法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 59/2559 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 8 และการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๕๙/๒๕๕๙

เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ ๘

และการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐ

ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๕๘ เรื่อง แต่งตั้งและให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อื่น ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ นั้น โดยที่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบได้เสนอรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ เนื่องจากถูกร้องเรียนหรือกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายจากปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และมีมูลอันสมควรตรวจสอบจึงจำเป็นต้องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและกำหนดมาตรการบางอย่างเพิ่มเติม นอกจากนี้ โดยที่จำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงานและแก้ไขปัญหาซึ่งไม่อาจดำเนินการโดยวิธีการปกติได้ อีกทั้งมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านของการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยผู้มีรายชื่อที่เกี่ยวข้องมิได้มีความผิดหรืออยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบใด ๆ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๑ ข้าราชการพลเรือน ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราว และไปปฏิบัติราชการประจำหน่วยงานนั้นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๒ ข้าราชการตำรวจ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ระงับการปฏิบัติราชการโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิมและให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราว โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการในกองบัญชาการตำรวจแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่เห็นสมควรเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๓ ผู้บริหารและผู้มีตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งอยู่เป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๔ ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่หรือสถานที่ราชการอื่นในจังหวัดนั้น ๆ ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนด แต่ต้องมิใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิม โดยไม่ต้องมีคำร้องขอ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจมอบหมายให้ผู้นั้นปฏิบัติงานตามความเหมาะสม

ในกรณีนี้ มิให้บุคคลดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการชั่วคราว ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๕ อันเนื่องจากการไปช่วยราชการตามคำสั่งนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๕ กรรมการพนักงานส่วนตำบล ตามบัญชีท้ายคำสั่งนี้ พ้นจากการเป็นกรรมการ และให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการคัดเลือกกรรมการใหม่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการคัดเลือกกรรมการแทนกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นมูลเหตุแห่งการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๑ ถึงกลุ่มที่ ๔ ให้หน่วยงานทราบเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องปรากฏผลให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ศอตช. เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้นั้นหรือเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น แล้วแต่กรณีเพื่อขยายเวลาได้ตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อ ๖ หากไม่พบว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่ถึงขั้นต้องดำเนินการทางวินัยให้ผู้บังคับบัญชาสรุปผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้วแจ้งให้ ศอตช. ทราบ ในการนี้ ให้ประธาน ศอตช. แต่งตั้งคณะบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นข้าราชการไม่มีข้อขัดแย้งหรือส่วนได้เสียกับบุคคลหรือเรื่องที่มีการกล่าวหา และไม่เคยเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้มาก่อนมีจำนวน ๓ ถึง ๕ คน เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบผลการตรวจสอบเดิมของผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบกับรายงานหรือพยานหลักฐานที่มีอยู่อีกครั้งหนึ่งและให้มีอำนาจเชิญบุคคลมาให้ถ้อยคำได้โดยคณะบุคคลดังกล่าว อาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกตรวจสอบแต่ละรายหรือหลายรายพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง

ในกรณีที่ผลการตรวจสอบพบว่าการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาถูกต้องแล้ว หรือไม่มีเหตุอันควรเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ

ในกรณีที่ผลการตรวจสอบไม่สอดคล้องกับผลการตรวจสอบเดิมของผู้บังคับบัญชา และมีเหตุอันควรเปลี่ยนแปลง ให้สรุปพยานหลักฐานที่มีอยู่และหารือร่วมกับผู้บังคับบัญชาแล้วให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามผลการหารือ โดยถือว่าการดำเนินการตามคำสั่งนี้ทุกขั้นตอนเป็นการดำเนินการทางวินัยโดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับข้าราชการนั้น ๆ แต่ไม่ตัดสิทธิที่ผู้ถูกตรวจสอบจะอุทธรณ์ต่อไปตามกฎหมายหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดอาญาให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๗ แล้ว ในกรณีไม่ปรากฏว่าผู้ถูกตรวจสอบมีความบกพร่องใด ๆ ในการปฏิบัติงานหรือไม่มีมูลความผิดทางวินัยหรือความผิดอาญาหรือมีความผิดวินัยแต่มิใช่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจึงมีเหตุอันควรงดโทษหรือรับโทษสถานเบาขั้นภาคทัณฑ์ ให้เยียวยาโดยให้ผู้ถูกตรวจสอบไปดำรงตำแหน่งในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่นอกพื้นที่เดิม ยกเว้นผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๓ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ให้กลับไปดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่เดิมได้ ทั้งนี้ ศอตช. อาจมีคำแนะนำการเยียวยาด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงข้อมูลความเหมาะสมเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่และพื้นที่ใหม่การให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกตรวจสอบ และประโยชน์ของทางราชการประกอบกัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หากปรากฏว่าผู้มีรายชื่อตามคำสั่งยังคงถูกดำเนินการตรวจสอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ ศอตช. รอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจนกว่าจะแล้วเสร็จหรือได้รับแจ้งให้ดำเนินการเยียวยาไปก่อนได้ จึงจะสามารถเสนอนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการในกรณีของผู้บริหารและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คำว่าผู้บังคับบัญชาให้หมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และคำว่ารัฐมนตรีให้หมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีเยียวยาบุคคลดังกล่าว ซึ่งไม่อาจไปดำรงตำแหน่งอื่นนอกพื้นที่ได้ นายกรัฐมนตรีอาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้โดยให้ไปปฏิบัติงานในตำแหน่งเดิมได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ชื่อและตำแหน่งของผู้มีรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ไม่ตรงตามทะเบียนประวัติของทางราชการแต่เห็นได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ให้หน่วยงานต้นสังกัดแจ้งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตรงตามที่เป็นจริงในปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การรับเงินเดือน สิทธิประโยชน์ หรือประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ของผู้มีรายชื่อในกลุ่มต่าง ๆ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีมีปัญหาให้องค์กรบริหารงานบุคคลกลางที่เกี่ยวข้องกับผู้มีรายชื่อตามคำสั่งเสนอปัญหาและแนวทางดำเนินการให้นายกรัฐมนตรีวินิจฉัย คำวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ต่อเนื่องและไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานซึ่งกำลังดำเนินไปด้วยดี ให้นายนที ขลิบทอง ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติต่อไปจนถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง การตรวจสอบข้อร้องเรียนร้องทุกข์ การให้บริการประชาชน การตรวจราชการ และการปฏิบัติภารกิจเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ให้พลตำรวจเอก วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง รับเงินประจำตำแหน่ง ๒๑,๐๐๐ บาท ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษที่จัดให้มีขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม และให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ของรัฐให้มีลักษณะสอดคล้องกันระหว่างการประชาสัมพันธ์ของทางราชการ การประชาสัมพันธ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติกับการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลโดยเฉพาะการบริหารแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อการปฏิรูป ให้พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผู้ชำนาญการกองทัพบก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการชั่วคราวอีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี อาจมีคำสั่งหรือมติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๙/๒๕๕๙

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/จัดทำ

๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

วริญา/ตรวจ

๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๑๖ ง/หน้า ๒๐/๒๗ กันยายน ๒๕๕๙

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 59/2559 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 8 และการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f50bf7cb422f582b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com