ข้อ ๑๓ ในกรณีที่คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดของ
ยสท. ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในการนำเสนอเรื่องต่อที่ประชุมของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาหรืออนุมัติให้นำเสนอเรื่องต่อคณะอนุกรรมการคณะใดคณะหนึ่งที่คณะกรรมการแต่งตั้ง
เพื่อพิจารณากลั่นกรองและให้ความเห็นชอบก่อน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองและให้ความเห็นชอบได้
ให้ประธานกรรมการหรือผู้ว่าการเป็นผู้นำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
(๒) ให้มีคณะอนุกรรมการคณะต่าง
ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสมที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการ
ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อยสามคน
พนักงานหรือบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ในคณะอนุกรรมการนั้น
ๆ เป็นอนุกรรมการ ทั้งนี้
ประธานอนุกรรมการ และรองประธานอนุกรรมการต้องแต่งตั้งจากกรรมการ
ให้พนักงานเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
ให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการตามที่ประธานอนุกรรมการกำหนด
การนับองค์ประชุมให้นับจากอนุกรรมการที่มาประชุมกึ่งหนึ่ง
โดยต้องมีอนุกรรมการที่เป็นกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าร่วมประชุมจึงจะครบองค์ประชุม
ในการประชุมคณะอนุกรรมการ
หากมีกรณีที่ต้องลงมติ
ให้อนุกรรมการที่เป็นกรรมการเท่านั้นมีสิทธิลงมติออกเสียงได้ ทั้งนี้
การนับคะแนนเสียงข้างมากเพื่อเป็นมติที่ประชุม
ให้นับจากคะแนนเสียงของอนุกรรมการที่เป็นกรรมการที่มาประชุมเท่านั้น โดยให้ถือเสียงข้างมากและอนุกรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียง เป็นเสียงชี้ขาด
(๓) การประชุมคณะอนุกรรมการ
ในกรณีที่ประธานอนุกรรมการไม่อยู่ ให้รองประธาน อนุกรรมการทำหน้าที่แทน
หากประธานอนุกรรมการและรองประธานอนุกรรมการไม่อยู่
ให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเลือกอนุกรรมการผู้หนึ่งทำหน้าที่ประธาน
ในกรณีที่มีปัญหาเร่งด่วนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของ
ยสท. หรือเกิดความเสียหายต่อ ยสท. ซึ่งประธานอนุกรรมการจำเป็นจะต้องเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาก่อนกำหนดวันประชุมตามปกติ
ให้ประธานอนุกรรมการเสนอเวียนไปยังอนุกรรมการทุกคนได้