法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน

โดยที่สํานักงานได้จัดให้มีกระบวนการอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติสัญญา ซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ขึ้นเพิ่มเติมจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่มีอยู่เดิม จึงจําเป็นต้องปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการในการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการของสํานักงานให้สามารถรองรับข้อพิพาทที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์และข้อพิพาทที่เกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงานมีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมแก่ผู้ลงทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อน. 25/2544 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544

(2) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อน. 22/2545 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545

(3) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ อน. 7/2547 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2547

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ผู้ถูกร้อง” หมายความว่า

(1) บริษัทหลักทรัพย์

(2) ตัวแทนจําหน่ายหุ้นในประเทศ

(3) ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

(4) ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล

(5) ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ผู้ร้อง” หมายความว่า ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทําของผู้ถูกร้อง รวมทั้งบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายดังกล่าว

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการนอกจากที่ได้ระบุไว้ในประกาศนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ สํานักงานจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสํานักงานเป็นเจ้าหน้าที่ในงานธุรการให้กับอนุญาโตตุลาการ

การเสนอข้อพิพาท

ส่วน ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ข้อพิพาทที่ผู้ร้องจะเสนอเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน

ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกร้องไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือกฎเกณฑ์ที่ออกโดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน สํานักงาน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์

(2) เป็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องแต่ละรายเรียกร้องค่าเสียหายไม่เกินหนึ่งล้านบาท และ

(3) ในกรณีเป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการให้บริการทางด้านหลักทรัพย์ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ข้อพิพาทดังกล่าวต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) เป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้วไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้ร้องรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งข้อพิพาทนั้น แต่ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันเกิดเหตุที่ใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกร้องสิทธิเว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(ข) เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ตกลงรับ เข้ารับหรือใช้บริการ หรือเข้าทําสัญญา กับผู้ถูกร้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ หรือเป็นข้อพิพาทระหว่างสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกับผู้ถูกร้อง โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานเป็นหนังสือหรือข้อสัญญาที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องตกลงยินยอมให้มีการเสนอข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน

(ค) เป็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องได้ยื่นข้อร้องเรียนผ่านระบบการรับข้อร้องเรียนตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เกี่ยวกับการรับข้อร้องเรียนของลูกค้า แล้วแต่กรณีแล้ว และปรากฏว่า

1. ผู้ร้องไม่ได้รับการติดต่อจากผู้มีหน้าที่แก้ไขข้อร้องเรียนตามที่ประกาศดังกล่าวกําหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นข้อร้องเรียน

2. ผู้ร้องไม่ได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นข้อร้องเรียน เว้นแต่ผู้ร้องตกลงขยายระยะเวลาดังกล่าว หรือ

3. ผู้ร้องไม่ได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนให้เป็นที่พอใจ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการเสนอข้อพิพาทต่อสํานักงาน ให้ผู้ร้องยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามแบบ อญ. 1 ที่สํานักงานกําหนด พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามที่ระบุในแบบดังกล่าว และสําเนา คําร้องเสนอข้อพิพาทในจํานวนที่เพียงพอเพื่อส่งให้ผู้ถูกร้อง ทั้งนี้ ผู้ร้องอาจแสดงความประสงค์ขอให้สํานักงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนเริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการมาพร้อมกับการยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ร้องหลายรายที่มีสิทธิเรียกร้องต่อผู้ถูกร้องเป็นแบบเดียวกันอันเนื่องมาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเดียวกัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายแต่ละรายไม่เกินหนึ่งล้านบาทผู้ร้องเหล่านั้นอาจร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทต่อสํานักงานได้ โดยทําเป็นหนังสือแต่งตั้งตัวแทนเพื่อดําเนินกระบวนการพิจารณาตามแบบ อญ. 2 ที่สํานักงานกําหนด เพื่อดําเนินการใด ๆ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการแทนผู้ร้องทุกราย พร้อมทั้งระบุจํานวนอนุญาโตตุลาการกรณีที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการมาพร้อมกับการยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสํานักงานตรวจคําร้องเสนอข้อพิพาทแล้วเห็นว่า

