法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่ระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นระเบียบที่วางแนวทางในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว

และมีบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานในปัจจุบัน ประกอบกับได้มีพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย

พ.ศ. ๒๕๕๘ ออกใช้บังคับ ดังนั้น จึงสมควรปรับปรุงระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๕๕ เพื่อให้การปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นไปอย่างเหมาะสม

และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกอบมาตรา ๒๕

แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ.

๒๕๕๐ และข้อ ๒๐ ของระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๓

และระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ

คำสั่ง ประกาศ

หรือหลักปฏิบัติอื่นใดของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า

ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

“หน่วยงานในสังกัด” หมายความว่า

หน่วยงานภายในของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยตั้งแต่ระดับฝ่าย สำนัก กอง และแผนก

หรือเทียบเท่า

“หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า กองข้อมูลข่าวสาร สำนักผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยจากสภาพของสิ่งนั้นเอง

หรือผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ

แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพ หรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์

หรือวิธีการอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้

“ข้อมูลข่าวสารลับ” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ ที่มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือที่เกี่ยวกับเอกชน

ซึ่งมีการกำหนดให้มีชั้นความลับเป็น ชั้นลับ ชั้นลับมาก หรือชั้นลับที่สุด

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและประโยชน์แห่งรัฐประกอบกัน

“ข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารทั้งปวงของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

“ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ว่าการรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้ผู้ว่าการวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง

เรียกว่า “คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการทุกฝ่ายทุกสำนัก ยกเว้น

สำนักตรวจสอบภายใน เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการกองทุกกองที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดฝ่ายหรือสำนัก

เป็นกรรมการ โดยให้ผู้อำนวยการกองข้อมูลข่าวสาร เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์

และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐ และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

ในส่วนที่เกี่ยวกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

(๒) พิจารณาเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖

และพิจารณาตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายอื่น

ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๓) พิจารณาข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (เอกสารประวัติศาสตร์)

ในการส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๔) ให้คำแนะนำหรือความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก

(๕)

ให้คำแนะนำหรือความเห็นกรณีมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ในส่วนที่เกี่ยวกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

(๖) แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการใด ๆ

ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน (แล้วแต่กรณี)

เพื่อช่วยปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ ที่สอดคล้องและสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

ตามความเหมาะสมพร้อมทั้งมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้แก่คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร

(๘) ดำเนินงานเรื่องอื่นใดตามที่ผู้ว่าการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมคณะกรรมการต้องมีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งครั้งและมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่ได้อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

และถ้ากรรมการท่านใดไม่สามารถมาประชุมได้ให้มอบหมายพนักงานในสังกัดตั้งแต่ระดับ ๗

ขึ้นไปเข้าร่วมประชุมแทน

โดยให้ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับกรรมการผู้ที่มอบหมายทุกประการ

กรณีกรรมการหรือผู้แทนกรรมการท่านใดไม่เข้าร่วมการประชุมโดยไม่แจ้งเหตุให้ทราบให้ถือว่ากรรมการท่านนั้นขาดการประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการ หรือผู้แทนกรรมการหนึ่งคนให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มติของคณะกรรมการทุกเรื่องจะสามารถนำไปดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อได้จัดส่งรายงานการประชุมให้ผู้ว่าการทราบแล้ว

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารจัดแยกประเภทและจัดทำดรรชนีข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยมีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้หน่วยงานในสังกัด จัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแล

โดยให้แยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ตามมาตรา ๙

(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น ตามมาตรา ๑๑

การจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยว่า

เป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้ตามมาตรา ๑๔ หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยตามมาตรา

๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือไม่ด้วย

ให้หน่วยงานในสังกัดส่งข้อมูลข่าวสารตาม (๑) และ (๒)

ไปยังหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการดำเนินงานตามข้อ

๑๒ ให้หน่วยงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแลตรวจสอบ ติดตาม

และประสานงานในการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทันสมัยอยู่เสมอ

วิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารลับ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารลับมิให้รั่วไหล

และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎหมาย

หรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจัดทำระเบียบ คำสั่ง ประกาศ

หรือหลักปฏิบัติอื่นใดให้สอดคล้องกับระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎหมาย หรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามความเหมาะสม

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ใดประสงค์เข้าตรวจดูหรือขอสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามแบบท้ายระเบียบนี้ต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือยื่นต่อหน่วยงานในสังกัดที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข่าวสารนั้น

ในกรณีการขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานในสังกัดโดยตรง ให้หน่วยงานในสังกัดที่ให้ข้อมูลข่าวสารแจ้งการขอข้อมูลข่าวสารให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารทราบด้วย

เพื่อรวบรวมและจัดทำรายงานประจำปี

รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี

และกระทรวงคมนาคม ทราบต่อไป

ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่าข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้น

เป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือของหน่วยงานในสังกัดอื่นและให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

ให้เสนอเรื่องต่อบุคคลตามข้อ ๑๖ (๑) เพื่อพิจารณา

(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดให้ประสานงานไปยังหน่วยงานดังกล่าว

