法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2551 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๒/๒๕๕๑

เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่

๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในค่าครองชีพจากปัญหาน้ำมันแพง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลก

โดยลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง

ซึ่งมีผลทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง เป็นระยะเวลา ๖ เดือน

นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

การปรับลดหรือเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตในแต่ละครั้ง จะทำให้มีการขาดทุนในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือที่ได้มาในราคาก่อนปรับลด

หรือมีกำไรในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือที่ได้มาในราคาก่อนปรับเพิ่ม

ซึ่งในกรณีที่ขาดทุนจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการลดปริมาณการจำหน่ายหรืองดการจำหน่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน

ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว

จึงต้องมีการจ่ายชดเชยผลขาดทุน

ในกรณีกลับกันกำไรส่วนเกินที่ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการได้รับเป็นกำไรส่วนเกินที่มิควรได้

จึงจำเป็นต้องกำหนดให้มีการส่งกำไรดังกล่าวเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ซึ่งทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องจ่ายผลขาดทุนในตอนแรกมีโอกาสได้รับเงินคืนจากช่วงการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต

ทำให้การจ่ายเงินชดเชยครั้งนี้ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖

นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้

“น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี

๑๐ ออกเทน ๙๑ น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๑๐ ออกเทน ๙๕ น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๒๐ ออกเทน ๙๕

น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๘๕ น้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒

น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี ๕

ซึ่งมีลักษณะและคุณภาพตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และน้ำมันดีเซลพื้นฐาน

“ผู้ค้าน้ำมัน” หมายความว่า

ผู้กระทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยซื้อ นำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใดเพื่อจำหน่าย

และให้หมายความรวมถึงผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ซึ่งมีปริมาณการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่สามหมื่นเมตริกตันขึ้นไป

หรือมีขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงความจุเกินสองแสนลิตรขึ้นไป แต่ทั้งนี้

ไม่รวมถึงผู้ได้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม

“สถานีบริการ” หมายความว่า

สถานที่สำหรับจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชนโดยวิธีเติมหรือใส่ลงในที่บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะ

โดยใช้มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด ที่ติดตั้งไว้เป็นประจำ

ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

พ.ศ. ๒๕๔๓

“เจ้าของสถานีบริการ” หมายความว่า

ผู้มีกรรมสิทธิ์ในสถานีบริการและในกรณีที่เจ้าของสถานีบริการเป็นนิติบุคคลให้ถือว่ากรรมการผู้จัดการ

ผู้จัดการหรือบุคคลใดที่รับผิดชอบการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นเป็นเจ้าของสถานีบริการด้วย

และในกรณีที่เจ้าของสถานีบริการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ได้

ให้หมายความรวมถึงพนักงานหรือลูกจ้างที่จัดการดูแลสถานีบริการด้วย

“ภาษีสรรพสามิต” หมายความว่า

อัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๑๐ ออกเทน ๙๑ น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๑๐

ออกเทน ๙๕ น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๒๐ ออกเทน ๙๕ น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๘๕

น้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี

๕ และน้ำมันดีเซลพื้นฐาน ที่ประกาศโดยกระทรวงการคลัง

“ประกาศราคาขายปลีก” หมายความว่า

ประกาศราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานตามข้อ ๙

“ส่วนต่างราคา” หมายความว่า

ส่วนต่างของราคาขายปลีกเดิมและราคาใหม่ตามประกาศราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

“สถาบัน” หมายความว่า สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน

(องค์การมหาชน) ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน

(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ ลูกจ้าง

และพนักงานราชการของกระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์

และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อมีการประกาศลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ทำให้เกิดส่วนต่างของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง

ให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ

ในเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ คูณด้วยส่วนต่างราคา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อมีการประกาศเพิ่มภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงใช้บังคับตั้งแต่วันที่๑

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ทำให้เกิดส่วนต่างของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง

ให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการส่งเงินเข้ากองทุนในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ

ในเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ คูณด้วยส่วนต่างราคา

ถ้าผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการที่ได้รับเงินชดเชยตามข้อ

๒ ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือ หรือปิดคลังน้ำมัน หรือสถานีบริการ

หรือกระทำการใด ๆ

ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือหรือคำนวณเงินส่งเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่งได้

ให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการมีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนในจำนวนเงินเดียวกันกับที่ได้รับเงินชดเชยไปแล้วตามข้อ

๒ แต่ถ้ายังไม่ได้รับเงินชดเชยตามข้อ ๒ ก็ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ในการรับและจ่ายเงินจากกองทุนตามคำสั่งนี้

โดยให้มีอำนาจกำหนดระเบียบเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อมีประกาศลดภาษีสรรพสามิตตามข้อ ๒ ให้

(๑)

ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

ของวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

ตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบ

(ค)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง

ที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร ที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร

รวมทั้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมัน

เพื่อส่งไปให้แก่เจ้าของสถานีบริการก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๔ กรกฎาคม

พ.ศ. ๒๕๕๑ และส่งมอบให้แก่เจ้าของสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น

(ถ้ามี) ต่อกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

อย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

(๒)

เจ้าของสถานีบริการ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๔ กรกฎาคม

พ.ศ. ๒๕๕๑

จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

ตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบ

(ค)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง

ที่ซื้อหรือได้จากผู้ค้าน้ำมันก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๕๑ และมาถึงสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น

(ถ้ามี) ต่อกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานอย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่

๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

(๓)

กรมธุรกิจพลังงาน แจ้งเป็นหนังสือภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๕๑

ให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการทราบจำนวนเงินชดเชยที่พึงได้รับจากกองทุนซึ่งคำนวณจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิที่ได้เสียภาษีสรรพสามิตแล้วของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด

คูณด้วยส่วนต่างราคาพร้อมกับส่งสำเนาหนังสือให้สถาบันทราบ

และให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการดังกล่าวนำหนังสือของกรมธุรกิจพลังงานไปขอรับเงินชดเชยจากสถาบัน

ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ลงในหนังสือดังกล่าว หากพ้นกำหนดระยะเวลานี้แล้ว

ให้ถือว่าผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการรายนั้นไม่ประสงค์จะขอรับเงินชดเชย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อมีประกาศเพิ่มภาษีสรรพสามิตตามข้อ ๓

ให้

(๑)

ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐

นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

รวมทั้งตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบ

(ค)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง

ที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

ที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร

รวมทั้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมัน

เพื่อส่งไปให้แก่เจ้าของสถานีบริการก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ มกราคม

พ.ศ. ๒๕๕๒ และส่งมอบให้แก่เจ้าของสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น

(ถ้ามี) ต่อกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

อย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

(๒)

เจ้าของสถานีบริการ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ มกราคม

พ.ศ. ๒๕๕๒ จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

รวมทั้งตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบ

(ค)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง ที่ซื้อหรือได้จากผู้ค้าน้ำมันก่อนเวลา

๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

และมาถึงสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว

รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น (ถ้ามี) ต่อกรมธุรกิจพลังงาน

กระทรวงพลังงานอย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

(๓)

กรมธุรกิจพลังงาน แจ้งเป็นหนังสือภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.

๒๕๕๒ ให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการทราบจำนวนเงินที่เรียกเก็บเข้ากองทุน

ซึ่งคำนวณจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิที่ได้เสียภาษีสรรพสามิตแล้วของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดคูณด้วยส่วนต่างราคา

พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือให้สถาบันทราบ

และให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการดังกล่าวนำหนังสือของกรมธุรกิจพลังงานไปจ่ายเงินเข้ากองทุนต่อสถาบันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ลงในหนังสือดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิตามข้อ

๕ และข้อ ๖ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้

หากผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินไม่ส่งเงินให้สถาบัน

ส่งเงินให้สถาบันไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่ต้องส่ง หรือไม่ส่งเงินคืนสถาบันภายในเวลาที่กำหนด

ให้กรมธุรกิจพลังงานส่งเรื่องให้สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินให้สถาบันหรือส่งขาดหรือไม่ส่งเงินคืนสถาบัน

หรือส่งเงินเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีตามวรรคหนึ่งหรือไม่

ให้จ่ายเงินเพิ่มอีกในอัตราร้อยละหกต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว ทั้งนี้

นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดส่งและให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อมีประกาศลดภาษีสรรพสามิตตามข้อ ๒

หรือเพิ่มภาษีสรรพสามิตตามข้อ ๓ ให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานประกาศราคาขายปลีกใหม่ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามภาษีสรรพสามิตและภาษีอื่น

ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งกำหนดเวลาที่ราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการ

รับทราบและปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อมีประกาศราคาขายปลีกใหม่ตามข้อ ๙ ให้

(๑)

กระทรวงพลังงาน ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

สั่งให้กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานพลังงานภูมิภาค

และพลังงานจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ

คลังน้ำมันและสถานีบริการในกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดที่รับผิดชอบ ตั้งแต่เวลา

๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

(ข)

สั่งให้สำนักงานพลังงานภูมิภาค และพลังงานจังหวัด

มีหน้าที่รวบรวมผลการตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นส่งให้กรมธุรกิจพลังงานอย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

(๒)

กระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติดังต่อไปนี้

สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบและสั่งการให้นายอำเภอท้องที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

ณ สถานีบริการในจังหวัดที่รับผิดชอบ ร่วมกับสำนักงานพลังงานภูมิภาคพลังงานจังหวัด

สำนักงานการค้าภายในจังหวัด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

ของวันก่อนวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

(๓)

กระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

สั่งให้กรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่สำนักชั่งตวงวัด ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

ณ สถานีบริการในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมกับตำรวจนครบาลท้องที่ กรมธุรกิจพลังงาน

ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

และส่งผลการตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไปยังกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

ตามแบบที่กำหนด

อย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

(ข)

สั่งให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัด

ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ

สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดที่รับผิดชอบ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

นายอำเภอท้องที่ สำนักงานพลังงานภูมิภาค และพลังงานจังหวัด ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐

นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

(๔)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลท้องที่ ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ

สถานีบริการ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน สำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน

ในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

ของวันก่อนวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับและส่งผลการตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไปยังกรมธุรกิจพลังงาน

กระทรวงพลังงาน ตามแบบที่กำหนด อย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

(ข)

สั่งให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ

สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดที่รับผิดชอบร่วมกับนายอำเภอท้องที่

สำนักงานพลังงานภูมิภาค พลังงานจังหวัด และสำนักงานการค้าภายในจังหวัด ตั้งแต่เวลา

๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้

ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)

พิจารณาวินิจฉัยและให้ถือว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๒

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช

นายกรัฐมนตรี

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑

อุรารักษ์/ตรวจ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

อภิญญา/ปรับปรุง

๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๒๐ ง/หน้า ๓๖/๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2551 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f2e922397b7aab14

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com