ข้อ ๔ ภายใต้บังคับของข้อ ๕
การเข้าร่วมกิจกรรมดังต่อไปนี้
ให้ถือเป็นการเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี
และให้นับจำนวนชั่วโมงตามที่กำหนดในข้อ ๓ ได้ ดังนี้
(๑) การเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรหรือเรื่องที่อธิบดีให้ความเห็นชอบซึ่งจัดโดย
(ก) สถาบันการศึกษาของรัฐ
หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมาย
ว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน
ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า
(ข) สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
(ค) หอการค้าไทย
(ง) สถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่น
ซึ่งอธิบดีให้ความเห็นชอบ
ให้นับจำนวนชั่วโมงได้ตามระยะเวลาที่เข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนา
(๒) การเป็นวิทยากร
ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนา
ให้นับจำนวนชั่วโมงได้สามเท่าของระยะเวลาการเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย
ผู้ดำเนินการสัมมนา
(๓) การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐ
หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน
ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ทางการบัญชี
หรือเทียบเท่าไม่ว่าจะเป็นการสอนในฐานะอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ
ให้นับจำนวนชั่วโมงได้วิชาละ ๙ ชั่วโมง
และในแต่ละรอบสามปีให้นับจำนวนชั่วโมงได้ไม่เกิน ๑๘
ชั่วโมงไม่ว่าจะทำการสอนเกินกว่าสองวิชาหรือไม่ก็ตาม
(๔) การสำเร็จการศึกษาในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี
ให้นับจำนวนชั่วโมงได้ตามปีที่สำเร็จการศึกษา ดังนี้
(ก) กรณีสำเร็จการศึกษาในระดับที่สูงกว่าคุณวุฒิเดิม
- ถ้าเป็นคุณวุฒิทางการบัญชีให้นับจำนวนชั่วโมงได้
๒๗ ชั่วโมง
- ถ้าเป็นคุณวุฒิทางด้านอื่น
เช่น การเงิน บริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ การภาษีอากร
หรือด้านอื่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีให้นับจำนวนชั่วโมงได้ ๑๘
ชั่วโมง
(ข) กรณีสำเร็จการศึกษาในระดับที่ไม่สูงกว่าคุณวุฒิเดิมให้นับจำนวนชั่วโมงได้
๙ ชั่วโมง
(๕) การผ่านการศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีจากสถาบันการศึกษาของรัฐ
หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน
ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ให้นับจำนวนชั่วโมงได้วิชาละ ๖ ชั่วโมง
(๖) กิจกรรมอื่น
นอกจากที่ระบุตาม (๑) (๒) (๓)
(๔) และ (๕) ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด