法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

เพื่อให้การออกบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒

(๒) แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔

จึงให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ.

๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม

๒๕๕๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ นับแต่วันที่ใช้ระเบียบนี้ให้ยกเลิก

๓.๑

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการประกอบการขนส่งของและภาชนะขนส่งขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๕๑

๓.๒

ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศใดอื่นที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นำบรรดากฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับระเบียบนี้มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“กทท.” หมายความว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย

“ทกท.” หมายความว่า ท่าเรือกรุงเทพ

“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและตู้สินค้า

“สินค้า” หมายความว่า สัตว์ พืช

หรือสิ่งของทุกชนิดที่แลกเปลี่ยนซื้อ ขาย ให้ หรือถือกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย

และให้หมายรวมถึงของใช้ส่วนตัวของบุคคลหรือนิติบุคคลที่นำเข้า

“ตู้สินค้า” หมายความว่า

ภาชนะที่ใช้บรรจุสินค้านำเข้าหรือส่งออก เพื่อความสะดวก

หรือเพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง

ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรฐานขององค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (INTERNATIONAL ORGANIZATION FOR STANDARDIZATION : ISO)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ

รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และมีอำนาจในการออกคำสั่ง ประกาศ หรือหลักปฏิบัติ

รวมทั้งเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

และให้ถือเป็นที่สุดก่อนรายงานให้ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยทราบ

ประเภทของผู้ประกอบการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ประกอบการ มี ๖ ประเภท ได้แก่

๗.๑

บุคคลธรรมดา

๗.๒

ห้างหุ้นส่วนสามัญ

๗.๓

ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

๗.๔

บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

๗.๕

สหกรณ์

๗.๖

องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ได้แก่

๘.๑

เจ้าของสินค้า

๘.๒

ผู้นำเข้า

๘.๓

เจ้าของตู้สินค้า หรือตัวแทนเฉพาะการขนส่งตู้สินค้าเปล่า

๘.๔

ผู้ประกอบการโรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออกที่ขนส่งโดยระบบคอนเทนเนอร์นอกเขตทำเนียบท่าเรือ

(รพท.)

๘.๕

ผู้ประกอบการคลังสินค้าทัณฑ์บน สำหรับเก็บวัตถุดิบพื้นฐานในการผลิต (คสว.)

คุณสมบัติของผู้ประกอบการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๙.๑

บุคคลธรรมดา

๙.๑.๑

ต้องมีสัญชาติไทย

๙.๑.๒

สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร (ภพ. ๒๐) (ถ้ามี)

๙.๑.๓

สำเนาทะเบียนพาณิชย์ หรือใบทะเบียนการค้า (ถ้ามี)

๙.๒

นิติบุคคลตามข้อ ๗.๒ ข้อ ๗.๓ และข้อ ๗.๔

ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย

หรือเป็นองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การรัฐบาล

หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และ

๙.๒.๑

ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย

๙.๒.๒

ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด

ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย

และทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย

๙.๒.๓

ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย

และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย

หรือต้องเป็นของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือ บริษัทจำกัด

หรือต้องเป็นของกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล

สุขาภิบาล เมืองพัทยา รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณ

หรือองค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล

หรือกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ และบริษัทจำกัดนั้นต้องไม่มีข้อบังคับอนุญาตให้มีการออกหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ

๙.๒.๔

ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด

กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย

และทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย

ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัด

หรือบริษัทมหาชนจำกัดเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด

หรือบริษัทมหาชนจำกัด ผู้ถือหุ้นดังกล่าวจะต้องมีลักษณะตามข้อ ๙.๒.๑ หรือข้อ ๙.๒.๒

หรือข้อ ๙.๒.๓ หรือข้อ ๙.๒.๔ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบการต้องนำรถที่จดทะเบียนว่าเป็นรถยนต์บรรทุกเข้ามาขนส่งสินค้าหรือตู้สินค้าใน

ทกท. เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบการต้องทำประกันภัยรถยนต์บรรทุกทุกคันที่ยื่นขอบัตรอนุญาตฯ

การยื่นขอบัตรอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ประกอบการตามหมวด ๒

ยื่นแบบขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ

ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ที่กองรักษาความปลอดภัย

ฝ่ายบริการท่าและเครื่องมือทุ่นแรง ท่าเรือกรุงเทพ พร้อมเอกสารที่ผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาถูกต้องดังนี้

๑๒.๑

บุคคลธรรมดา

๑๒.๑.๑

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

๑๒.๑.๒

สำเนาทะเบียนบ้าน

๑๒.๑.๓

หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือคู่มือจดทะเบียนรถต้นฉบับและสำเนา จำนวน ๒ ชุด

