มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักคอมพิวเตอร์
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการคอมพิวเตอร์ด้านการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
ด้านการบริหาร ด้านการวิเคราะห์ และการประมวลผลข้อมูลในงานวิจัย ของอาจารย์ นิสิต
บุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุคคลทั่วไป
ตลอดจนให้บริการทางวิชาการทางคอมพิวเตอร์ทั้งภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย
และโดยที่สมควรปรับปรุงการจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพาเสียใหม่ เพื่อรวมการจัดตั้งส่วนราชการที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จัดตั้งเพิ่มเติมในครั้งนี้ให้อยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน
ซึ่งตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๓๓
บัญญัติว่าการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิก บัณฑิตวิทยาลัย คณะวิทยาลัย สถาบัน
สำนัก
และศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๓๖[๖]
หมายเหต ุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย
เพื่อผลิตบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมศาสตร์รองรับการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล
และเพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและการบริการวิชาการในสาขาวิศวกรรมศาสตร์แก่ชุมชนในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและโดยที่มาตรา
๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๓๓ บัญญัติว่า การจัดตั้ง
การรวมและการยุบเลิกบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก และศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่
๓) พ.ศ. ๒๕๓๗[๗]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์และสำนักบริการวิชาการในมหาวิทยาลัยบูรพา
ทบวงมหาวิทยาลัย
เพื่อให้คณะสาธารณสุขศาสตร์ดำเนินการผลิตบัณฑิตและเป็นศูนย์ค้นคว้าและวิจัยทางด้านสาธารณสุขศาสตร์
และเพื่อให้สำนักบริการวิชาการเป็นศูนย์ให้บริการทางวิชาการในด้านต่าง ๆ
แก่ชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชน และโดยที่มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๓๓ บัญญัติว่า การจัดตั้ง
การรวมและการยุบเลิกบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก และศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่
๔) พ.ศ. ๒๕๓๘[๘]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย
เพื่อผลิตบัณฑิตทางด้านศิลปกรรมศาสตร์และขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพา
ให้สอดคล้องกับนโยบายการผลิตบุคลากรของรัฐบาล
และเพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการวิชาการและความรู้ด้านศิลปกรรมศาสตร์ในสาขาต่าง
ๆ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการค้นคว้าวิจัยด้านศิลปกรรมศาสตร์ในสาขาต่าง ๆ
และโดยที่มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๓๓
บัญญัติว่า การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน
สำนัก และศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิภา/ผู้จัดทำ
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๙๖/หน้า ๕/๑๔
กันยายน ๒๕๓๕
[๒] ข้อ ๔ (๕ ทวิ)
เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา
ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖
[๓] ข้อ ๔ (๕ ตรี)
เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา
ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘
[๔] ข้อ ๔ (๖ ทวิ) เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่
๓) พ.ศ. ๒๕๓๗
[๕] ข้อ ๔ (๘ ทวิ) เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยบูรพา ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่
๓) พ.ศ. ๒๕๓๗
[๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๒๒๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๖๒/๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๖
[๗] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๕๑/๒๙
มีนาคม ๒๕๓๗
[๘] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๒๑ ก/หน้า ๑๓/๒๑
มิถุนายน ๒๕๓๘