法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 313 /2559 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 313 /2559

เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนคําขอรับชําระหนี้

ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558

เพื่อให้การปฏิบัติงานในหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับสํานวนคําขอรับชําระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและเป็น แนวทางเดียวกัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 จึงมี คําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับกับสํานวนคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2558 ซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ฝ่ายคําคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม ตรวจและรับคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ ในคดีล้มละลายที่ยื่นภายในกําหนด 2 เดือน แต่วันประกาศโฆษณาคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และตั้งสํานวนคําขอรับชําระหนี้พร้อมบันทึกข้อมูลระบบงานเสร็จแล้วรวบรวมสํานวนคําขอรับชําระหนี้ ส่งกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบภายในวันนั้น

ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระหนี้เกินกําหนดระยะเวลา ให้ฝ่ายคําคู่ความส่งคําขอ รับชําระหนี้ให้กองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบพิจารณาสั่งในวันนั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับ คําขอรับชําระหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบ หากมีคําสั่งรับคําขอรับชําระหนี้ไว้พิจารณา ให้ส่งฝ่ายคําคู่ความตั้งสํานวนคําขอรับชําระหนี้พร้อมบันทึกข้อมูลระบบงาน

กรณีเจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระหนี้โดยอาศัยเหตุตามมาตรา 91/1 ให้เจ้าหนี้นําส่งสําเนา คําสั่งอนุญาตของศาลฉบับเจ้าพนักงานศาลรับรองด้วย ถ้าไม่สามารถนําส่งได้ให้ยื่นคําชี้แจงเหตุขัดข้อง พร้อมนําส่งหลักฐานอื่นประกอบ เช่น สําเนาคําร้องที่ยื่นต่อศาล สําเนารายงานกระบวนพิจารณา และให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งให้เจ้าหนี้นําส่งสําเนาคําสั่งศาลฉบับเจ้าพนักงานศาลรับรองภายใน 15 วัน นับแต่วันยื่นขอรับชําระหนี้ หากพ้นกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว เจ้าหนี้ไม่นําส่งโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ให้ทราบแต่อย่างใด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งไม่รับคําขอไว้พิจารณา ทั้งนี้ถ้าในเวลายื่นคําขอ รับชําระหนี้ตามวรรคนี้อยู่ระหว่างการแบ่งทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งการรับคําขอรับชําระหนี้ ให้กองติดตามและเฉลี่ยทรัพย์สินในคดีล้มละลายทราบในทันที

การยื่นคําขอรับชําระหนี้ตามคําสั่งนี้ ให้หมายรวมถึงการยื่นคําขอรับชําระหนี้ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การดําเนินการสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในส่วนภูมิภาค เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ ให้สํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาคตรวจและรับคําขอรับชําระหนี้ไว้ และส่งสําเนาคําขอรับชําระหนี้ พร้อมขอลําดับเจ้าหนี้โดยทางโทรสารไปยังฝ่ายคําคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม เพื่อตั้งสํานวนไว้ ที่ส่วนกลาง และนําส่งต้นฉบับคําขอรับชําระหนี้ให้ฝ่ายค้าคู่ความโดยเร็ว เพื่อนําส่งให้กองบังคับคดีล้มละลาย

ที่รับผิดชอบสอบสวนและมีคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ต่อไป เว้นแต่กรณีมีเหตุอื่นอันสมควรอธิบดีหรือรองอธิบดี ผู้ได้รับมอบหมายอาจมีคําสั่งให้สํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาคดําเนินการแทนได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เจ้าพนักงานที่รับคําขอรับชําระหนี้แจ้งให้เจ้าหนี้นําส่งบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริง ประกอบมูลหนี้และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อนหรือภายในวันนัดตรวจ ค่าขอรับชําระหนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ ให้แจ้งบรรดาเจ้าหนี้ทราบว่า หากประสงค์จะโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้รายใดให้ยื่นคําโต้แย้งเป็นหนังสือพร้อมสําเนา ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วันนับแต่วันตรวจคําขอรับชําระหนี้

กรณีเจ้าหนี้ได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ตามคําสั่งศาลตามมาตรา 91/1 ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รีบนัดบรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้มาพร้อมกันเพื่อตรวจคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ หากไม่มา ให้ถือว่าไม่ติดใจโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ กรณีเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ที่ประสงค์จะโต้แย้งให้ยื่นคําโต้แย้ง เป็นหนังสือพร้อมสําเนาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันตรวจคําขอรับชําระหนี้ ทั้งนี้ ไม่กระทบถึงการใดที่ศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ดําเนินการไปแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สํานวนคําขอรับชําระหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้มิได้เป็นบุคคลภายในของลูกหนี้ เมื่อลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ไม่ได้โต้แย้ง ไม่ว่าเป็นหนี้ประเภทใด และไม่มีเหตุอันสมควรสงสัยว่าจะเป็นหนี้ที่ขอรับชําระหนี้ ไม่ได้ตามมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่ง คําขอรับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 ภายใน 15 วันนับแต่วันครบกําหนดโต้แย้งคําขอ รับชําระหนี้ตามข้อ 5 โดยไม่ต้องทําการสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัดสอบสวน ไปยังเจ้าหนี้และผู้โต้แย้งภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ครบกําหนดโต้แย้ง และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กําหนดวันนัดสอบสวนเจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งไว้รวม 2 นัด ห่างกันไม่เกิน 15 วัน และแจ้งไปด้วยว่า เมื่อถึงกําหนดนัดถ้าเจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งไม่นําพยานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนตามกําหนดนัด โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง หรือร้องขอเลื่อน เจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งยินยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนิน กระบวนพิจารณาต่อไปได้ โดยถือว่าฝ่ายที่ไม่มาไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานไปให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์สอบสวน ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะได้มีคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสํานวนต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น แต่ทั้งนี้มิให้เลื่อนไป เกินกว่า 20 วันนับแต่วันขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ หากการขอเลื่อนไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การสอบสวน

กรณีคําขอรับชําระหนี้มีหลายมูลหนี้หรือมีผู้โต้แย้งและเจ้าหนี้ยื่นคําร้องขอเลื่อน การสอบสวนออกไปเกิน 20 วัน หรือเลื่อนการสอบสวนมากกว่าหนึ่งนัด เมื่อมีเหตุจําเป็นอย่างยิ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจใช้ดุลยพินิจอนุญาตให้เลื่อนได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในวันนัดตรวจค่าขอรับชําระหนี้ เมื่อปรากฏว่าเจ้าหนี้รายใดยื่นคําขอรับชําระหนี้ ตามมาตรา 96(3) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ซึ่งยังไม่มีการยึดทรัพย์ไว้ในคดีแพ่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าหนี้ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

8.1 กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถมีคําสั่งคําขอ รับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 โดยไม่ต้องสอบสวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้ง เจ้าหนี้ให้ส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์หลักประกันต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 15 วันนับแต่วัน ตรวจคําขอรับชําระหนี้พร้อมให้ยึดทรัพย์หลักประกันในวันเดียวกันนั้น

8.2 กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่ต้องทําการสอบสวน ในหมายนัดสอบสวนพยาน เจ้าหนี้นัดแรก ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้เจ้าหนี้ดําเนินการดังกล่าวข้างต้นในวันที่กําหนดนัด สอบสวนพยานเจ้าหนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2558 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 ให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันเสร็จการสอบสวน ทั้งนี้ไม่นับรวมเวลาในการส่งสํานวน ให้นักบัญชีคิดยอดหนี้

ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้รับผิดชอบรายงานตามลําดับเพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกอง หรือผู้ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการพิจารณามีคําสั่งในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในคดีล้มละลาย ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และมีประสบการณ์ในด้านการบังคับคดี ล้มละลายไม่น้อยกว่า 2 ปี เป็นผู้มีอํานาจพิจารณาและมีคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ โดยต้องมีเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อย่างน้อยสองคน จึงเป็นองค์คณะที่มีอํานาจ และหนึ่งในองค์คณะต้องเป็นเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ตั้งแต่ระดับชํานาญการพิเศษขึ้นไปเป็นองค์คณะ โดยให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

10.1 คําขอรับชําระหนี้ที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินยี่สิบล้านบาท ต้องมีเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ระดับชํานาญการพิเศษเป็นองค์คณะ

10.2 คําขอรับชําระหนี้ที่มีทุนทรัพย์เกินกว่ายี่สิบล้านบาทแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท ต้องมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระดับผู้อํานวยการกองเป็นองค์คณะ

10.3 คําขอรับชําระหนี้ที่มีทุนทรัพย์เกินกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทแต่ไม่เกินห้าร้อยล้านบาท ต้องมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระดับผู้อํานวยการกองและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระดับผู้เชี่ยวชาญเป็นองค์คณะ

10.4 คําขอรับชําระหนี้ที่มีทุนทรัพย์เกินกว่าห้าร้อยล้านบาท ต้องมีเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ระดับผู้อํานวยการกองและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระดับผู้เชี่ยวชาญเป็นองค์คณะ โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระดับอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งสํานวนคําขอรับชําระหนี้แล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แจ้งคําสั่งให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้โต้แย้ง(หากมี) ทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอความเห็นว่าควรอุทธรณ์ หรือไม่อุทธรณ์ คําพิพากษาหรือคําสั่งศาลต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายก่อนที่จะครบกําหนดระยะเวลานั้นๆ ไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมีเหตุขัดข้อง จําเป็นต้องเสนอความเห็นช้ากว่ากําหนดดังกล่าวให้รายงานเหตุขัดข้องดังกล่าวให้อธิบดี หรือรองอธิบดี ผู้ได้รับมอบหมายทราบ และกรณีมีความจําเป็นให้ยื่นคําร้องเพื่อขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งอนุญาตให้ได้รับชําระหนี้เต็มจํานวนหรือชําระหนี้บางส่วน หากปรากฏต่อมาว่าการพิจารณามีคําสั่งเป็นไปโดยผิดหลง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีอํานาจยกคําขอรับชําระหนี้ หรือลดจํานวนหนี้ที่ได้มีคําสั่งอนุญาตไปแล้วได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) ได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนในเรื่องหนี้สิน และข้อตกลงหรือข้อกําหนดตาม สัญญาหรือตามกฎหมายในการก่อหนี้ด้อยสิทธิไว้ให้ชัดเจนว่า เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) จะได้รับ ชําระหนี้ต่อเมื่อเจ้าหนี้รายใดบ้างได้รับชําระหนี้ก่อน ตลอดจนวิธีการก่อหนี้ด้อยสิทธิว่าเป็น รูปแบบ : หนี้ด้อยสิทธิไม่ชําระหนี้ (Contractual Subordination) กล่าวคือ เจ้าหนี้ลําดับรองจะไม่ยอมรับชําระหนี้ จนกว่าเจ้าหนี้ลําดับแรกจะได้รับชําระหนี้จนครบถ้วน หรือเป็น รูปแบบ : หนี้ด้อยสิทธิส่งคืน (Turnover Subordination) กล่าวคือ เจ้าหนี้ลําดับรองตกลงว่าจะถือทรัพย์สินที่ตนได้รับชําระหนี้ จากลูกหนี้ไว้แทน เจ้าหนี้ลําดับแรกหรือจะส่งมอบทรัพย์สินที่ตนได้รับชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรกจนกว่าที่เจ้าหนี้ลําดับแรก จะได้รับการชําระหนี้จนครบถ้วน และเมื่อได้ทําการสอบสวนพยานฝ่ายเจ้าหนี้และฝ่ายลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อื่น ผู้โต้แย้งเสร็จ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 ว่าเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) จะได้รับชําระหนี้เป็นเงินจํานวนเท่าใด ตามมาตรา 130(7) และมี เงื่อนไขในการที่จะได้รับชําระหนี้ภายหลังเจ้าหนี้อื่นรายใดบ้างตลอดจนรูปแบบการก่อหนี้ด้อยสิทธิ ว่าเป็นรูปแบบใดดังกล่าวข้างต้นชัดเจน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจพบว่าคดีล้มละลายคดีใดเป็นคดีล้มละลาย ที่ไม่มีทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จดรายงานงดําเนินการสํานวนค่าขอรับชําระหนี้ไว้จนกว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เพียงพอที่จะทําการแบ่งทรัพย์สินได้

อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

(ลงชื่อ) รื่นวดี สุวรรณมงคล

(นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล)

อธิบดีกรมบังคับคดี

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 313 /2559 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f3c21cfddd22f05b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com