法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ว่าด้วยวิธีพิจารณาคำอุทธรณ์ และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
31
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคำอุทธรณ์

และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

พ.ศ. ๒๕๔๒

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวิธีพิจารณาคำอุทธรณ์และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

เพื่อให้การพิจารณาคำอุทธรณ์และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามกฎหมาย ว่าด้วยเครื่องหมายการค้ามีประสิทธิภาพ

เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๑ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔

คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจึงกำหนดระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคำอุทธรณ์และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน

นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาคำสั่ง ข้อบังคับ หรือระเบียบอื่นใด

ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการเครื่องหมายการค้า

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการเครื่องหมายการค้า

“อนุกรรมการ” หมายความว่า อนุกรรมการเครื่องหมายการค้า

“เลขานุการ” หมายความว่า

เลขานุการคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

“เครื่องหมายการค้า” ให้หมายความรวมถึง เครื่องหมายบริการ

เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย

“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า

“ผู้อุทธรณ์” หมายความว่า

ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ที่ยื่นคำอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า

และให้หมายความรวมถึง

ตัวแทนของผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีสิทธิอุทธรณ์ให้อุทธรณ์แทน

“ผู้ร้องขอเพิกถอน” ให้หมายความรวมถึง

ตัวแทนของผู้ร้องขอเพิกถอนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ร้องขอเพิกถอนให้ดำเนินการแทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

คณะกรรมการจะมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับคำอุทธรณ์และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

ต่อคณะกรรมการก็ได้

หมวดที่ ๒

หน้าที่ของเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการที่จะปฏิบัติดังนี้

(๑) ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอต่าง ๆ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการ

(๒) ลงทะเบียนคำอุทธรณ์

และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนในสารบบตามลำดับที่ยื่นคำอุทธรณ์ และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

(๓) ทำสำนวน

และทำบันทึกสรุปข้อเท็จจริงจากเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏในสำนวนคำอุทธรณ์

และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

ประเด็นวินิจฉัยและเหตุผลตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

ประเด็นและเหตุผลของผู้ร้องขอเพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้า และผู้ได้รับอนุญาต

ถ้ามี

(๔) นำเสนอคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ

เมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์

(๕) จัดทำบันทึกรายงานการประชุม

กรณีกรรมการคนใดมีความเห็นแย้ง

ให้บันทึกความเห็นแย้งพร้อมทั้งเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม

(๖) จัดทำคำวินิจฉัยและจัดทำคำสั่งให้คณะกรรมการพิจารณาลงนามให้ตรงตามมติที่ประชุมตามข้อ

๑๘ และข้อ ๒๘ ตามลำดับ

(๗)

ลงทะเบียนคำวินิจฉัยอุทธรณ์และคำสั่งของคณะกรรมการในสารบบคำอุทธรณ์และสารบบคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

(๘)

แจ้งผลคำวินิจฉัยและคำสั่งของคณะกรรมการให้ผู้อุทธรณ์ผู้ร้องขอเพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้า

หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี ทราบ แล้วแต่กรณี

(๙)

บันทึกข้อสังเกตของคณะกรรมการไว้ในรายงานการประชุมและแจ้งข้อสังเกตให้นายทะเบียนทราบ

(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

หมวดที่ ๓

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด และแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาคำอุทธรณ์ จำนวน ๑๕ ชุด

(๒) เอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ ถ้ามี จำนวน ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การยื่นคำอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ผู้อุทธรณ์อาจยื่นต่อนายทะเบียน

ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือจะยื่นต่อพาณิชย์จังหวัดก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ภายในกำหนดเวลาการยื่นคำอุทธรณ์

ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ได้ โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์

ชี้แจงข้อเท็จจริง วัตถุประสงค์และเหตุผลของการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การส่งหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์

ให้ผู้อุทธรณ์นำส่งพร้อมคำอุทธรณ์ในกรณีที่ไม่อาจนำส่งพร้อมคำอุทธรณ์ได้

ให้ผู้อุทธรณ์ทำหนังสือขอผ่อนผันแนบมาพร้อมคำอุทธรณ์

การขอผ่อนผันส่งหลักฐานตามวรรคแรก

ผู้อุทธรณ์จะขอผ่อนผันได้ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ยื่นคำอุทธรณ์

