ข้อ ๒ การอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่อุทธรณ์หรือไม่ฎีกา คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติ ดังนี้
2.1 รายงานเสนอความเห็นพร้อมสํานวนในการที่จะอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา ต่ออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาสั่งการหรือเห็นชอบก่อนจึงดําเนินการ ต่อไปได้
2.2 กรณีตามข้อ 2.1 ในส่วนภูมิภาคให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา เสนอความเห็นพร้อมสํานวนไปให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคสั่งการแทนอธิบดี กรมบังคับคดี เว้นแต่ความเห็นของผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขากับผู้อํานวยการสํานักงาน บังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแตกต่างกัน ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคพิจารณา ส่งเรื่องให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการต่อไป
กรณีตามวรรคแรก แม้ความเห็นของผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค กับผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัด หรือสาขา ไม่แตกต่างกันก็ตาม หากเป็นคดีสําคัญหรือคดีมี หรือมีปัญหายุ่งยากซับซ้อนให้รายงานอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบโดยเร็ว ทุนทรัพย์สูง
2.3 การเสนอความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่ อุทธรณ์ หรือไม่มีกาคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลต่ออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย หรือผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอความเห็นพร้อมกับ ส่งสํานวนที่เกี่ยวข้องต่อบุคคลดังกล่าวก่อนที่จะครบกําหนดระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือฎีกาไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมีเหตุขัดข้องจําเป็นต้องเสนอความเห็นล่าช้ากว่ากําหนดดังกล่าวให้ยื่นคําร้องเพื่อขอขยายระยะเวลา ในการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลและรายงานเหตุขัดข้องดังกล่าวไปให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย หรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณีทราบด้วย
อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้
ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 20 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2549
(ลงชื่อ) สิรวัต จันทรัฐ
(นายสิรวัต จันทรัฐ)
อธิบดีกรมบังกคับคดี