ในกรณีรถยนต์บรรทุกที่อยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ

ให้บริษัทที่ให้เช่าซื้อออกหนังสือรับรองพร้อมประทับตราบริษัท

และกรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกที่จะนำมาประกอบการต้องแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนในการมีสิทธิครอบครองรถยนต์บรรทุกนั้น

๑๒.๑.๔

สำเนาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.๑.๕

สำเนากรมธรรม์ประกันภัยประเภทรถยนต์บรรทุก

๑๒.๑.๖

อื่น ๆ (ถ้ามี)

๑๒.๒

ห้างหุ้นส่วนสามัญ

๑๒.๒.๑

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

๑๒.๒.๒

สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

๑๒.๒.๓

หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือคู่มือจดทะเบียนรถต้นฉบับและสำเนา จำนวน ๒ ชุด

ในกรณีรถยนต์บรรทุกที่อยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ

ให้บริษัทที่ให้เช่าซื้อออกหนังสือรับรองพร้อมประทับตราบริษัท

และกรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกที่จะนำมาประกอบการต้องแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนในการมีสิทธิครอบครองรถยนต์บรรทุกนั้น

๑๒.๒.๔

สำเนาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.๒.๕

สำเนากรมธรรม์ประกันภัยประเภทรถยนต์บรรทุก

๑๒.๒.๖

สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์และใบทะเบียนการค้า (ถ้ามี)

๑๒.๒.๗

สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร (ภพ. ๒๐) (ถ้ามี)

๑๒.๒.๘

หนังสือรับรองตัวอย่างรายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในนามของผู้ประกอบการ จำนวน

๑ ชุด (๓ รายชื่อ)

๑๒.๒.๙

อื่น ๆ (ถ้ามี)

๑๒.๓

ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

๑๒.๓.๑

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการ

๑๒.๓.๒

สำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการ

๑๒.๓.๓

สำเนาหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

๑๒.๓.๔

หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือคู่มือจดทะเบียนรถต้นฉบับและสำเนา จำนวน ๒ ชุด

ในกรณีรถยนต์บรรทุกที่อยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ

ให้บริษัทที่ให้เช่าซื้อออกหนังสือรับรองพร้อมประทับตราบริษัท

และกรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกที่จะนำมาประกอบการต้องแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนในการมีสิทธิครอบครองรถยนต์บรรทุกนั้น

๑๒.๓.๕

สำเนาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.๓.๖

สำเนากรมธรรม์ประกันภัยประเภทรถยนต์บรรทุก

๑๒.๓.๗ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร (ภพ. ๒๐)

(ถ้ามี)

๑๒.๓.๘

หนังสือรับรองตัวอย่างรายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในนามของผู้ประกอบการ จำนวน

๑ ชุด (๓ รายชื่อ)

๑๒.๓.๙

อื่น ๆ (ถ้ามี)

๑๒.๔

บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

๑๒.๔.๑

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้จัดการ

๑๒.๔.๒

สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้จัดการ

๑๒.๔.๓

สำเนาหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ออกให้ไม่เกิน ๖ เดือน

๑๒.๔.๔

สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับและวัตถุที่ประสงค์ของบริษัท

๑๒.๔.๕

หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือคู่มือจดทะเบียนรถต้นฉบับและสำเนา จำนวน ๒ ชุด

ในกรณีรถยนต์บรรทุกที่อยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ

ให้บริษัทที่ให้เช่าซื้อออกหนังสือรับรองพร้อมประทับตราบริษัท

และกรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกที่จะนำมาประกอบการต้องแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนในการมีสิทธิครอบครองรถยนต์บรรทุกนั้น

๑๒.๔.๖

สำเนาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.๔.๗

สำเนากรมธรรม์ประกันภัยประเภทรถยนต์บรรทุก

๑๒.๔.๘

หนังสือรับรองตัวอย่างรายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในนามของผู้ประกอบการ จำนวน

๑ ชุด (๓ รายชื่อ)

๑๒.๔.๙

ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอจำนวน ๒ ตรา (ถ้ามี)

๑๒.๔.๑๐

อื่น ๆ (ถ้ามี)

๑๒.๕

สหกรณ์

๑๒.๕.๑

สำเนาใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์

๑๒.๕.๒

สำเนาบัญชีรายชื่อสมาชิกของสหกรณ์ฉบับที่นายทะเบียนสหกรณ์รับรอง

๑๒.๕.๓

สำเนาข้อบังคับของสหกรณ์

๑๒.๕.๔

สำเนาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.๕.๕

สำเนากรมธรรม์ประกันภัยประเภทรถยนต์บรรทุก

๑๒.๕.๖

สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร (ภพ. ๒๐) (ถ้ามี)

๑๒.๕.๗

อื่น ๆ (ถ้ามี)

๑๒.๖

หน่วยงานของรัฐ

๑๒.๖.๑

หลักฐานการจัดตั้งหน่วยงาน เช่น พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ฯลฯ

