ข้อ ๑๓ ให้ปลัดกระทรวงการคลัง หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสั่งจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนให้แก่
(๑) ในการนำเข้า
(ก) สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๒/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๐๕/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดหักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดโดยรวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) สำเนาเอกสารอนุมัติซื้อน้ำมัน หรือน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ซึ่งมีอำนาจอนุมัติซื้อ
(๒) สำเนาเอกสารซื้อขายน้ำมันดิบ หรือน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สำเนาใบทวงหนี้ หรือสำเนาเอกสารการชำระหนี้
(ข) สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. หรือผู้ที่คณะกรรมการ ปตท. มอบหมาย เป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่าง ระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด โดยรวมภาษีอากร และเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(๑) สำเนาเอกสารแสดงการอนุมัติซื้อน้ำมัน หรือน้ำมันเชื้อเพลิงของคณะกรรมการ ปตท. หรือของผู้ที่คณะกรรมการ ปตท. มอบหมาย หรือของผู้มีอำนาจอนุมัติซื้อ
(๒) สำเนาเอกสารซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนน้ำมันดิบ หรือน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สำเนาในทวงหนี้ หรือสำเนาเอกสารการชำระหนี้
(๒) ในกรณีที่ ปตท. ขายน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา ที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๑) (ก) หรือ (ข) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือชายน้ำมันดีเซลที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๑) (ก) หรือ (ข) ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ที่ขายตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด