法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วย การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วย

การให้ปริญญากิตติมศักดิ์

พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]

เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติคุณผู้มีผลงานวิชาการดีเด่น

ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย สังคม และประเทศชาติอย่างกว้างขวาง

ตลอดถึงประมุขหรือบุคคลสำคัญของต่างประเทศผู้เป็นอาคันตุกะ จึงเห็นเป็นการสมควรให้มีข้อบังคับ

ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เพื่อใช้เป็นหลักในการดำเนินการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ และมติสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๖

โดยคำแนะนำจากสภาวิชาการจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายถึง

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“สภามหาวิทยาลัย” หมายถึง

สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“สภาวิชาการ” หมายถึง

สภาวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“อธิการบดี” หมายถึง

อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“คณะกรรมการ” หมายถึง

คณะกรรมการปริญญากิตติมศักดิ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้มีปริญญากิตติมศักดิ์ชั้นเดียว คือ ปริญญาเอก เรียกว่า

ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

สาขาวิชาที่จะให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ให้อนุโลมตามประเภทวิชาของปริญญาต่าง ๆ

ของมหาวิทยาลัย โดยจะระบุชื่อวิชาเอกหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ประเภทบุคคลที่อาจได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ให้มี ๖ ประเภท คือ

๖.๑ ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นต่อประเทศชาติหรือส่วนรวม

๖.๒ ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย

๖.๓ ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ท้องถิ่น

๖.๔ นักวิชาการที่มีผลงานดีเด่น

เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการในสาขาวิชานั้น ๆ

๖.๕ ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยที่มีผลงานดีเด่น

และทำชื่อเสียงให้แกมหาวิทยาลัย

๖.๖ ประมุข

หรือบุคคลสำคัญของต่างประเทศในโอกาสที่มาเยี่ยมประเทศไทย

สำหรับพนักงานของมหาวิทยาลัย

หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มีประวัติและผลงานดีเด่น

อาจจะได้รับการพิจารณาเมื่อพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ระยะเวลาและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

๗.๑

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ขึ้นในแต่ละปี

ประกอบด้วย อธิการบดี

เป็นประธานโดยตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยจากตัวแทนสภาวิชาการ ๑ คน กรรมการสภามหาวิทยาลัยจากตัวแทนคณาจารย์

๑ คน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ คน เป็นกรรมการ

และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการเป็นเลขานุการ

๗.๒

ให้มีการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะได้รับปริญญากิตติมศักดิ์พร้อมทั้งประวัติและผลงานต่อเลขานุการเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้

ให้มหาวิทยาลัยกำหนดวันสุดท้ายของการเสนอชื่อให้แน่นอนด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การพิจารณาอนุมัติให้ปริญญากิตติมศักดิ์ประจำปี

ให้คณะกรรมการเสนอสภาวิชาการเพื่อเสนอขออนุมัติต่อสภามหาวิทยาลัยไม่ช้ากว่าการเสนอขออนุมัติปริญญาประจำปีตามปกติ

ยกเว้นในกรณีประมุขหรือบุคคลสำคัญของต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การขอพระราชทานทูลเกล้าฯ

ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หรือพระบรมวงศานุวงศ์

ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือจากข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

จรัส สุวรรณเวลา

นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ดลธี/พิมพ์

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒๓

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

วิภา/ผู้ตรวจ

มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๒๐ ง/หน้า ๒๑/๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วย การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f1385d46dfa3c5d9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com