ข้อ ๓
อำนาจหน้าที่และวิธีดำเนินงานของส่วนราชการในกรมทรัพยากรน้ำ
โดยสรุปดังต่อไปนี้
(๑) สำนักเลขานุการกรม
มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของกรม
และราชการอื่นที่มิได้แยกให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ
อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
(ก) ปฏิบัติงานสารบรรณของกรม
(ข) จัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของกรม
(ค) ดำเนินงานเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี
การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่และยานพาหนะของกรม
(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ
งานเลขานุการ และงานประสานราชการของกรม
(จ) ดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานของกรม
(ฉ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๒) ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา วิเคราะห์
และกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยเกี่ยวกับน้ำ
(ข) เสนอแนะแนวทาง แผนแม่บท มาตรการ
รวมทั้งประสานการนำแผนไปสู่การปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขวิกฤติน้ำ
(ค) สร้างระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และเตือนภัย
(ง)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๓) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา ออกแบบ
และพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์และบริหารจัดการระบบเครือข่าย และเป็นศูนย์ข้อมูลของกรม
(ข) พัฒนาระบบสารสนเทศด้านทรัพยากรน้ำ
(ค) ให้บริการและเผยแพร่ข้อสนเทศทรัพยากรน้ำ
(ง)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๔) สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรน้ำ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) เสนอแนะนโยบาย แผนแม่บท
และมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการ พัฒนาอนุรักษ์
ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ
(ข) เสนอแนะแนวทาง กรอบแผนงาน และมาตรการในการจัดทำแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ
(ค) พิจารณา กลั่นกรอง เสนอแนะ และประสานแผน
(ง)
ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ
(จ)
ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
(ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๕) สำนักบริหารจัดการน้ำ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) พัฒนาวิชาการ มาตรฐาน รูปแบบ หลักเกณฑ์
และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
รวมทั้งการพัฒนาระบบและบำรุงรักษาระบบเพื่อการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอื่นๆ
(ข) ให้การสนับสนุนและคำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ
และมาตรฐานหลักเกณฑ์ด้านบริหารจัดการน้ำแก่หน่วยงานของรัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน
(ค) ตรวจสอบ กำกับ ดูแลกิจการประปาสัมปทาน
(ง)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๖) สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้
ข้อมูลข่าวสาร เทคนิควิชาการ และบุคลากรกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ
(ข) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงและคณะกรรมการระหว่างประเทศของฝ่ายไทย
(ค) ถ่ายทอดประสบการณ์
เทคนิควิชาการจากเวทีการประชุมระหว่างประเทศมาเผยแพร่ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในกรมและผู้มีส่วนได้เสียอื่น
(ง) ติดต่อประสานงาน เข้าร่วมเจรจา เตรียมการต่างๆ
เกี่ยวกับโครงการความร่วมมือโครงการเงินกู้และโครงการความช่วยเหลือจากต่างประเทศของกรม
(จ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๗) สำนักพัฒนาแหล่งน้ำ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา ประเมินศักยภาพและวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการ
กำหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ และวางระบบโครงข่ายการพัฒนา บริหารจัดการ ปรับปรุง
บำรุงรักษา
(ข) พัฒนาและจัดทำมาตรฐาน ข้อกำหนด หลักเกณฑ์
และคู่มือด้านการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งน้ำ
(ค) เฝ้าระวัง กำกับ ดูแล
ตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งน้ำ
(ง) ให้การสนับสนุนและคำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ
การพัฒนาและบำรุงรักษาแหล่งน้ำให้กับหน่วยงานระดับภาค คณะกรรมการลุ่มน้ำ
หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(จ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๘) สำนักวิจัย พัฒนา และอุทกวิทยา
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา วิจัยด้านอุทกวิทยา
และจัดทำแผนที่อุทกวิทยา
(ข) ศึกษา วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ รูปแบบ
และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
(ค) วิเคราะห์ปริมาณและคุณภาพน้ำในภาพรวม วางแผน
พัฒนา ทดสอบวัสดุอุปกรณ์ในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
(ง) วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลและสถิติต่างๆ
ด้านอุทกวิทยา
(ฉ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๙) สำนักส่งเสริมและประสานมวลชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก)
ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ
(ข) ส่งเสริมการรวมกลุ่ม การมีส่วนร่วม
และการสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
(ค)
ส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยใช้กลไกคณะกรรมการลุ่มน้ำ
(ง) พัฒนาให้ความรู้และเพิ่มทักษะแก่บุคลากรด้านทรัพยากรน้ำ
และด้านอื่นๆ
รวมทั้งรณรงค์ทำความเข้าใจให้แก่บุคลากรของหน่วยงานของรัฐและประชาชนทั่วไป
(จ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๑๐) สำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) กำหนดรูปแบบ หลักเกณฑ์