เพื่อดำเนินการให้บุคคลผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๖ (๒) เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร

(๑) ผู้อำนวยการกองข้อมูลข่าวสาร หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย

สำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับหรือเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้ผู้อำนวยการกองข้อมูลข่าวสาร เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

(๒) หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด

หรือผู้ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดมอบหมายสำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดตน

เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับหรือเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง

หรือเทียบเท่าขึ้นไปของหน่วยงานในสังกัดที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารนั้น

เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

(๓) คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร สำหรับข้อมูลข่าวสารทุกประเภท

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจตาม (๑) และ (๒)

ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่

ให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารตาม (๓) เพื่อพิจารณาวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๖ (๑)

หรือ (๒) มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือหน่วยงานในสังกัด จัดส่งข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้นได้ที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือที่หน่วยงานในสังกัดที่ครอบครอง หรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารนั้น

ภายในวันที่มีคำสั่งอนุญาต

หากกรณีที่ข้อมูลข่าวสารมีจำนวนมากหรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน

จะต้องแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย

ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดใด หากหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารร้องขอ

ให้หน่วยงานในสังกัดนั้น จัดส่งข้อมูลข่าวสารหรือสำเนาข้อมูลข่าวสารให้แก่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารโดยเร็ว

หรือแจ้งตอบภายในห้าวันนับตั้งแต่ได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

ว่าจะจัดส่งข้อมูลข่าวสารตามที่ร้องขอ

เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้นได้เมื่อใด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๖

มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา

๑๘ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ข้อมูลข่าวสารใดหากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ

คำสั่ง

หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตไว้เป็นพิเศษให้ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ

ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

มีหน้าที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารตามระเบียบนี้ และประสานงานกับหน่วยงานในสังกัด

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการดังนี้

(๑) รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันสมัย

และที่เปิดเผยได้ไว้เพื่อจำหน่ายหรือจ่ายแจก

(๒) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ผู้ยืนคำขอ

(๓)

ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมเหตุผล

(๔)

ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสาร

(๕) กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการขอข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อมีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้

หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน

และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอผู้อำนวยการข้อมูลข่าวสาร หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป

กรณีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานในสังกัด

ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้

หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน

และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป

ในกรณีการขอข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ โทรสาร

หรือวิธีการอื่นใดนอกจากการติดต่อด้วยตนเองตามวรรคแรกและวรรคสอง

ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัด

เป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้ และให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นการขอโดยวิธีใด

แล้วนำเสนอผู้มีอำนาจตามวรรคแรกหรือวรรคสองพิจารณาดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการดำเนินการตามข้อ ๒๑

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและหน่วยงานในสังกัด จัดเก็บสถิติผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทุกกรณี

และให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งสถิติดังกล่าวให้แก่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารภายในเดือนตุลาคมของทุกปี

และให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารรวบรวมสถิติของผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทั้งหมด

รายงานต่อ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

และกระทรวงคมนาคม ต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือหน่วยงานในสังกัด ดำเนินการในการให้ข้อมูลข่าวสารดังนี้

(๑)

ให้ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐ แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาลงนามเพื่อรับเอกสารที่ร้องขอโดยเร็ว

(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารใดที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือหน่วยงานในสังกัด ไม่สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่

ให้ส่งข้อมูลข่าวสารนั้นเสนอคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

เพื่อพิจาณาวินิจฉัยว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่

(๓)

อำนวยความสะดวกและหรือประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลข่าวสาร

ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลข่าวสารอยู่ที่หน่วยงานนั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสาร

หรือครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร

จะต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารประสงค์ให้รับรองสำเนาถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร

หรือหน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสาร ตั้งแต่ระดับหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าขึ้นไป

เป็นผู้ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

การยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือการลดอัตราค่าธรรมเนียมการขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

ให้เป็นไปตามประกาศการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เรื่อง

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำหนด

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร หรือหน่วยงานในสังกัด

เมื่อรับคำขอ และค่าธรรมเนียมการขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องตามประกาศการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เรื่อง

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยไว้แล้ว

ให้นำส่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ฝ่ายการเงินและบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ฝ่ายการเงินและบัญชีกำหนด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เป็นศูนย์กลางการรับเรื่องและให้บริการข้อมูลข่าวสารโดยเป็นสถานที่ติดต่อสอบถาม

และรับคำขอจากผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้แผนกวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

ที่เป็นหน่วยงานดูแลศูนย์ข้อมูลข่าวสารมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) แนะนำ กำกับ ดูแล

การให้บริการข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร

(๒) ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน

หรือบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ของผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสาร

ให้ตรงกับการกรอกข้อความในแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร

(๓) จัดให้มีแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร

สำหรับผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารโดยจัดบริการไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบฉบับนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

หรือจนกว่าจะสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้

ประกาศ

ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ณรงค์ เขียดเดช

ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปุณิกา/อัญชลี/จัดทำ

๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๙ พฤศจิกายน

๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๗๓ ง/หน้า ๑/๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f3ed0d6eff57b6f5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com