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของผู้ซึ่งตนแทน

เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะเห็นว่าการว่างลงนั้นไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนนั้นอาจไม่ต้องคัดเลือกกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) ถึงคราวออกตามวาระ

(๒) ตาย

(๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกต่อนายกเทศมนตรี

(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐

(๕) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้ออกเมื่อสอบสวนแล้วเห็นว่ามีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหากอยู่ในตำแหน่งต่อไปอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยแก่ชุมชน/หมู่บ้านได้

(๖) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๗) กรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าสองในสามที่อยู่ในตำแหน่ง มีมติให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่ามีความบกพร่อง

ในหน้าที่หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน

(๘) ขาดการประชุมประจำเดือนที่นายกเทศมนตรีเรียกประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่กรรมการชุมชนครบวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ

๑๑ ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่หมดวาระดำรงตำแหน่ง

และให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมรักษาการไปจนกว่าการเลือกตั้งกรรมการชุมชนชุดใหม่แล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการให้คำปรึกษาแนะนำและการให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

ให้คณะกรรมการชุมชนคัดเลือกบุคคลในชุมชนที่เห็นสมควรเป็นที่ปรึกษาไม่เกิน ๒ คน โดยการแต่งตั้งของนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ นายกเทศมนตรีมีอำนาจในการถอดถอนกรรมการชุมชนและให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนขึ้นใหม่ตามระเบียบนี้หากเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชนโดยต้องแสดงเหตุผลประกอบการถอดถอน

การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นองค์กรในการพัฒนา การแก้ไขปัญหาและสร้างความสามัคคีของชุมชน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาของประชาชนในชุมชน

(๒) สำรวจข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม

การบริการพื้นฐานและด้านการเมือง ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนชุมชนและการวางแผนพัฒนาท้องถิ่น

(๓) เสนอแผนงาน โครงการ โดยบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาและบริหารจัดการกิจกรรมที่ดำเนินงานในชุมชนร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านและองค์กรอื่นทุกภาคส่วน

(๔) ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาชุมชน การบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

และบริการสาธารณะอื่น ๆ ของชุมชนท้องถิ่น

(๕) ส่งเสริมการศึกษา การพัฒนา บูรณะ รักษาศิลปะ จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น

และวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนท้องถิ่น

(๖) ดำเนินการด้านอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควรและตามที่เทศบาลตำบลวิชิตประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้คณะกรรมการชุมชนจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

การกำหนดวันประชุมให้ประธานชุมชนเป็นผู้กำหนดและเรียกประชุม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ถ้าประธานชุมชนไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานชุมชนเป็นประธานในที่ประชุม

ในกรณีที่ประธานชุมชนและรองประธานชุมชนไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการชุมชนที่มาประชุมเลือกกรรมการชุมชนคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การประชุมคณะกรรมการชุมชนให้กระทำโดยเปิดเผย

ณ สถานที่ที่คณะกรรมการชุมชนหรือประธานชุมชนเห็นสมควรและเปิดโอกาสให้คณะกรรมการอำนวยการหรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการเข้ารับฟังและหรือเสนอแนะให้คำปรึกษาได้โดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง

เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะลงมติเห็นสมควรให้ประชุมลับ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน ต้องมีกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการชุมชนทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กรรมการชุมชนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

คณะกรรมการอำนวยการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้เทศบาลแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการชุมชนคณะหนึ่งทำหน้าที่อำนวยการประสานงาน

และให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ คณะกรรมการอำนวยการชุมชน ประกอบด้วย

(๑) นายกเทศมนตรีเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองนายกเทศมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ

(๓) หัวหน้าส่วนราชการภายในเทศบาลและผู้แทนภาคเอกชนหรือผู้ทรงคุณวุฒิตามที่นายกเทศมนตรีเห็นสมควรเป็นกรรมการ

(๔) ปลัดเทศบาลเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๕) เจ้าหน้าที่งานพัฒนาชุมชนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงาน

(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และควบคุมดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

(๓) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน

(๔) แก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เพื่อเป็นการบูรณาการกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้

และการมีส่วนร่วมของประชาชนให้นำแนวทางการจัดตั้งศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนในระดับตำบล

(ศอช.ต.) ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน

พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้ให้สอดคล้องโดยจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนในภาพรวมของเทศบาล

รายรับและรายจ่ายของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ชุมชนหนึ่ง ๆ อาจมีรายได้ดังนี้

(๑) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๒) เงินอุดหนุนจากเทศบาล หรือหน่วยงานอื่น

(๓) เงินที่ได้จากการจัดการทรัพย์สินของชุมชน

(๔) เงินจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่คณะกรรมการชุมชนจัดขึ้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้คณะกรรมการชุมชนหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาเงินของชุมชนนำรายได้ของชุมชนฝากธนาคารในนามของชุมชนทั้งจำนวน

และหากมีความจำเป็นจะต้องเก็บรักษาเงินไว้จ่ายในกรณีเร่งด่วนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของเทศบาลตำบลวิชิตกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ประธานชุมชนพร้อมด้วยกรรมการฝ่ายการคลังและเลขานุการของคณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินของชุมชน

การเบิกจ่ายเงินของชุมชนต้องลงลายมือชื่อในการเบิกจ่ายอย่างน้อยสองคนโดยมีประธานชุมชนเป็นผู้ลงลายมือชื่อเบิกจ่ายด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ชุมชนอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้

(๑) รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์

(๒) รายจ่ายเพื่อการดำเนินกิจการชุมชน

(๓) รายจ่ายเพื่อการบริหารงานของชุมชน

(๔) รายจ่ายอื่นที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควร

การกำกับดูแลชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ นายกเทศมนตรีมีสิทธิระงับการดำเนินการใด ๆ ของคณะกรรมการชุมชนเมื่อเห็นว่าเป็นผลเสียหายแก่ชุมชนหรือทางราชการ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ นายกเทศมนตรีมีสิทธิถอดถอนประธานชุมชนและกรรมการชุมชนได้เมื่อได้สอบสวนแล้วเห็นว่าประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนและทางราชการ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้อาศัยในชุมชนที่มีสิทธิเลือกตั้งประธานชุมชนหรือกรรมการชุมชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งหรือกรรมการชุมชนที่อยู่ในตำแหน่งจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการชุมชนที่มีอยู่สามารถเข้าชื่อเพื่อร้องขอต่อนายกเทศมนตรีเพื่อสั่งให้มีการสอบสวนหรือระงับการดำเนินการใด

ๆ ของประธานชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ กรณีไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้จะกระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต

ประกาศ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

กรีฑา โชติวิชญ์พิพัฒน์

นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต

พิมพ์มาดา/ธนบดี/จัดทำ

๔ มีนาคม ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๓๑๑ ง/หน้า ๙/๖ ธันวาคม ๒๕๖๑

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลตำบลวิชิต ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f0f50b0b780e2e70

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com