จัดทำข้อกำหนดในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู
และบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำของแหล่งน้ำธรรมชาติ
และปรับปรุงอาคารสิ่งก่อสร้าง
แหล่งน้ำที่มีอยู่เดิมให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(ข) กำหนดมาตรการและการป้องกันเพื่อการอนุรักษ์
ฟื้นฟู และบำรุงแหล่งน้ำ
(ค)
เฝ้าระวังและควบคุมการใช้และอนุรักษ์แหล่งน้ำธรรมชาติทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
(ง) ให้การสนับสนุนและคำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ
การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบำรุงรักษาแหล่งน้ำให้กับคณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน
(จ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๑๑) - (๑๘) สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๑ - ๘
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำและท้องถิ่น
โดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
(ข) พัฒนา เสริมสร้างขีดความสามารถ
รวมทั้งเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
(ค) จัดทำแผนปฏิบัติการบริหารจัดการ
รวมทั้งดำเนินการสำรวจออกแบบและพัฒนาอนุรักษ์ ฟื้นฟู
การใช้ประโยชน์และการแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำ
(ง)
พัฒนาระบบฐานข้อมูลและเป็นศูนย์เครือข่ายข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำ
(จ) ส่งเสริม สนับสนุน
และให้คำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ มาตรฐานและกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(ฉ)
ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(ช)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๑๙) กลุ่มงานที่รายงานตรงต่ออธิบดี
๑๙.๑ กลุ่มงานตรวจสอบภายใน
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก)
ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ
การบริหารการเงินการบริหารพัสดุและทรัพย์สิน รวมทั้งการบริหารงานด้านอื่นๆ
ให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี
(ข) ตรวจสอบเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงาน
งานและโครงการ และ/หรือแผนกลยุทธ์
รวมทั้งตรวจสอบเกี่ยวกับกระบวนการปฏิบัติงานว่าผลการดำเนินงานได้รับผลสำเร็จตามที่กำหนดไว้
(ค) ประเมินผลการปฏิบัติงานและเสนอแนะวิธีการหรือมาตรการในการปรับปรุงแก้ไข
เพื่อป้องปรามมิให้เกิดความเสียหายหรือการทุจริตรั่วไหลเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินต่างๆ
ของทางราชการ
(ง) การตรวจสอบวิเคราะห์
รวมทั้งการประเมินความเพียงพอ และประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในของส่วนราชการ
(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
๑๙.๒ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) พิจารณา
เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบบริหารภายในกรมให้สอดคล้องกับแนวทางของสำนักงาน
ก.พ.ร. ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างของส่วนราชการ
การปรับกลไกวิธีการบริหารราชการ วิธีการปฏิบัติงานของข้าราชการ
ระบบบุคลากรภายในกรม
และการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมค่านิยมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
(ข) ติดตามประเมินผลและจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารราชการในกรม
(ค) ประสานและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานกลางต่างๆ
และหน่วยงานภายในกรม เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารราชการบรรลุตามวัตถุประสงค์
เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
๑๙.๓ กลุ่มงานนิติการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข
นิติกรรมและสัญญาต่างๆ ตลอดจนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก่อนที่จะมีการเข้าทำสัญญา
และตรวจสอบเอกสารอื่นใด ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายต่อกรมทรัพยากรน้ำ
(ข)
พิจารณาเงินค่าชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีแพ่ง คดีอาญา
คดีล้มละลาย โดยการรวบรวมหลักฐานและให้ความเห็นแก่พนักงานสอบสวน/อัยการ
เพื่อดำเนินคดีทางแพ่ง, อาญา, ล้มละลายและอนุญาโตตุลาการ
(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีปกครอง
โดยการรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อดำเนินการทางคดีปกครอง ตลอดจนดำเนินการบังคับคดีแพ่งและคดีปกครอง
(จ) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยกฎหมาย และยกร่าง แก้ไข
เพิ่มเติม ปรับปรุงกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรน้ำ
และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตรวจสอบทบทวน ความถูกต้องทางกฎหมาย
กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับบทบัญญัติกฎหมาย
(ฉ) ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ แนะนำ
ในกรณีที่หน่วยงานอื่นเป็นผู้ยกร่างกฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง
ซึ่งกฎหมายหรือกฎดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ
หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมทรัพยากรน้ำ
(ช) วินิจฉัย ตีความ ตอบข้อหารือ ให้คำปรึกษา
แนะนำเกี่ยวกับปัญหาทางกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กฎกระทรวง
และแนวปฏิบัติต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรน้ำ
(ซ)
ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายทรัพยากรน้ำกับบุคลากรภายในกรมทรัพยากรน้ำ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน
(ฌ)
จัดทำระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจประปาสัมปทาน ตลอดจนการตรวจสอบ ตีความ
ให้คำปรึกษา และดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการประปาสัมปทาน
(ญ)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย