法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๑๐) (๑๔) (๑๕) (๑๖) มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๕ และมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับข้อ ๒๒ ของระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๓ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“พระราชบัญญัติ” หมายความว่า พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

“กกพ.” หมายความว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน กกพ.” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงาน กกพ.

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า ปีงบประมาณของสำนักงาน กกพ.

“ข้อเสนอโครงการ” หมายความว่า รายละเอียดของโครงการที่ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนยื่นเสนอ โดยมีแบบหรือรูป หรือรายละเอียดรายการ พร้อมทั้งแผนการใช้จ่ายเงินหรือแผนการดำเนินงานตามโครงการที่ชัดเจน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

(๑) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๒) รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

(๓) หน่วยงานอื่นของรัฐ

(๔) หน่วยงานภายในของหน่วยงานของรัฐตาม (๑) (๒) หรือ (๓)

“สถาบันการศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

“สหกรณ์” หมายความว่า สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์

“องค์กรไม่แสวงหากำไร” หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือเป็นส่วนงานหรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ ไม่แสวงหากำไรจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าว และต้องดำเนินกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อสาธารณประโยชน์มาเป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ทั้งนี้ ต้องมีวัตถุประสงค์และการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน

“หน่วยงานด้านสื่อสารมวลชน” หมายความว่า หน่วยงานที่ทำหน้าที่สื่อสารตามบทบาทหน้าที่ของสื่อสารมวลชน ซึ่งมีทั้งหน่วยงานของเอกชน และหน่วยงานของทางราชการ อาทิเช่น องค์กรวิทยุกระจายเสียง องค์กรโทรทัศน์ องค์กรหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

“ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุน” หมายความว่า ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๒ ในการยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการจัดสรรเงินจากกองทุน

“ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน” หมายความว่า ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนที่ได้รับอนุมัติจาก กกพ. ให้ดำเนินโครงการโดยใช้เงินจากกองทุน

“โครงการ” หมายความว่า โครงการที่ได้รับจัดสรรเงินจากกองทุน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้ กกพ. เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุน ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้และความตระหนักทางด้านไฟฟ้า

(๒) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า เพื่อพัฒนาเครือข่ายข้อมูล และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๓) ส่งเสริมสังคมและประชาชนให้ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามที่ กกพ. กำหนด ภายใต้กรอบของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายสนับสนุนโครงการ และแผนงานอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกองทุนตามมาตรา ๙๗ (๕) ตามที่ กกพ. เห็นชอบ

ประเภทแผนงาน โครงการ ที่มีสิทธิขอรับการจัดสรร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ประเภทแผนงานที่มีสิทธิขอรับการจัดสรรเงินจากกองทุน ต้องมีการดำเนินงานในลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) แผนงานเสริมสร้างศักยภาพ ส่งเสริมบทบาท และพัฒนาความรู้ด้านไฟฟ้า ให้แก่ประชาชน

(๒) แผนงานประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนัก ปลูกจิตสำนึก และการมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า

(๓) แผนงานส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาเครือข่ายข้อมูลและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านไฟฟ้า

(๔) แผนงานสนับสนุนสร้างความมั่นคง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไม่ปกติด้านไฟฟ้า

(๕) แผนงานการบริหารจัดการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงาน

(๖) แผนงานอื่นที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา ๙๓ หรือมาตรา ๙๗ (๕) ตามที่ กกพ. เห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การพิจารณากลั่นกรองเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุนข้อเสนอโครงการจะต้อง

(๑) มีเป้าหมายการดำเนินงานตรงกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนตามข้อ ๕ ข้อ ๖ หรือข้อ ๗

(๒) มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์สอดคล้องกับทิศทางนโยบายแผนการพัฒนาพลังงานของประเทศ ยุทธศาสตร์การพัฒนากองทุนพัฒนาไฟฟ้า และสถานการณ์พลังงาน

(๓) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ หรือเคยมีการดำเนินงานมาก่อน ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใด เว้นแต่เป็นโครงการที่พัฒนาต่อยอดจากโครงการที่เคยดำเนินการมาแล้ว

(๔) แสดงรายละเอียดการดำเนินงานที่ครบถ้วน มีความถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับงบประมาณ หรือค่าใช้จ่ายที่ขอรับการจัดสรรเงิน

(๕) แสดงเป้าหมาย ผลลัพธ์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการ ต้องเป็นประโยชน์โดยตรงต่อกองทุน มีความเหมาะสม และเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการ

(๖) มีกระบวนการดำเนินโครงการที่มีความเหมาะสม สามารถดำเนินการได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินโครงการที่ขอโดยตรงหรือตามที่ กกพ. เห็นชอบ

หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับการจัดสรรเงิน

หลักเกณฑ์การจัดสรรเงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การจัดสรรเงินกองทุน ให้สำนักงาน กกพ. ประกาศกำหนดกรอบจำนวนเงินที่จะให้การส่งเสริม สนับสนุนต่อสาธารณะ และรูปแบบของการจัดสรรเงินกองทุนเป็นคราว ๆ ไป โดยให้ประกาศกำหนดระยะเวลาการเปิดรับโครงการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ รูปแบบของการจัดสรรเงินกองทุนจำแนกเป็น ๔ รูปแบบ ดังต่อไปนี้

(๑) เงินให้เปล่าเต็มจำนวน

(๒) เงินให้เปล่าบางส่วน

(๓) เงินสนับสนุนผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่มีข้อตกลงกับสำนักงาน กกพ.

(๔) เงินสนับสนุนในรูปแบบอื่นตามที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ได้แก่

(๑) หน่วยงานของรัฐ

(๒) สถาบันการศึกษา

(๓) สหกรณ์

(๔) องค์กรไม่แสวงหากำไร

(๕) หน่วยงานด้านสื่อสารมวลชน

(๖) อื่น ๆ ตามที่ กกพ. กำหนด

ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งผู้แทนนิติบุคคลจะต้องมีสัญชาติไทย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การจัดสรรเงินกองทุน ให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ข้อเสนอโครงการมีเงื่อนไขตามข้อ ๙

(๒) มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ หรือเป้าหมายตามพระราชบัญญัติ รวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนากองทุนพัฒนาไฟฟ้า

(๓) ผู้ดำเนินโครงการต้องมีความพร้อมทางด้านวิชาการ มีเวลา และมีความสามารถที่จะดำเนินโครงการให้ประสบผลสำเร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

(๔) สามารถตอบสนองต่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า มีความเหมาะสม และเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการทั้งทางด้านเทคนิคและเศรษฐศาสตร์

(๕) ไม่มีจุดมุ่งหมายหรือเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางการเมืองหรือเป็นโครงการที่มุ่งแสวงหาผลกำไร

(๖) ผู้รับผิดชอบโครงการต้องไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ดำเนินโครงการที่ผิดสัญญาของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

วิธีการขอรับการจัดสรรเงิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การขอรับการจัดสรรเงิน ให้ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ยื่นข้อเสนอโครงการ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้สำนักงาน กกพ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยขั้นตอนในการยื่นข้อเสนอโครงการ รวมทั้งแบบฟอร์ม และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามคู่มือที่สำนักงาน กกพ. กำหนด

การพิจารณากลั่นกรอง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้มีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองแต่งตั้งโดย กกพ. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขในข้อ ๙ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุน

(๒) จัดทำแผนการดำเนินงานของกองทุน โดยจัดทำเป็นแผนเสนอ กกพ. ให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินงานและสามารถปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ทุกปี หากในระหว่างปีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเห็นความจำเป็นต้องกำหนดแผนใหม่ภายใต้แผนหลักให้เสนอขออนุมัติต่อ กกพ. ก่อนดำเนินการ

(๓) โครงการใดมีความจำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียดของโครงการ และไม่กระทบวงเงินงบประมาณที่ได้รับในระหว่างปีตามแผนที่ กกพ. ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาปรับปรุงได้

(๔) เสนอแนะแนวนโยบายและแนวทางในการกำกับดูแลการเก็บรักษาและจ่ายเงินกองทุนส่วนที่ได้รับจัดสรรจาก กกพ. รวมถึงแนวทางกำกับดูแลการจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายงานการรับจ่ายเงิน และนำเสนอรายงานการเงินต่อ กกพ. ทุกปี

(๕) เชิญผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนมาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม

(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ กกพ. มอบหมาย เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การพิจารณาข้อเสนอโครงการที่จะได้รับการจัดสรรเงินกองทุน ให้สำนักงาน กกพ. นำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เมื่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ให้สำนักงาน กกพ. รวบรวมผลการวิเคราะห์และกลั่นกรองข้อเสนอโครงการนำเสนอ กกพ.

เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณา สำนักงาน กกพ. อาจเชิญผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนมาชี้แจงให้ข้อเท็จจริง หรือส่งข้อมูลเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สำนักงาน กกพ. สามารถจัดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีความชำนาญเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอโครงการวิเคราะห์กลั่นกรองโครงการ เสนอแนะและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอโครงการก่อนนำเสนอ กกพ. ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. อาจเปลี่ยนแปลงพิจารณาจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีความชำนาญเฉพาะด้านตามความเหมาะสม หรืออาจให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่มีความรู้ความชำนาญพิจารณาให้ความเห็นประกอบก็ได้

ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีความชำนาญเฉพาะด้าน ต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ำ ดังต่อไปนี้

(ก) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

(ข) มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการวิเคราะห์กลั่นกรองโครงการที่ขอรับการจัดสรรเงินกองทุน

(ค) ไม่มีส่วนได้เสียกับผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์กลั่นกรองโครงการ ให้เบิกจากงบประมาณค่าบริหารจัดการกองทุน ตามอัตราที่สำนักงาน กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ หากสำนักงาน กกพ. เห็นว่าคำขอที่รับไปไม่สมบูรณ์ อาจมีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนหรือตัวแทนมาชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งอาจให้ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอีกก็ได้ ภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่มีหนังสือแจ้ง

การจัดทำสัญญาและบันทึกข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้สำนักงาน กกพ. แจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนทราบเป็นหนังสือ และเมื่อผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการจัดทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงรับการจัดสรรกับสำนักงาน กกพ. ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่สามารถดำเนินการจัดทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงรับการจัดสรรภายในระยะเวลาตามที่กำหนดได้ ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนแสดงเหตุผลและความจำเป็นในการขอขยายระยะเวลา โดยต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว และให้เป็นดุลยพินิจของเลขาธิการที่จะพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้อีก แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากสำนักงาน กกพ.

หากผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนสละสิทธิในคำขอที่ยื่น แต่ไม่ตัดสิทธิที่ผู้นั้นจะยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนใหม่

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สัญญาหรือบันทึกข้อตกลงรับการจัดสรร ต้องประกอบด้วย

(๑) โครงการและเป้าหมายในการดำเนินการ

(๒) รายละเอียดเทคโนโลยีและวิธีการที่ใช้ในการดำเนินโครงการ (ถ้ามี)

(๓) ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินโครงการ

(๔) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ จำนวนเงินที่จะได้รับการสนับสนุน และงวดของการเบิกจ่ายเงิน รวมทั้งแหล่งเงินสนับสนุนอื่น (ถ้ามี)

(๕) เงื่อนไขของสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง ดังต่อไปนี้

(ก) สิทธิของสำนักงาน กกพ. ในการปรับลดจำนวนเงินทุน รวมทั้งการบอกเลิกสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง หากผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย

(ข) การตรวจสอบและลงโทษ ในกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง แล้วแต่กรณี

(ค) สิทธิของสำนักงาน กกพ. และผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนที่เป็นเจ้าของร่วมในสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ซึ่งสำนักงาน กกพ. และผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนจะตกลงกันเรื่องการแบ่งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้น

(ง) หน้าที่ของผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนในการจัดเก็บเอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินในส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน รวมทั้งการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการ รวมทั้งการให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจเยี่ยมชมเพื่อติดตามและประเมินผลของ กกพ. สำนักงาน กกพ. หรือคณะบุคคล บุคคลที่ กกพ. มอบหมาย

(จ) หน้าที่ของผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนในการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(๖) อื่น ๆ ตามที่สำนักงาน กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ ทรัพย์สินที่ได้มาโดยใช้เงินกองทุน ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของหน่วยงานผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน

กรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นหน่วยงานอื่น ๆ ทรัพย์สินที่ได้มา โดยใช้เงินกองทุน กกพ. จะพิจารณาให้กรรมสิทธิ์เป็นการเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนต้องใช้จ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันตามโครงการภายในวงเงินและระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ต้องได้รับอนุมัติจาก กกพ. ก่อน เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะระยะเวลาดำเนินโครงการให้อยู่ในดุลพินิจของเลขาธิการ และรายงานให้ กกพ. ทราบ

ห้ามผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนโอนหรือนำเงินกองทุนไปใช้ในโครงการอื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก กกพ.

กรณีผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ดำเนินการตามแผนที่กำหนด ให้นำส่งเงินกองทุนคืนสำนักงาน กกพ. ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเงิน

หากผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมิได้เป็นหน่วยงานของรัฐ และไม่นำส่งเงินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ให้ถือว่าผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนตกเป็นลูกหนี้ผิดนัด และต้องชำระเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารออมสิน จนกว่าจะได้มีการนำส่งเงินคืนครบถ้วนให้กับสำนักงาน กกพ.

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การขยายระยะเวลาดำเนินการที่เปลี่ยนแปลงไปจากรายละเอียดโครงการที่ กกพ. ได้อนุมัติไว้แล้ว ให้ดำเนินงานดังนี้

(๑) กรณีมีแนวโน้มว่าไม่สามารถดำเนินโครงการได้ตามแผนที่วางไว้ ด้วยสาเหตุที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนทำหนังสือแจ้งสำนักงาน กกพ. เพื่อขออนุมัติขยายเวลาพร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ในสัญญาไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนสัญญาสิ้นสุดลง

การขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงาน กกพ. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(ก) ทำหนังสือแจ้งต้นสังกัดของผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน (ถ้ามี)

(ข) ทำหนังสือแจ้งผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนทราบเพื่อเร่งรัดให้มีการนำส่งร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ภายในหกสิบวัน นับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน กกพ.

(ค) ให้สำนักงาน กกพ. รวบรวมรายชื่อ เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ดำเนินโครงการล่าช้า เพื่อรายงาน กกพ.

(๒) กรณีที่ขอขยายเวลาในสัญญามากกว่าหนึ่งครั้ง ให้เสนอ กกพ. พิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนผิดสัญญา สำนักงาน กกพ. สามารถยกเลิกสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงได้ตามข้อกำหนดในสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง ในกรณีที่ไม่สามารถติดตามทวงถามรายงานได้ หรือมีแนวโน้มว่าไม่สามารถทวงถามจนได้รับรายงานได้ ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ทำหนังสือแจ้งต้นสังกัดของผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน (ถ้ามี)

(๒) ทำหนังสือแจ้งผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนทราบถึงการยกเลิกโครงการพร้อมชี้แจงเหตุผล

(๓) ระงับการจ่ายเงินส่วนที่เหลือทั้งหมด

(๔) ทำหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนทำรายงานการเงินและคืนเงินส่วนที่เหลือภายในหกสิบวัน ในกรณีที่มีการใช้เงินเกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจาก กกพ. โดยสำนักงาน กกพ. ขอสงวนสิทธิที่จะไม่เบิกจ่ายเงินส่วนที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนจ่ายเกินไปจากวงเงินงบประมาณที่ระบุไว้ในสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง

การเบิกจ่าย และการปิดโครงการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินของรัฐ หรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารพาณิชย์ เป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือให้เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันร่วมด้วย ชื่อบัญชี “กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา ๙๗ (๕) ตามด้วยชื่อโครงการ” โดยแยกเป็นรายโครงการเพื่อการรับจ่ายเงินกองทุน ตามที่ได้รับอนุมัติจาก กกพ. และแจ้งเลขที่บัญชีเงินฝากดังกล่าวต่อสำนักงาน กกพ. เพื่อโอนเงินเข้าบัญชี

การเปิดบัญชีเงินฝากตามวรรคหนึ่ง กรณีผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการโดยความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานหรือเทียบเท่า กรณีที่เป็นภาคเอกชนให้ดำเนินการโดยความเห็นชอบของกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือเทียบเท่า กรณีที่เป็นสหกรณ์ให้ดำเนินงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ และในกรณีที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรให้ดำเนินงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่น สำหรับกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนอยู่นอกเหนือคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ

ให้กำหนดผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินที่ได้รับการจัดสรรจำนวนสี่คน และได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจจากหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจ โดยมีเงื่อนไขการสั่งจ่ายลงนามร่วมกันสองในสี่คน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การขอเบิกเงินตามสัญญาหรือข้อตกลงในแต่ละครั้ง ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนยื่นหนังสือเบิกเงินต่อสำนักงาน กกพ. พร้อมหลักฐานหรือเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) มติ กกพ. ที่อนุมัติข้อเสนอโครงการดังกล่าว

(๒) แผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติ หรือที่ได้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือประมาณการรายจ่ายประจำปี แล้วแต่กรณี

(๓) แบบหรือรูป หรือรายละเอียดรายการตามข้อเสนอโครงการ

(๔) รายละเอียดบัญชีเงินฝากธนาคาร

(๕) รายงานความก้าวหน้า ผลการดำเนินโครงการ รูปถ่ายผลการทำงาน หรือกิจกรรม (ถ้ามี)

(๖) เอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงาน กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนจัดทำหนังสือตอบรับการรับเงิน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามแบบที่สำนักงาน กกพ. กำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการรับเงิน และผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมีหน้าที่เก็บเอกสารและหลักฐานทางการเงินไว้เพื่อการตรวจสอบในภายหลัง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมิใช่หน่วยงานของรัฐ ให้มีการจัดทำรายงานการเงินตามรูปแบบที่สำนักงาน กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ กรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในเรื่องการเก็บรักษาเงิน การเบิกจ่ายเงินและการพัสดุ ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของหน่วยงานต้นสังกัด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การบัญชีของผู้ได้รับการจัดสรรเงินเป็นไปตามระบบบัญชีของหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรเงิน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน ทำรายงานการรับจ่ายเงินของโครงการส่งสำนักงาน กกพ. เป็นรายไตรมาสหรือตามงวดที่ขอเบิกเงินจนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ และเก็บเอกสารหลักฐานไว้เพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนดำเนินงานก่อนปิดโครงการ ดังต่อไปนี้

(๑) ปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร กรณีผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมิใช่หน่วยงานของรัฐ

(๒) ส่งเงินเหลือจ่ายพร้อมดอกผลทั้งหมดคืนสำนักงาน กกพ. ภายในหกสิบวันนับจากวันสิ้นโครงการ

(๓) ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ทั้งในแบบรูปเล่มและข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้สำนักงาน กกพ.

(๔) บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ลงระบบฐานข้อมูลของสำนักงาน กกพ. (ถ้ามี)

การติดตาม และการประเมินผล

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามโครงการ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของกองทุนต่อสำนักงาน กกพ. และยินยอมให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่ กกพ. หรือคณะอนุกรรมการติดตามประเมินผลโครงการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการตามโครงการได้

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน การรายงานตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการอย่างน้อยเป็นรายไตรมาส และหากไม่นำส่งรายงานดังกล่าว สำนักงาน กกพ. สามารถชะลอการโอนเงินให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนชั่วคราว

เมื่อดำเนินโครงการสิ้นสุดตามสัญญา ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ หรือรายงานผลที่ได้รับจากการใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของกองทุนต่อสำนักงาน กกพ. ภายในระยะเวลาหกสิบวันนับถัดจากวันสิ้นสุดโครงการตามสัญญา

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ สำนักงาน กกพ. มีอำนาจเรียกให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนมาชี้แจงหรือส่งข้อมูลเอกสารใด ๆ เพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการติดตามและประเมินผลได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การจัดทำรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการ หรือรายงานผลที่ได้รับจากการใช้จ่ายเงิน ให้เป็นไปตามที่สำนักงาน กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ กรณีมีเหตุแน่ชัดว่าโครงการขัดต่อหลักเกณฑ์ ไม่เกิดประโยชน์ หรือมีความเสี่ยงว่าโครงการไม่ประสบความสำเร็จ สำนักงาน กกพ. สามารถให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนชี้แจงข้อเท็จจริง หรือแก้ไข หรือระงับการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายได้

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้สำนักงาน กกพ. รวบรวมรายชื่อของผู้ดำเนินโครงการที่ผิดสัญญากับสำนักงาน กกพ. เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินกองทุน

หากปรากฏในภายหลังว่า ข้อเสนอโครงการของผู้มีสิทธิยื่นขอรับการจัดสรรเงินกองทุนรายใดเป็นของผู้ดำเนินโครงการที่ผิดสัญญาตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงาน กกพ. ระงับการพิจารณา หรือระงับการดำเนินโครงการ แล้วแต่กรณี

ประกาศ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

พรเทพ ธัญญพงศ์ชัย

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ปริยานุช/จัดทำ

๔ เมษายน ๒๕๕๙

ชวัลพร/ตรวจ

๔ เมษายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๗๕ ง/หน้า ๑๑/๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f5a9e51696b12814

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com