หมวดที่ ๔

วิธีพิจารณาคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการพิจารณาคำอุทธรณ์

คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจสอบถามหรือเรียกนายทะเบียน ผู้อุทธรณ์

หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย หรือความเห็น

หรือให้ส่งเอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้อุทธรณ์อาจถอนคำอุทธรณ์เมื่อใดก็ได้

ก่อนที่คณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัยโดยให้ทำคำร้องเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์

ชี้แจงเหตุที่ถอนคำอุทธรณ์และให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กรณีผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือขอถอนคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง

เมื่อเลขานุการได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้นำเสนอคณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการรับทราบตามข้อ ๑๒

วรรคสองแล้ว

ให้จำหน่ายคำอุทธรณ์ออกจากสารบบอุทธรณ์โดยไม่ต้องวินิจฉัยคำอุทธรณ์นั้น

แล้วให้เลขานุการมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำอุทธรณ์ที่ได้ถอนแล้วตามข้อ ๑๓

ผู้อุทธรณ์อาจยื่นใหม่ได้ภายในระยะเวลาอุทธรณ์ที่ยังคงเหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นคำอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการ

แต่ได้ขอให้คณะกรรมการรอการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ไว้ก่อนเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น

คณะกรรมการจะรอวินิจฉัยคำอุทธรณ์นั้นไว้ไม่เกินหกสิบวัน นับแต่วันที่ยื่นคำอุทธรณ์

เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคแรก

หากผู้อุทธรณ์มิได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดคณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์ตามประเด็นคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์

คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาทบทวนคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

และจะพิจารณาวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอื่นนอกจากที่ปรากฏในคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนก็ได้

แต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทำคำชี้แจงพร้อมทั้งแสดงหลักฐานในประเด็นที่คณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าวภายในหกสิบวัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นคำอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการ

พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนบางรายการ เช่น แก้ไขเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายการค้า

แก้ไขรายการสินค้าหรือแก้ไขชื่อผู้ขอจดทะเบียน เป็นต้น

ซึ่งทำให้การที่จะพิจารณาอุทธรณ์ตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนไม่มีประเด็นที่คณะกรรมการต้องพิจารณาต่อไป

ให้ฝ่ายเลขานุการส่งเรื่องให้นายทะเบียนพิจารณาคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการต่าง

ๆ ดังกล่าวก่อนนำเสนอคณะกรรมการ เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาตให้แก้รายการต่าง ๆ

ตามคำขอได้ และทำให้ประเด็นคำสั่งเดิมของนายทะเบียนหมดไป คณะกรรมการไม่จำต้องพิจารณาคำอุทธรณ์

ในการนี้ให้ฝ่ายเลขานุการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อทราบและแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยไม่จำต้องออกเป็นคำวินิจฉัย

(๒) กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขรายการต่าง

ๆ ตามคำขอให้ฝ่ายเลขานุการสรุปสำนวนอุทธรณ์ตามข้อเท็จจริงเดิมแล้วนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว

ให้มีคำวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)

กรณีเห็นว่าคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนถูกต้องให้มีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

(๒) กรณีเห็นว่าคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนไม่ถูกต้องให้ยกคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

(๓)

กรณีเห็นว่าคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนถูกบางส่วนและผิดบางส่วน

ให้แก้คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน

โดยวินิจฉัยยืนในส่วนที่ถูกและแก้ในส่วนที่ผิด

กรณีเห็นว่าคำอุทธรณ์ยื่นเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือเป็นกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์

ให้คณะกรรมการยกอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามข้อ ๑๘

ให้ทำเป็นหนังสือ ระบุวันเดือนปีที่มีคำวินิจฉัย เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย

ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง

ข้อพิจารณาในประเด็นที่ปรากฏ

ชื่อและลายมือชื่อของกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์นั้น

หมวดที่ ๕

การร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด

และแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาคำร้องขอเพิกถอน จำนวน ๑๕ ชุด

(๒) เอกสารหลักฐานประกอบคำร้องขอเพิกถอน ถ้ามี ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การส่งหลักฐานประกอบคำร้องขอเพิกถอน

ให้นำส่งพร้อมคำร้องขอเพิกถอน หากนำส่งในภายหลัง

คณะกรรมการจะไม่รับพิจารณาหลักฐานดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การยื่นคำชี้แจงของผู้ถูกร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด และแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาคำชี้แจ จำนวน ๑๕ ชุด

(๒) เอกสารหลักฐานประกอบคำชี้แจง ถ้ามี ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การส่งหลักฐานประกอบคำชี้แจง ตามข้อ ๒๒

ให้นำความในข้อ ๑๐ หมวด ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวดที่ ๖

วิธีพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในการพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจสอบถามหรือเรียกนายทะเบียน ผู้ร้องขอเพิกถอน

หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย หรือความเห็น

หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

หรือคณะอนุกรรมการได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การขอถอนคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนให้นำความในข้อ

๑๒ และข้อ ๑๓ หมวด ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

คำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนใดที่ได้ถอนแล้วตามข้อ ๒๕

ผู้ร้องขอเพิกถอนอาจยื่นใหม่ได้ และให้นำข้อความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อคณะกรรมการมีหนังสือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้า

หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี

ยื่นคำชี้แจงกรณีที่มีการร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา ๖๔

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ แล้ว นั้น

(๑) กรณีปรากฏหลักฐานแสดงการได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าของเครื่องหมายการค้า

หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี หากพ้นกำหนดเวลาหกสิบวัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ปรากฏว่าเจ้าของเครื่องหมายการค้า

หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี มิได้ยื่นคำชี้แจงแต่อย่างใด

คณะกรรมการจะพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนไปฝ่ายเดียว

(๒)

กรณีไม่ปรากฏหลักฐานแสดงการได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ

และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี หากพ้นกำหนดเวลาหกสิบวัน นับแต่วันที่ลงในหนังสือแจ้ง

ปรากฏว่าเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต

ถ้ามี มิได้ยื่นคำชี้แจงแต่อย่างใดให้ดำเนินการตามความในมาตรา ๑๐๔ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ หากเจ้าของเครื่องหมายการค้า

หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี มิได้ยื่นคำชี้แจงภายในกำหนดเวลา

คณะกรรมการจะพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนไปฝ่ายเดียว

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนแล้วให้มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า

คำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนมีเหตุรับฟังได้ ให้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน

(๒) กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า

คำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนไม่มีเหตุที่จะรับฟังได้ ให้มีคำสั่งไม่เพิกถอนการจดทะเบียน

และให้ยกคำร้องขอเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คำสั่งของคณะกรรมการตามข้อ ๒๘

ให้ทำเป็นหนังสือ ระบุวันเดือนปีที่มีคำสั่ง เหตุผลแห่งคำสั่ง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ

ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาในประเด็นที่ปรากฏ

ชื่อและลายมือชื่อของกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอเพิกถอนนั้น

หมวดที่ ๗

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ภายหลังการพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์

หรือคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนของคณะกรรมการ ผู้อุทธรณ์

ผู้ร้องขอเพิกถอนหรือบุคคลอื่นใดที่คณะกรรมการเรียกมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย

หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้พิจารณาตามข้อ ๑๑

และข้อ ๒๔ อาจร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อขอตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมด หรือบางส่วนในสำนวนคำอุทธรณ์และสำนวนคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนได้

หรือจะขอคัดสำเนาหรือขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาคัดสำเนาและรับรองโดยผู้ร้องขอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นก็ได้

เว้นแต่เอกสารหรือหลักฐานนั้นจะเป็นเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับความลับของทางราชการ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ บรรดาคำร้อง คำขอต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน

ที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ปฏิบัติไปตามหลักเกณฑ์เดิมก่อนที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

พิพรรธน์ อินทรศัพท์

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๑๒ กันยายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๘๐ ง/หน้า ๕๒/๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๒

31 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ว่าด้วยวิธีพิจารณาคำอุทธรณ์ และคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียน พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f2c135e27a3896e7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com