法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.พ. (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.พ.

(พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือน

เพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๘ (๕)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. จึงออกกฎ ก.พ.

ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงแต่ละกระทรวง

ทบวงที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวงแต่ละทบวง

และส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวงแต่ละส่วนราชการเป็นหน่วยเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา

๖ (๒)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๖ (๒) ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง

ให้ดำเนินการก่อนที่กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งไว้แล้วจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้

(๑) ให้สำนักงาน ก.พ.

จัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๖ (๒)

อยู่ในวันที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด โดยแยกเป็นแต่ละหน่วยเลือก แล้วส่งบัญชีรายชื่อของแต่ละหน่วยเลือกไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้น

ๆ ทราบ

(๒) ในกรณีที่ในหน่วยเลือกของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยเลือกของกระทรวงหรือของทบวงใดตามข้อ

๑ มีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อหน่วยเลือกละไม่เกินสามคนหรือในหน่วยเลือกของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวงใดมีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อหน่วยเลือกละหนึ่งคน

ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นผู้เลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา

๖ (๒)

(๓) ในกรณีที่หน่วยเลือกใดมีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเกินกว่าจำนวนใน

(๒) ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อของหน่วยเลือกนั้นเลือกกันเองเพื่อให้มีจำนวนตาม (๒)

โดยให้สำนักงาน ก.พ. ส่งบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตามแบบท้ายกฎ ก.พ. นี้

ซึ่งลงลายมือชื่อของเลขาธิการ ก.พ.

แล้วไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อของหน่วยเลือกนั้น เพื่อให้เลือกข้าราชการพลเรือนจากรายชื่อในบัญชีดังกล่าว

โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกไม่เกินจำนวนใน (๒)

พร้อมกับลงลายมือชื่อของผู้เลือกลงในบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนแล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือกกลับคืนให้สำนักงาน

ก.พ. ภายในวันที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด

ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนสำนักงานก.พ. โดยตรง ให้ถือวันที่สำนักงาน

ก.พ. ได้รับบัตรเป็นวันส่ง ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับลงทะเบียนเป็นวันส่ง ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ไม่ลงทะเบียน

ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่ง

(๔) ให้สำนักงาน ก.พ.

รวบรวมบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่ได้รับกลับคืนตาม (๓) เพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน

โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนนขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ

๘ ขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน

(๕) การตรวจนับคะแนนของคณะกรรมการตาม (๔)

ให้กระทำโดยเปิดเผยและต้องมีกรรมการอยู่พร้อมกันไม่น้อยกว่าสามคน

บัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

ให้ถือเป็นบัตรเสีย และไม่ให้นับเป็นคะแนน คือ

(ก) บัตรที่ไม่มีตราชื่อส่วนราชการสำนักงาน ก.พ.

(ข) บัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของเลขาธิการ ก.พ.

(ค) บัตรที่เลือกเกินจำนวนตาม (๒)

(ง) บัตรที่มีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า ตกเติม หรือเขียนซ้ำ

โดยไม่ลงลายมือชื่อผู้

เลือกกำกับ

(จ) บัตรที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้เลือก

(ฉ) บัตรที่ส่งกลับคืนช้ากว่าวันที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดตาม (๓)

เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว

ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำเป็นรายหน่วยเลือก

พร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน

ให้เลขาธิการ ก.พ. จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้าคณะกรรมการตรวจนับคะแนนเพื่อเรียงลำดับที่

บัญชีรายชื่อดังกล่าวให้มีกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อรับรอง

(๖) ให้เลขาธิการ ก.พ.

ประกาศรายชื่อผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งถึงที่สามในบัญชีรายชื่อตาม (๕)

ในหน่วยเลือกของสำนักนายกรัฐมนตรี ของกระทรวงแต่ละกระทรวง ของทบวงแต่ละทบวง

และผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งในหน่วยเลือกของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวง

หรือทบวงแต่ละส่วนราชการ เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นผู้เลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา

๖ (๒) โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงาน ก.พ.

(๗) ให้สำนักงาน ก.พ. นำรายชื่อข้าราชการพลเรือนตาม (๒) และ

(๖) มากำหนดหมายเลขประจำตัวของแต่ละคน

แล้วทำบัญชีรวมรายชื่อข้าราชการพลเรือนดังกล่าวส่งให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นทุกคนก่อนวันเลือกตาม

(๘) ไม่น้อยกว่าห้าวันทำการ

(๘) ให้สำนักงาน ก.พ. มีหนังสือนัดผู้มีชื่อในบัญชีรวมรายชื่อตาม

(๗) ไปออกเสียงลงคะแนนตามวัน เวลา สถานที่ และวิธีการที่สำนักงาน ก.พ.

กำหนดเพื่อเลือกผู้มีชื่อในบัญชีรวมรายชื่อนั้นเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา

๖ (๒)

(๙) ในการออกเสียงลงคะแนนตาม (๘) ให้สำนักงาน ก.พ.

แจกบัตรออกเสียงลงคะแนนเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนแก่ผู้มีชื่อในบัญชีรวมรายชื่อตาม

(๗) ที่มาออกเสียงลงคะแนน เมื่อผู้มีชื่อดังกล่าวออกเสียงลงคะแนนแล้ว ให้สำนัก งาน

ก.พ. ดำเนินการตรวจนับคะแนนและเรียงลำดับที่ตามวิธีการใน (๔) และ (๕) โดยอนุโลม

และจัดทำบัญชีรวมรายชื่อผู้ได้รับพร้อมด้วยคะแนนที่ได้รับเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำ

แล้วให้เลขาธิการ ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ

สำนักงาน ก.พ.

