คำสั่งนายกรัฐมนตรี
คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ ๒/๒๕๕๑
เรื่อง
กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่
๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในค่าครองชีพจากปัญหาน้ำมันแพง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลก
โดยลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง
ซึ่งมีผลทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง เป็นระยะเวลา ๖ เดือน
นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒
การปรับลดหรือเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตในแต่ละครั้ง จะทำให้มีการขาดทุนในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือที่ได้มาในราคาก่อนปรับลด
หรือมีกำไรในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือที่ได้มาในราคาก่อนปรับเพิ่ม
ซึ่งในกรณีที่ขาดทุนจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการลดปริมาณการจำหน่ายหรืองดการจำหน่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน
ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว
จึงต้องมีการจ่ายชดเชยผลขาดทุน
ในกรณีกลับกันกำไรส่วนเกินที่ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการได้รับเป็นกำไรส่วนเกินที่มิควรได้
จึงจำเป็นต้องกำหนดให้มีการส่งกำไรดังกล่าวเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ซึ่งทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องจ่ายผลขาดทุนในตอนแรกมีโอกาสได้รับเงินคืนจากช่วงการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต
ทำให้การจ่ายเงินชดเชยครั้งนี้ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖
นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้