法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538 (ฉบับ Update ณ วันที่ 19/05/2540)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
115
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๓๘

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ว่าด้วยการพัสดุ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๔)

แห่งพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒

คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๓๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐

วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๑)

ว่าด้วยการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในข้อบังคับนี้

“การพัสดุ” หมายความว่า การจัดทำเอง การซื้อ การจ้าง

การจ้างที่ปรึกษา การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่ายและการดำเนินการอื่น ๆ

ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณหรือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามสัญญาเงินกู้จากต่างประเทศ

“การซื้อ” หมายความว่า

การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้งทดลอง และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ

แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” ให้หมายความรวมถึงการจ้างทำของและการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการจ้างเหมาบริการ

แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของ ททท. ตามข้อบังคับว่าด้วยลูกจ้าง

การรับขนในการเดินทางไปปฏิบัติงาน การจ้างที่ปรึกษา และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“การจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า การจ้างบริการจากที่ปรึกษาซึ่งจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

“ที่ปรึกษา” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม

สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านศึกษา สำรวจ

ออกแบบและควบคุมงานและการวิจัย

“ททท.” หมายความว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ ททท.” หมายความว่า คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ประธานกรรมการ ททท.” หมายความว่า ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า

พนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ

หรือผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากผู้ว่าการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามข้อบังคับนี้

“ผู้สั่งซื้อ” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ซื้อ

“ผู้สั่งจ้าง” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้จ้าง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ข้อบังคับนี้ใช้บังคับสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุซึ่งใช้เงินงบประมาณเงินรายได้ตามกฎหมายว่าด้วย

ททท. และเงินกู้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ว่าการจะมอบอำนาจตามข้อบังคับนี้โดยทำเป็นหนังสือให้แก่พนักงานผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้

แต่ให้คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจนั้นเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ภายในวงเงินที่ผู้ว่าการมีอำนาจ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามข้อบังคับนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา

ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริตหรือเป็นเหตุให้ ททท.

เสียหายอย่างร้ายแรงให้ดำเนินการ ลงโทษอย่างต่ำให้ออก

(๒) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ ททท. เสียหายแต่ไม่ร้ายแรง

ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน

(๓) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ ททท. เสียหาย

ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

การลงโทษตาม (๑) หรือ (๒) ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดในทางแพ่งหรือความรับผิดทางอาญา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การใดที่ไม่ได้กำหนดไว้หรือไม่อาจปฏิบัติได้ตามข้อบังคับนี้ ให้เสนอคณะกรรมการ

ททท. พิจารณากำหนดวิธีการซื้อหรือจ้าง หรือยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

เป็นกรณี ๆ ไป

การจัดหาพัสดุ

การซื้อและการจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การซื้อและการจ้าง ให้ ททท. ส่งเสริมพัสดุที่ผลิตในประเทศไทยหรือส่งเสริมกิจการของคนไทย

แล้วแต่กรณี

วิธีซื้อและวิธีจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การซื้อและการจ้างกระทำได้ ๕ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา

(๒) วิธีสอบราคา

(๓) วิธีประกวดราคา

(๔) วิธีพิเศษ

(๕) วิธีกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๒] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา

ได้แก่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๓] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา

ได้แก่การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐

บาท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๔] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ได้แก่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การซื้อหรือการจ้างตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใดหรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้

การซื้อหรือการจ้างซึ่งดำเนินการด้วยเงินกู้

ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างจะสั่งให้กระทำตามวงเงินที่สัญญาเงินกู้กำหนดก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๕] การซื้อโดยวิธีพิเศษ

ได้แก่การซื้อครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ

หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๒) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๓) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ

และหมายความรวมถึงอะไหล่รถประจำตำแหน่ง หรือยารักษาโรค

(๔) เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็น

หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของ ททท. และจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม

(๕) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๖) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง

(๗) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(๘)

เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๖] การจ้างโดยวิธีพิเศษ

ได้แก่การจ้างครั้งหนึ่งที่มีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑) เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

(๒) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้

(๓) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๔) เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน

หรือเพื่อประโยชน์แก่ ททท. และจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม

(๕) เป็นงานจ้างเหมาเกี่ยวกับการให้บริการนำเที่ยว

(๖) เป็นงานจ้างโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์

(๗) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

สำหรับสำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติ

จะซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่การซื้อหรือการจ้างในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง

(๒) การซื้อหรือการจ้างจากบริษัทที่ ททท.