(๑๐) ให้สำนักงาน ก.พ.

ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับเลือกตาม (๙) เพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกที่ได้คะแนนสูงตามลำดับห้าคนซึ่งอยู่ต่างหน่วยเลือกกัน

และมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในมาตรา ๖

เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนต่อไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในกรณีที่กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามมาตรา

๖ (๒) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ และจะต้องแต่งตั้งกรรมการแทนให้ สำนักงาน ก.พ.

นำรายชื่อผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๒ (๙) ที่เหลืออยู่ในบัญชีรวมรายชื่อมาตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกที่ได้คะแนนสูงตามลำดับ

ซึ่งอยู่ต่างหน่วยเลือกกับผู้ที่เป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๖ (๒)

อยู่แล้วเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนแทนต่อไป ในกรณีที่ไม่มีผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรวมรายชื่อดังกล่าว

ให้ดำเนินการเลือกใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การสรรหาผู้สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ

เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๖ (๑)

ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้ดำเนินการก่อนที่กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งไว้แล้วจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(๑) ให้เลขาธิการ ก.พ.

แจ้งให้กรรมการข้าราชการพลเรือนโดยตำแหน่งตามมาตรา ๖ และข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับเลือกตามข้อ

๒ (๑๐) เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๖ (๑)

ซึ่งยินยอมให้เสนอชื่อ ไปยังสำนักงาน ก.พ. ภายในระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ.

กำหนด ทั้งนี้

ให้ผู้เสนอชื่อแต่ละคนเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้ด้านละหนึ่งคน

พร้อมทั้งผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคน โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหลายด้านก็ได้

(๒) ให้สำนักงาน ก.พ. ทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีผู้เสนอชื่อตาม

(๑) แยกเป็นด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๖ (๑)

พร้อมทั้งระบุผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนไว้ด้วย

ในกรณีที่ผู้ใดได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้านก็ให้ระบุชื่อผู้นั้นไว้ทุกด้าน

(๓) ให้สำนักงาน ก.พ. จัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างกรรมการข้าราชการพลเรือนโดยตำแหน่งกับข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับเลือกตามข้อ

๒ (๑๐) เพื่อร่วมกันสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖ (๑) จากบัญชีรายชื่อตาม (๒)

โดยให้ประธาน ก.พ. เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธาน ก.พ.

ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกผู้เข้าประชุมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

(๔) ให้ผู้เข้าประชุมตาม (๓) แต่ละคน

เลือกผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖ (๑)จากบัญชีรายชื่อตาม (๒)

ได้ด้านละหนึ่งคนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน

(๕) ให้สำนักงาน ก.พ. ตรวจนับคะแนนการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิตาม

(๔) แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเลือกในแต่ละด้านไว้

โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำ ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมตาม (๓) จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นเพื่อเรียงลำดับที่

(๖) ให้สำนักงาน ก.พ. ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับเลือกตาม

(๕) เพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในมาตรา ๖

และให้ผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งในบัญชีตาม (๕)

ในแต่ละด้านที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน

แต่ในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกในลำดับที่หนึ่งมีชื่อผู้ที่ไม่เคยเป็นข้าราชการหรือเคยเป็นข้าราชการแต่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าจำนวนเกินกว่าสามคน

ให้ที่ประชุมตาม (๓) คัดชื่อผู้ที่เกินออกในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งในด้านใดไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนอยู่ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นด้วยเหตุใด

ๆ ให้ผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาในด้านนั้นเป็นผู้อยู่ในลำดับที่หนึ่งแทน

ในกรณีที่ผู้ใดได้รับเลือกอยู่ในลำดับที่หนึ่งหลายด้าน

ให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นเป็นผู้เลือกว่าจะให้ผู้นั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในบัญชีด้านใด

ถ้ามีผู้เสนอชื่อผู้นั้นหลายคน ให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นร่วมกันเลือก

ในกรณีที่จะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนเกินกว่าห้าคนให้ที่ประชุมตาม

(๓) เลือกผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาในด้านที่ต้องการเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน ทั้งนี้

เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพร้อมกับ

ผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๒ (๑๐)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านใดพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ

และจะต้องแต่งตั้งกรรมการแทน ให้ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ

๔ โดยอนุโลม เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนแทนต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา

๖ (๑) และ (๒) ในระยะเริ่มแรกที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ดำเนินการตามกฎ ก.พ. นี้ โดยอนุโลม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เกษม สุวรรณกุล

รองนายกรัฐมนตรี

ผู้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ.

ตราชื่อส่วนราชการสำนักงาน

ก.พ.

บัตรเลือกข้าราชการพลเรือน

เพื่อเลือกเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน

ท้ายกฎ ก.พ. (พ.ศ.

๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕ ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือก

ข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน

ข้าพเจ้า.................................... เลือกผู้มีชื่อข้างท้ายนี้

เพื่อเลือกเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนคือ

๑. .............................................

๒. .............................................

๓. .............................................

(ลายมือชื่อ)

............................................ ผู้เลือก

(......................................... )

(ลายมือชื่อ) ............................................

(........................................... )

เลขาธิการ ก.พ.

หมายเหตุ ๑.

ในสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวงเลือกได้หน่วยละไม่เกิน

๓ ชื่อ

๒.

ในส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวงให้เลือกได้ไม่เกินหน่วยละ

๑ ชื่อ

๓.

ให้ส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือกไปยังสำนักงาน ก.พ. พร้อมกับบัตรเลือกนี้ภายในวันที่

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ

ก.พ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๘๓/หน้า ๑/๓ สิงหาคม ๒๕๓๕

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.พ. (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f3efd30bd3e53b97

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com