(1) ผู้ร้องได้ยื่นคําร้องถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 7 และได้วางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการครบถ้วนตามข้อ 32 แล้ว สํานักงานจะลงทะเบียนรับคําร้องเสนอข้อพิพาทและส่งสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทดังกล่าวไปยังผู้ถูกร้องตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคําร้องเสนอข้อพิพาทโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

(2) คําร้องเสนอข้อพิพาทไม่เป็นไปตามลักษณะในข้อ 6 สํานักงานจะแจ้งการไม่รับคําร้องและคืนคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้นไปยังผู้ร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําร้องดังกล่าว

(3) คําร้องเสนอข้อพิพาทไม่ครบถ้วนหรือไม่ชัดเจน ให้ผู้ร้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสํานักงาน ทั้งนี้ หากผู้ร้องไม่ดําเนินการภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินการต่อไปและสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับ คําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทแล้ว อาจยื่นคําคัดค้านข้อพิพาทตามแบบ อญ. 3 ที่สํานักงานกําหนด ต่อสํานักงานพร้อมแนบสําเนาคําคัดค้านข้อพิพาทในจํานวนที่เพียงพอที่จะส่งให้แก่ผู้ร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาท โดยให้ผู้ถูกร้องวางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการตามข้อ 32 มาพร้อมกับการยื่นคําคัดค้าน หรือภายในวันสุดท้ายที่อาจยื่นคําคัดค้านได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่คู่กรณีประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนในการดําเนินการใด ๆ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ หรือประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลใดเพื่อช่วยเหลือในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้แจ้งชื่อและที่อยู่ของบุคคลดังกล่าวเป็นหนังสือและยื่นต่อสํานักงาน

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้ร้องแสดงความประสงค์ขอให้สํานักงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนเริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการ สํานักงานจะแจ้งให้ผู้ถูกร้องทราบความประสงค์ดังกล่าวไปพร้อมกับการส่งสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทให้ผู้ถูกร้อง

เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทที่ผู้ร้องประสงค์จะไกล่เกลี่ยให้ผู้ถูกร้องแจ้งให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือว่าประสงค์จะไกล่เกลี่ยหรือไม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาท และหากผู้ถูกร้องไม่แจ้งภายในเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ถูกร้องไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ ผู้ถูกร้องอาจยื่นคําคัดค้านข้อพิพาทมาพร้อมกับหนังสือแจ้งความประสงค์เรื่องการไกล่เกลี่ยข้างต้นได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นผลสําเร็จ ให้คู่กรณีทําสัญญาประนีประนอมตามแบบ อญ. 4 ที่สํานักงานกําหนด หากการไกล่เกลี่ยไม่สําเร็จ ไม่ว่าจะเกิดจากคู่กรณีตกลงกันไม่ได้หรือสํานักงานเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไกล่เกลี่ยต่อไป ให้คู่กรณีแจ้งต่อสํานักงานเพื่อขอยุติการไกล่เกลี่ย หรือสํานักงานสั่งให้ยุติการไกล่เกลี่ยดังกล่าว แล้วแต่กรณีและเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงานต่อไป

การตั้งและการคัดค้านอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้มีอนุญาโตตุลาการจํานวนหนึ่งคนเป็นผู้ชี้ขาด เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 15 โดยให้คู่กรณีเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(1) ให้ผู้ร้องเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการโดยเรียงลําดับตามความพอใจสามลําดับ และแจ้งรายชื่อดังกล่าวให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาท หรือวันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ แล้วแต่กรณีหากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไปและสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) เมื่อสํานักงานจัดส่งรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ผู้ร้องเลือกไว้สามชื่อให้แก่ผู้ถูกร้องแล้ว ให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนจากรายชื่อทั้งสาม และแจ้งต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกร้องได้รับรายชื่อนั้น หากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ตนเลือกไว้หนึ่งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะตั้งอนุญาโตตุลาการตามรายชื่อลําดับที่หนึ่งที่ผู้ร้องเลือกไว้

(3) ในกรณีที่ผู้ถูกร้องประสงค์จะคัดค้านรายชื่อทั้งสามที่ผู้ร้องเลือกไว้เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นอิสระหรือความเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการนั้น ให้ผู้ถูกร้องยื่นหนังสือคัดค้านการตั้งอนุญาโตตุลาการพร้อมด้วยเหตุผลของการคัดค้านตามแบบ อญ. 6 ที่สํานักงานกําหนด ต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกร้องได้รับรายชื่อนั้น หากสํานักงาน เห็นว่าการคัดค้านดังกล่าวมีเหตุที่อาจกล่าวอ้างเพื่อคัดค้านอนุญาโตตุลาการได้ ให้ดําเนินการตาม (1) และ (2) โดยอนุโลมจนกว่าจะไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้ แต่ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าไม่มีเหตุในการคัดค้านอนุญาโตตุลาการ สํานักงานจะแจ้งให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่อที่ผู้ร้องเลือกไว้สามรายชื่อดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งการไม่มีเหตุคัดค้านให้ผู้ถูกร้องทราบ และหากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ตนเลือกไว้หนึ่งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์ จะตั้งอนุญาโตตุลาการตามรายชื่อลําดับที่หนึ่งที่ผู้ร้องเลือกไว้

(4) หากคู่กรณีไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้ หรือไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําร้องเสนอข้อพิพาทที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การรับข้อพิพาท หรือวันที่สิ้นสุด การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ ให้ถือว่าคู่กรณีไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอ ข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่มีผู้ร้องหลายรายร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามข้อ 8 และมีการเรียกร้องค่าเสียหายรวมกันเกินกว่าหนึ่งล้านบาท ผู้ร้องอาจแสดงความประสงค์ให้มีคณะอนุญาโตตุลาการที่ประกอบด้วยอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคนได้ โดยให้แสดงความประสงค์เช่นนั้นมาในคําร้องเสนอข้อพิพาท และผู้ถูกร้องอาจแสดงเจตนาว่าตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคนหรือไม่มาในคําคัดค้านตามข้อ 10

ในกรณีที่คู่กรณีตกลงกันให้มีคณะอนุญาโตตุลาการที่ประกอบด้วยอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคน ให้คู่กรณีเลือกอนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(1) ให้ผู้ร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนโดยแจ้งรายชื่อให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคําคัดค้านของผู้ถูกร้องหรือวันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ แล้วแต่กรณี หากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไปและสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) ให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนโดยแจ้งรายชื่อให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคําคัดค้านหรือวันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเนื่องจากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสําเร็จ หากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว สํานักงานจะเป็นผู้เลือกอนุญาโตตุลาการให้ผู้ถูกร้องแทน

(3) ให้อนุญาโตตุลาการที่ได้รับเลือกตาม (1) และ (2) ร่วมกันเลือกอนุญาโตตุลาการอีกหนึ่งคนเพื่อทําหน้าที่เป็นประธานอนุญาโตตุลาการ

หากผู้ถูกร้องปฏิเสธการมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคน หรือผู้ถูกร้องไม่แสดงเจตนาว่าตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการสามคนหรือไม่ภายในกําหนดเวลา ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนหนึ่งคน และให้ผู้ร้องเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการโดยเรียงลําดับตาม ความพอใจสามลําดับ และแจ้งรายชื่อดังกล่าวให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งให้ผู้ร้องทราบถึงการปฏิเสธหรือการไม่แสดงเจตนาของผู้ถูกร้อง หากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่า มีเหตุจําเป็นและสมควร ทั้งนี้ ให้นําความในข้อ 14 (2) (3) และ (4) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อมีการเลือกอนุญาโตตุลาการตามข้อ 14 หรือข้อ 15 แล้ว ให้คู่กรณีตั้งอนุญาโตตุลาการตามแบบ อญ. 5 หรือแบบ อญ. 5-1 ที่สํานักงานกําหนด แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งต้องเปิดเผยให้คู่กรณีทราบถึงข้อเท็จจริงที่อาจเป็นเหตุสงสัยในความเป็นอิสระและความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการ (ถ้ามี) เมื่อได้รับการแต่งตั้งและตลอดระยะเวลาที่ทําหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ หากปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอันควรสงสัยในความเป็นอิสระหรือความเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งรายใด คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นหนังสือคัดค้านการตั้งอนุญาโตตุลาการรายนั้นพร้อมด้วยเหตุผลของการคัดค้านตามแบบ อญ.6 ที่สํานักงานกําหนด ต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุนั้น ทั้งนี้ ต้องกระทําก่อนวันที่อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณาข้อพิพาท

หากสํานักงานเห็นชอบกับการคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการเลือกอนุญาโตตุลาการใหม่โดยนําความในข้อ 14 หรือข้อ 15 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้ดําเนินกระบวนพิจารณา อนุญาโตตุลาการใหม่หากข้อพิพาทนั้นมีอนุญาโตตุลาการเพียงคนเดียวหรือมีการคัดค้านอนุญาโตตุลาการทั้งคณะ แต่หากการคัดค้านไม่เป็นผลให้ดําเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ การที่อนุญาโตตุลาการถูกคัดค้านหรืออนุญาโตตุลาการขอถอนตัว มิได้หมายถึงการยอมรับถึงความถูกต้องแห่งเหตุคัดค้าน

กระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการให้กระทําเป็นภาษาไทย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ไม่ว่าการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการจะได้ดําเนินไปแล้วเพียงใด หากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควร อนุญาโตตุลาการอาจไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การสืบพยานจะต้องดําเนินกระบวนพิจารณาโดยลับ เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงเป็นอย่างอื่น และให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้กําหนดว่าจะสืบพยานหรือฟังคําแถลงการณ์ด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ หรือจะดําเนินกระบวนพิจารณาโดยรับฟังเพียงพยานเอกสารหรือพยานหลักฐานอื่นใดก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ หากอนุญาโตตุลาการเห็นว่าจําเป็นและสมควร อาจขอความเห็นเกี่ยวกับข้อพิพาทจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรืออาจขอความเห็นชอบจากคู่กรณีให้มีผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องในข้อพิพาทได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีความเป็นอิสระ และไม่มีส่วนได้เสียกับคู่กรณีอันอาจทําให้ไม่สามารถให้ความเห็นได้อย่างเป็นกลาง และยุติธรรม

ให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้กําหนดค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินคนละห้าหมื่นบาทต่อข้อพิพาท และค่าตอบแทนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการตามข้อ 36

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ถ้าผู้ร้องไม่มาตามกําหนดนัดพิจารณานัดแรก และมิได้แจ้งเหตุขัดข้องเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มพิจารณา อนุญาโตตุลาการอาจสั่งจําหน่ายคําร้องเสนอข้อพิพาทเสีย หรือหากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรอาจดําเนินกระบวนพิจารณาไปแต่ฝ่ายเดียวก็ได้

ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาตามกําหนดนัดพิจารณานัดอื่นใดที่มิใช่กําหนดนัดพิจารณานัดแรก และมิได้ยื่นคําร้องขอเลื่อนกระบวนพิจารณาหรือมิได้แจ้งเหตุขัดข้องเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มพิจารณา หากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรก็ให้ดําเนินกระบวนพิจารณาไปแต่ฝ่ายเดียว

กรณีผู้ถูกร้องขอเลื่อนกําหนดนัดพิจารณาและอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรให้เลื่อนกระบวนพิจารณาได้แต่ไม่เกินสองนัด โดยอนุญาโตตุลาการอาจคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ถูกร้องตามความเป็นจริง (ถ้ามี) เพื่อจ่ายให้กับผู้ร้องก็ได้ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวมิให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ 36

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ถ้าคู่กรณีไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาเสนอต่ออนุญาโตตุลาการอีกให้อนุญาโตตุลาการสั่งปิดการพิจารณา

คําชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การทําคําชี้ขาดต้องให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตั้งอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและสมควรให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายระยะเวลาออกไปได้อีกแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ตั้งอนุญาโตตุลาการหรือคู่กรณีจะตกลงขยายระยะเวลาเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่เป็นข้อพิพาทที่มีอนุญาโตตุลาการสามคนเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการมีคะแนนเสียงคนละหนึ่งเสียง และการทําคําชี้ขาดให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถทําคําชี้ขาดเนื่องจากไม่อาจหาเสียงข้างมากได้ ให้ประธานอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ทําคําชี้ขาดเพียงผู้เดียว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ คําชี้ขาดจะต้องทําตามแบบ อญ.7 ที่สํานักงานกําหนด โดยสํานักงานจะส่ง สําเนาคําชี้ขาดไปยังคู่กรณีภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ สํานักงานอาจเปิดเผยคําชี้ขาดต่อสาธารณชนโดยไม่เปิดเผยชื่อจริงของคู่กรณี เว้นแต่คู่กรณียินยอม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความในคําชี้ขาด คู่กรณีฝ่ายนั้นอาจยื่นคําร้องต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อให้อนุญาโตตุลาการตีความข้อความดังกล่าว โดยยื่นผ่านสํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คู่กรณีฝ่ายนั้นได้รับสําเนาคําชี้ขาด ทั้งนี้ ให้ถือว่าการตีความเป็นส่วนหนึ่งของคําชี้ขาดดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการมิได้ชี้ขาดในประเด็นที่เป็นสาระสําคัญใด คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคําร้องต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อให้อนุญาโตตุลาการทําคําชี้ขาดเพิ่มเติม ในประเด็นนั้น โดยยื่นผ่านสํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คู่กรณีฝ่ายนั้นได้รับสําเนาคําชี้ขาด

ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นว่าประเด็นนั้นเป็นสาระสําคัญและยังมิได้ชี้ขาดไว้ ให้ทําคําชี้ขาดในประเด็นนั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง

หากอนุญาโตตุลาการเห็นว่าการทําคําชี้ขาดเพิ่มเติมนั้นไม่อาจกระทําได้นอกจากจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงนั้นเพิ่มเติม อนุญาโตตุลาการอาจสั่งให้คู่กรณีนําพยานหลักฐานมาสืบได้ ทั้งนี้ อนุญาโตตุลาการจะต้องทําคําชี้ขาดเพิ่มเติมดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับคําร้อง เว้นแต่มีเหตุจําเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายเวลาออกไปได้อีก

ตามสมควร ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้อนุญาโตตุลาการส่งมอบสํานวนความและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้สํานักงานจัดเก็บ

ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายอื่น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการให้คิดในอัตราร้อยละสองของค่าเสียหายที่เรียกร้อง ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ํากว่าห้าพันบาท โดยอนุญาโตตุลาการจะกําหนดผู้มีหน้าที่ในการชําระ ค่าป่วยการดังกล่าว

ในกรณีการร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามข้อ 8 ให้คิดค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการตามอัตราในวรรคหนึ่งจากค่าเสียหายที่เรียกร้องรวมกันทั้งหมด แต่ค่าป่วยการดังกล่าวไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อข้อพิพาท และในกรณีที่มีการตั้งอนุญาโตตุลาการสามคนให้คิดค่าป่วยการตามอัตราดังกล่าว และอนุญาโตตุลาการแต่ละรายจะได้รับค่าป่วยการไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ หากผู้ร้องไม่วางเงินประกันค่าป่วยการตามที่กําหนดในข้อ 9(1) ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ อนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งจากคู่กรณีให้เป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากสํานักงานในการพิจารณาข้อพิพาทครั้งละสองพันบาท แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสองหมื่นบาทในแต่ละข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่มีการยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการไม่ว่ากรณีใด หากอนุญาโตตุลาการมีคําสั่งให้คู่กรณีฝ่ายใดเป็นผู้มีหน้าที่ชําระค่าป่วยการ อนุญาโตตุลาการจะคืนเงินประกันค่าป่วยการโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่คู่กรณีตามจํานวนที่คู่กรณีไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าป่วยการ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคําสั่งเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการสําหรับข้อพิพาทเกี่ยวกับการให้บริการทางด้านหลักทรัพย์ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพให้คู่กรณีรับภาระฝ่ายละกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ สํานักงานจะรับภาระค่าใช้จ่าย ในส่วนของผู้ร้องตามที่สํานักงานเห็นสมควร

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการสําหรับข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือกฎที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สํานักงานจะรับภาระค่าใช้จ่ายเหล่านั้นทั้งหมด

เพื่อประโยชน์ในการคํานวณค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง สํานักงานจะถือว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการเริ่มตั้งแต่วันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f5a819512fb645b7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com