พร้อมหนังสือมอบอำนาจจากหน่วยงานของรัฐ

๑๒.๖.๒

หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือคู่มือจดทะเบียนรถต้นฉบับและสำเนา จำนวน ๒ ชุด

ในกรณีรถยนต์บรรทุกที่อยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ

ให้บริษัทที่ให้เช่าซื้อออกหนังสือรับรองพร้อมประทับตราบริษัท และกรณีที่ผู้ประกอบการไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกที่จะนำมาประกอบการต้องแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนในการมีสิทธิครอบครองรถยนต์บรรทุกนั้น

๑๒.๖.๓

สำเนาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.๖.๔

สำเนากรมธรรม์ประกันภัยประเภทรถยนต์บรรทุก

๑๒.๖.๕

สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร (ภพ. ๒๐) (ถ้ามี)

๑๒.๖.๖

อื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การยื่นแบบขออนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพเป็นกรณีพิเศษ

ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ให้ติดต่อหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกองปฏิบัติการสินค้า ๑ -

๓ กองคลังสินค้า หรือกองท่าบริการตู้สินค้า ๑ - ๒ เพื่อขออนุญาตฯ ได้แก่

กรณีส่วนราชการหน่วยงานที่ได้รับเอกสิทธิทางการทูต หรือองค์กรระหว่างประเทศ

ประสงค์จะนำรถยนต์เข้ามาในท่าเรือกรุงเทพ เพื่อทำการขนส่งสินค้าและตู้สินค้า

ค่าธรรมเนียมบัตรอนุญาตรถยนต์บรรทุก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบการที่ได้รับบัตรอนุญาตฯ

ต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตรดังนี้

๑๔.๑

ประเภทรายปี

๑๔.๑.๑

ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า หรือตู้สินค้าของบริษัทตนเอง

รถยนต์บรรทุก ๔

- ๖ ล้อ คันละ

๓๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุก ๘

- ๑๐ ล้อ คันละ

๔๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุกเกินกว่า

๑๐ ล้อ คันละ

๕๐๐ บาท

รถยนต์ลากพ่วง ชุดละ

๘๐๐ บาท

๑๔.๑.๒

ผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสินค้า หรือตู้สินค้าทั่วไป

รถยนต์บรรทุก ๔

- ๖ ล้อ คันละ

๖๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุก ๘

- ๑๐ ล้อ คันละ

๘๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุกเกินกว่า

๑๐ ล้อ คันละ

๑,๐๐๐

บาท

รถยนต์ลากพ่วง ชุดละ

๑,๒๐๐

บาท

๑๔.๒

ประเภทรายเที่ยว

ผู้ประกอบการขนส่งตามข้อ

๑๔.๑ หากไม่ประสงค์ขอทำบัตรอนุญาตฯ ประเภทรายปี

จะต้องยื่นแบบการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ

เป็นรายเที่ยวตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ และต้องเสียเงินค่าธรรมเนียม

ตามอัตราดังต่อไปนี้

เรียกเก็บเป็นรายเที่ยว

รถยนต์บรรทุก ๔

- ๖ ล้อ คันละ

๔๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุก ๘

- ๑๐ ล้อ คันละ

๕๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุกเกินกว่า

๑๐ ล้อ คันละ

๖๐๐ บาท

รถยนต์ลากพ่วง ชุดละ

๗๐๐ บาท

ทั้งนี้

ให้ยื่นแบบการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ เป็นรายเที่ยวที่กองรักษาความปลอดภัย

บัตรอนุญาตฯ

ตามข้อ ๑๔.๑ มีอายุตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี ในกรณีขอทำบัตรตั้งแต่วันที่

๑ กรกฎาคม ให้เสียค่าธรรมเนียมในการทำบัตรอนุญาตฯ ดังกล่าวครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ

อนึ่ง

รถยนต์ที่เจ้าของนำมาขนของใช้ส่วนตัวของตนเอง

ได้รับการยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ รถยนต์บรรทุกสินค้าข้ามแดน

รถยนต์ที่มารับสินค้าขาออกที่ขอรับอนุญาตตรวจรับกลับคืน

(ซึ่งยังไม่มีบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ)

ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษ ตามอัตราที่กำหนดดังนี้

เรียกเก็บเป็นกรณีพิเศษ/เที่ยว

รถยนต์บรรทุก ๔

- ๖ ล้อ คันละ

๑๕๐ บาท

รถยนต์บรรทุก ๘

- ๑๐ ล้อ คันละ

๒๐๐ บาท

รถยนต์บรรทุกเกินกว่า

๑๐ ล้อ คันละ

๒๕๐ บาท

รถยนต์ลากพ่วง ชุดละ

๔๐๐ บาท

ทั้งนี้

ให้ยื่นแบบขออนุญาตการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพเป็นกรณีพิเศษที่หน่วยงานในสังกัดกองปฏิบัติการสินค้า

๑ - ๓ กองคลังสินค้า กองท่าบริการตู้สินค้า ๑ - ๒

อนึ่ง

รถยนต์บรรทุกตามข้อ ๑๔.๒ และข้อ ๑๕ ไม่ต้องวางหลักประกันตามหมวด ๕ ของระเบียบนี้

การประกันความเสียหาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตต้องนำหลักประกันความเสียหายมอบให้

กทท. ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กทท.

โดยหลักประกันความเสียหายมีระยะเวลา ๑ ปี รายละเอียดของการประกันความเสียหายเป็นไปตามแบบที่

กทท. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตต้องนำหลักประกันความเสียหายมามอบให้

กทท. ในวันที่มารับบัตรอนุญาตฯ ในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท

(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อคัน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตใช้หลักประกันความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

๑๘.๑

เงินสด

๑๘.๒

หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารในประเทศที่เชื่อถือได้ ตามแบบที่ กทท. กำหนด

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ

ระเบียบ คำสั่ง และประกาศของ กทท. อย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

๑๙.๑

บรรทุกและขนส่งสินค้า หรือตู้สินค้าขาเข้าที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

๑๙.๒

ยินยอมและอำนวยความสะดวกให้พนักงาน กทท. หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก กทท.

ตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

และเมื่อมีการทักท้วงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกของผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติดังนี้

๒๐.๑

ห้ามล้างรถ

๒๐.๒

ห้ามเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น หรือน้ำมันเชื้อเพลิง ยกเว้นได้รับอนุญาตจาก กทท.

๒๐.๓

ห้ามดำเนินการซ่อมทำรถ หรือเครื่องยนต์

๒๐.๔

ห้ามนอนหลับภายในรถขณะจอดรถโดยไม่ดับเครื่องยนต์

๒๐.๕

นำรถจอด ณ จุดพักรถ ที่ ทกท. กำหนดหลังเวลา ๑๘.๐๐ น.

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตต้องจัดหาผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกคนใหม่

ในกรณีที่ผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกของผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตกระทำการ ดังต่อไปนี้

๒๑.๑

เสพสุรา หรือของมึนเมา หรือใช้สารเสพติด

๒๑.๒

ฝ่าฝืน หรือหลีกเลี่ยง ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศของ กทท.

๒๑.๓

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก กทท.

ทั้งนี้ หากปรากฏว่าได้มีการฝ่าฝืน หรือหลีกเลี่ยงอีก กทท.

อาจจะพิจารณาตัดสิทธิมิให้รถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวเข้ามาทำการบรรทุกและขนส่งสินค้า

หรือตู้สินค้า ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินการของผู้แทน

หรือผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกขนส่งสินค้าตามที่ กทท. พิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ

คำสั่ง หรือประกาศของ กทท. รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กทท.

จะยกเลิกบัตรอนุญาตของรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวทันทีและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที

รวมทั้งอาจจะไม่อนุญาตให้เข้ามาประกอบการ

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

สุนิดา สกุลรัตนะ

กรรมการการท่าเรือฯ

รักษาการแทน

ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

แบบขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ (กรณีบุคคลธรรมดา)

(ทกท.๐๐.๐๒/๑.๐๐)

๒.

เอกสารประกอบการขอบัตรอนุญาตฯ (กรณีบุคคลธรรมดา)

๓.

แบบขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ (กรณีนิติบุคคล)

(ทกท.๐๐.๐๒/๒.๐๐)

๔.

เอกสารประกอบการยื่นขอบัตรอนุญาตฯ (กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญ/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท)

๕.

แบบขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ (กรณีสหกรณ์) (ทกท.๐๐.๐๒/๓.๐๐)

๖.

เอกสารประกอบการขอบัตรอนุญาตฯ (กรณีสหกรณ์)

๗.

แบบขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ (กรณีหน่วยงานของรัฐ)

(ทกท.๐๐.๐๒/๔.๐๐)

๘.

เอกสารประกอบการขอบัตรอนุญาตฯ (กรณีหน่วยงานของรัฐ)

๙.

แบบขออนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ เป็นกรณีพิเศษ (ทกท.๐๐.๐๒/๕.๐๐)

๑๐.

แบบขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ เป็นรายเที่ยว (ทกท.๐๐.๐๒/๖.๐๐)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ เมษายน ๒๕๕๒

ปิยะธิดา/ปรับปรุง

๑๗ พฤศจิกายน

๒๕๖๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๔๖ ง/หน้า ๙/๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขอบัตรอนุญาตขนส่งสินค้าและตู้สินค้าขาเข้าออกจากท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f33f7f220155234c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com