ลงทุนหรือร่วมทุนด้วย

(๓)

การซื้อหรือการจ้างที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

และกรณีนี้ให้รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย

รายงานขอซื้อและขอจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี นอกจากการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามข้อ

๒๑ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(๓) ราคามาตรฐานหรือราคากลางของทางราชการหรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา

๑ ปีงบประมาณ

(๔) วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ

วงเงินตามโครงการเงินกู้ที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทั้งหมด

ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น

(๕)

กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๖)

วิธีที่จะซื้อหรือจ้างและเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง

ๆ ที่จำเป็นในการซื้อหรือจ้าง การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในวงเงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐

บาท และการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษกรณีเร่งด่วนตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓)

ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้ เจ้าหน้าที่พัสดุ

หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นจะทำรายงานตามวรรคหนึ่งเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้[๗]

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ

(๒) รายละเอียดของที่ดินหรือส่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อ

รวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ที่ต้องการ

(๓) ราคาประเมินของทางราชการในท้องที่นั้น

(๔)

ราคาซื้อขายของที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณที่จะซื้อครั้งหลังสุดประมาณ

๓ ราย

(๕) วงเงินที่จะซื้อ โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ

วงเงินตามโครงการเงินกู้ที่จะซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว

ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อในครั้งนั้น

(๖) วิธีที่จะซื้อและเหตุผลที่ต้องการซื้อโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง

ๆ ที่จำเป็นในการซื้อ การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา

การซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง

เว้นแต่การซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศที่จำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตามข้อ ๒๐ หรือข้อ ๒๑ แล้ว

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตามวิธีการซื้อหรือการจ้างนั้น ๆ ต่อไปได้

กรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในการดำเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้ง ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

แล้วแต่กรณี คือ

(๑) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

(๒) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา

(๓) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

(๔) คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

(๕) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(๖) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขาจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม

(๔) ก็ได้ และการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) และข้อ ๑๗ (๓) สำหรับส่วนกลางจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม

(๔) ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

คณะกรรมการตามข้อ ๒๓ แต่ละคณะ ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย

๒ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากพนักงานตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท. จะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการแทน

ในกรณีเมื่อถึงกำหนดเวลาการเปิดซองสอบราคาหรือรับซองประกวดราคาแล้วประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการในเวลานั้น

โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๓๑ (๑) หรือข้อ ๓๘ แล้วแต่กรณี

แล้วรายงานประธานกรรมการซึ่งผู้ว่าการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป

ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาเป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา

หรือแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

คณะกรรมการทุกคณะ

เว้นแต่คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

สำหรับการซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓)

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขา

จะแต่งตั้งพนักงานเพียงคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้

ส่วนการซื้อหรือการจ้างสำหรับกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติ

ให้ผู้จ่ายเงินค่าพัสดุหรืองานจ้าง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

ๆ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับ

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่า

กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ถือมติเอกฉันท์

ในกรณีกรรมการบางคนไม่ยอมรับพัสดุหรืองานจ้างนั้นโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้นำข้อ

๔๖ (๗) หรือข้อ ๔๗ (๕) แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับ สำหรับคณะกรรมการคณะอื่นถ้าผู้ใดไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ ๒๓ สำหรับสำนักงานสาขาถ้ามีพนักงานในสำนักงานนั้นไม่พอที่จะปฏิบัติตามข้อ

๒๔ หรือข้อ ๒๕ ได้ จะแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่ง และลูกจ้างของสำนักงานนั้นหรือบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการคณะหนึ่งคณะใดหรือทุกคณะก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุที่มีเทคนิคพิเศษและจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาเป็นการเฉพาะ

ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการที่จะพิจารณาว่าจ้างที่ปรึกษาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาในการซื้อหรือจ้างในขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใดได้ตามความจำเป็น

วิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง

แล้วจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๒๒

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทันให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้ว่าการ

และเมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม

วิธีสอบราคา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ก่อนวันเปิดซองสอบราคาไม่น้อยกว่า ๗ วัน

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคาและเอกสารสอบราคาไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้กับให้ปิดประกาศเผยแพร่การสอบราคาไว้โดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการของ ททท.

(๒) ในการยื่นซองสอบราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานกรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้น

และส่งถึง ททท. ก่อนวันเปิดซองสอบราคาโดยยื่นตรงต่อ ททท.

หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนกรณีที่ ททท. กำหนดให้ทำได้

(๓) ให้เจ้าหน้าที่ลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง

ในกรณีที่ผู้เสนอราคามายื่นซองโดยตรงให้ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซอง

สำหรับกรณีที่เป็นการยื่นซองทางไปรษณีย์ ให้ถือวันและเวลาที่ ททท.

ลงรับจากไปรษณีย์เป็นเวลารับซอง และให้ส่งมอบซองให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุทันที

(๔) ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซองและเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองสอบราคาให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

เอกสารสอบราคา ให้มีรายการทำนองเดียวกับเอกสารประกวดราคาตามข้อ ๓๕ เว้นแต่ไม่ต้องวางหลักประกันซอง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ คณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีหน้าที่ดังนี้

(๑)

เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของ

ผู้เสนอราคาทุกรายโดยเปิดเผยตาม วัน เวลาและสถานที่ที่กำหนด และตรวจสอบรายการเอกสารตามบัญชีของผู้เสนอราคาทุกรายแล้วให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา แคตตาล็อคหรือแบบรูปและรายการละเอียด

แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

(๓) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม

(๒) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท.

และเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

ททท. ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารสอบราคา ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ

ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการตามข้อ ๓๒

(๔)

ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาถูกต้องตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว

ให้คณะกรรมการดำเนินการตาม (๓) โดยอนุโลม

(๕) ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

(๑) เรียกผู้เสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้

หากผู้เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาแล้วราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

หรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีก แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างนั้นไม่เกินร้อยละ

๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม

ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

(๒) ถ้าดำเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล

ให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร

หากรายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม

หากผู้เสนอราคาต่ำสุดในการต่อรองราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว

ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

(๓) ถ้าดำเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล

ให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าการเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะสมควรลดรายการ ลดจำนวน

หรือลดเนื้องาน หรือขอเงินเพิ่มเติมหรือยกเลิกการสอบราคาเพื่อดำเนินการสอบราคาใหม่

วิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปิดประกาศประกวดราคาโดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการของ ททท. และส่งไปประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและศูนย์รวมข่าวประกวดราคา

โดยจะส่งประกาศไปลงในหนังสือพิมพ์ด้วยก็ได้ หากเห็นสมควรจะส่งประกาศดังกล่าวไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานโดยตรงหรือจะโฆษณาด้วยวิธีอื่นอีกก็ได้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

จะต้องกระทำก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การให้หรือขายเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาทั้งคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียด

ให้กระทำ ณ สถานที่ที่ผู้ต้องการสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามกับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อที่มีอาชีพขายหรือทำงานจ้างนั้นอย่างน้อยรายละ

๑ ชุด

ในกรณีที่มีการขาย ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่

ททท. ต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารประกวดราคานั้น

ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้นและมีการประกวดราคาใหม่

ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาครั้งก่อนมีสิทธิใช้เอกสารประกวดราคานั้นหรือได้รับเอกสารประกวดราคาใหม่

โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เอกสารประกวดราคาให้เป็นไปตามแบบที่ผู้ว่าการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ก่อนวันเปิดซองประกวดราคา หากมีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แก่

ททท. หรือมีความจำเป็นต้องแก้ไขคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมิได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น

ให้จัดทำเป็นเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติม และดำเนินการตามข้อ ๓๓ โดยอนุโลม

กับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือขอซื้อเอกสารประกวดราคาไปแล้วทุกรายด้วย

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซองประกวดราคาได้ทันตามกำหนดเดิม

ให้เลื่อนวันและเวลาการรับซอง การปิดการรับซอง

และการเปิดซองประกวดราคาตามความจำเป็นด้วย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

นอกจากกรณีที่กำหนดไว้ตามข้อ ๓๖ เมื่อถึงกำหนดวันรับซองประกวดราคาห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน

หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลารับซองและเปิดซองประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘[๘]

คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคามีหน้าที่ดังนี้

(๑) รับซองประกวดราคา ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อกำกับซองและบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด

(๒) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน

หากไม่ถูกต้องให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วย

กรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกันให้ส่งสำเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคาร

บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุน

หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ผู้ออกหนังสือค้ำประกันทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด้วย

(๓) รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคาพร้อมทั้งพัสดุตัวอย่าง

แคตตาล็อค หรือแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี) หากไม่ถูกต้องให้บันทึกในรายงานไว้ด้วย

(๔) เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองประกวดราคาแล้วห้ามรับซองประกวดราคา

หรือเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอีก

(๕) เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ของผู้เสนอราคาทุกรายโดยเปิดเผยตามเวลาและสถานที่ที่กำหนด และให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

ในกรณีที่มีการยื่นซองข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ

แยกจากซองข้อเสนอด้านราคาซึ่งต้องพิจารณาทางเทคนิคและอื่น ๆ ก่อน

ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อ ๔๒ ทวิ และข้อ ๔๒ จัตวา

คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาที่จะต้องดำเนินการต่อไป

(๖) ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมดและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมด้วยบันทึกรายงานการดำเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาทันทีในวันเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานต่าง

ๆ พัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค หรือแบบรูปและรายการละเอียด แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา

ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใดเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ

และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น

หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย ให้พิจารณาผ่อนปรนให้ผู้เข้าประกวดราคา

โดยไม่ตัดผู้เข้าประกวดราคารายนั้นออก

ในการพิจารณา

คณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสนอราคารายใดก็ได้

แต่จะให้ผู้เสนอราคารายใดเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้

(๒)

พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ตรวจสอบแล้วตาม (๑)

ซึ่งมีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท. แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

ททท. ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคา

ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ

ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาดำเนินการตามข้อ ๓๒ โดยอนุโลม

(๓) ให้คณะกรรมการรายงานผลพิจารณาและความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาได้ดำเนินการตามข้อ ๓๙ (๑) แล้วปรากฏว่ามีผู้เสนอราคารายเดียว

หรือมีผู้เสนอราคาหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาเพียงรายเดียว

โดยปกติให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคา

ก็ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๙ (๒) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีที่ไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนด

ให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น เพื่อดำเนินการประกวดราคาใหม่

หากผู้ว่าการเห็นว่าการประกวดราคาใหม่จะไม่ได้ผลดีจะสั่งให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ

๑๖ (๖) หรือข้อ ๑๗ (๖) แล้วแต่กรณี ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

หลังจากการประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือตกลงซื้อหรือจ้างกับผู้เสนอราคา

รายใด ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท. อันเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา

ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าประกวดราคาด้วยกันให้ผู้ว่าการพิจารณายกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ทวิ[๙]

การซื้อหรือการจ้างที่มีลักษณะจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุ

และหรือข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคา ซึ่งอาจจะมีข้อเสนอที่ไม่อยู่ในฐานเดียวกันเป็นเหตุให้มีปัญหาในการพิจารณาตัดสิน

และเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องให้มีการปรับปรุงข้อเสนอให้ครบถ้วนและเป็นไปตามความต้องการก่อนพิจารณาด้านราคา

ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการประกวดราคาโดยทั่วไปเว้นแต่กำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคายื่นซองประกวดราคาโดยแยกเป็น

(๑) ซองข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ

(๒) ซองข้อเสนอด้านราคา

ทั้งนี้ ให้กำหนดวิธีการ ขั้นตอน

และหลักเกณฑ์การพิจารณาไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ตรี[๑๐] เพื่อให้เป็นไปตามข้อ ๔๒ ทวิ

ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาทำหน้าที่เปิดซองเทคนิคของผู้เสนอราคา

แทนคณะกรรมการรับและเปิดซองตามข้อ ๓๘ (๕) และพิจารณาผลการประกวดราคาตามข้อ ๔๒ ทวิ

โดยถือปฏิบัติตามข้อ ๓๙ ในส่วนที่ไม่ขัดกับการดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค และข้อเสนออื่นของผู้เข้าเสนอราคาทุกราย

และคัดเลือกเฉพาะรายที่เสนอได้ตรงหรือใกล้เคียงตามมาตรฐานความต้องการของ ททท.

ในกรณีจำเป็นสามารถเรียกผู้เสนอราคามาชี้แจงในรายละเอียดข้อเสนอเป็นการเพิ่มเติมข้อหนึ่งข้อใดก็ได้

(๒) เปิดซองราคาเฉพาะรายที่ได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกตาม (๑)

แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่ประเมินราคาต่ำสุด

สำหรับรายอื่นที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้ส่งคืนซองข้อเสนอด้านราคาโดยไม่เปิดซอง

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ จัตวา[๑๑]

การซื้อหรือการจ้างที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเสนอราคายื่นข้อเสนอทางการเงินมาด้วย

ให้กำหนดให้ผู้เสนอราคายื่นซองข้อเสนอทางการเงินแยกมาต่างหาก และให้เปิดซองข้อเสนอทางการเงินพร้อมกับการเปิดซองราคาตามข้อ

๔๒ ตรี (๒) เพื่อทำการประเมินเปรียบเทียบต่อไป ทั้งนี้ ให้กำหนดวิธีการขั้นตอน

และหลักเกณฑ์การพิจารณาไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาด้วย

วิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓[๑๒] การซื้อโดยวิธีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีเป็นพัสดุจะขายทอดตลาด ให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีเจรจาตกลงราคา

(๒) ในกรณีเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจเสียหายแก่การปฏิบัติงานให้เชิญผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรงมาเสนอราคาหากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๓) ในกรณีเป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ

(๒)

(๔) ในกรณีที่เป็นพัสดุที่ได้ซื้อไว้แล้ว แต่มีความจำเป็นต้องใช้เพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วน

หรือเพื่อประโยชน์ของ ททท. ให้เจรจากับผู้ขายรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการส่งมอบเพื่อขอให้มีการขายพัสดุตามรายละเอียด

และราคาที่ต่ำกว่าหรือราคาเดิม ภายใต้เงื่อนไขที่ดีกว่าหรือเงื่อนไขเดิมโดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม

(ถ้ามี) เพื่อให้บังเกิดผลประโยชน์สูงสุดที่ ททท. จะได้รับ

(๕) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศให้เสนอผู้ว่าการเพื่อติดต่อสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ

หรือสืบราคาจากต่างประเทศแล้วเปรียบเทียบราคาในประเทศส่วนการซื้อโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศให้ติดต่อกับสำนักงานขององค์การระหว่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศโดยตรง

เว้นแต่กรณีที่ไม่มีสำนักงานในประเทศ ให้ติดต่อกับสำนักงานในต่างประเทศได้

(๖) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ

(๒)

(๗)

ในกรณีเป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดีให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรง

เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคา หรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป

หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรซื้อเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๘)

ในกรณีพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่งให้เชิญเจ้าของที่ดินโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ สำหรับการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ

ในกรณีจำเป็นจะติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ได้

ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔[๑๓] การจ้างโดยวิธีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๕) และ (๖) ให้เชิญผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่น

หรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้าง ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๒) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๔)

ให้เจรจากับผู้รับจ้างรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการส่งมอบเพื่อขอให้มีการจ้างตามรายละเอียด

และราคาที่ต่ำกว่าหรือราคาเดิม โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี)

เพื่อให้บังเกิดผลประโยชน์สูงสุดที่ ททท. จะได้รับ

(๓) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๗) ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป

หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรจ้างเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องถิ่น หรือราคาที่ประมาณได้

หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้าง ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

วิธีกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕[๑๔] การดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างจากผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อ

๑๙ ได้โดยตรง เว้นแต่การซื้อหรือการจ้างที่มีราคาไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าการตามข้อ

๒๒

การตรวจรับพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของ ททท. หรือที่ใช้พัสดุนั้น

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น

ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการก่อน

(๒)

ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์

จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา

หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น

ๆ ก็ได้

ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ

(๓)

โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง

แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒

ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ

เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินและรายงานให้ผู้ว่าการทราบ

ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบมีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา

หรือข้อตกลง ให้รายงานผู้ว่าการเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

(๕)

ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวนหรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องโดยถือปฏิบัติตาม

(๔) และโดยปกติให้รีบรายงานผู้ว่าการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓

วันทำการนับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ ททท.

ที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือเป็นหน่วย

ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์

ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น

และโดยปกติให้รีบรายงานผู้ว่าการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓

วันทำการนับแต่วันที่ตรวจพบ

(๗)

ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ถ้าผู้ว่าการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี

การตรวจการจ้างและการควบคุมงานก่อสร้าง

115 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538 (ฉบับ Update ณ วันที่ 19/05/2540) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f3b59003f23c98e4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com