ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 8 / 2555
เรื่อง หลักเกณฑ์การออกตั๋วเงินของธนาคารพาณิชย์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์กู้ยืมเงินจากประชาชนโดยการออกตั๋วแลกเงิน และกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข รวมทั้งระบบการควบคุมภายใน ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติ โดยมิได้กําหนดจํานวนเงินขั้นต่ําของตั๋วแลกเงินแต่ละฉบับ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมเงินให้กับธนาคารพาณิชย์ โดยในช่วงแรกนั้นยังไม่มีระบบคุ้มครองเงินฝากของประชาชนดังเช่นในปัจจุบัน ซึ่งในระยะเริ่มต้น ธนาคารพาณิชย์ก็จะระดมเงินจากประชาชนโดยการออกตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าหน้าตั๋วอยู่ประมาณ 1 ล้านบาท ในระยะหลังธนาคารพาณิชย์ได้ออกตั๋วแลกเงินระดมเงินจากประชาชนรายย่อยโดยมีมูลค่าหน้าตั๋วที่ลดลงเรื่อย ๆ เช่น ลดลงมาถึง 10,000 บาทต่อฉบับ เสมือนหนึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝาก แต่เมื่อตั๋วแลกเงินซึ่งประชาชนรายย่อยถือนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หากเกิดปัญหากับธนาคารพาณิชย์ ประชาชนรายย่อยผู้ถือตั๋วแลกเงินก็จะได้รับความเสียหายแตกต่างจากเงินฝากที่จะได้รับการชดเชยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของลูกค้าและประชาชน
เพื่อปกป้องประชาชนรายย่อย คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กํากับดูแลการระดมเงินทุนจากประชาชนนอกเหนือจากการรับฝากเงินได้ออกหลักเกณฑ์เพื่อคุ้มครองในการระดมเงินทุนจากประชาชนด้วยการกําหนดมูลค่าหน้าตั๋วเงินขั้นต่ํา10 ล้านบาท อายุตั๋วเงินไม่เกิน 270 วัน และตั๋วเงินต้องไม่มีอนุพันธ์แฝง
จากเหตุผลข้างต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้การกํากับดูแลการออกตั๋วเงินของธนาคารพาณิชย์มีความสอดคล้องกับประกาศของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดลักษณะของตั๋วเงินที่เป็นหลักทรัพย์และว่าด้วยการขออนุญาตและอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ และประกาศของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปรับปรุงสาระบางส่วนของประกาศฉบับนี้ให้มีความชัดเจนและทันสมัยขึ้น ทั้งนี้ ประกาศฉบับนี้ไม่ครอบคลุมถึงธุรกรรมการกู้ยืมเงินระหว่างสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (Interbank Loan) ที่ใช้ตั๋วเงินเป็นหลักฐานในการกู้ยืม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 39 มาตรา 41 มาตรา 46 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงประกาศกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการออกตั๋วเงินและให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามความในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 46/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินจากประชาชนโดยการออกตั๋วแลกเงินของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
ในการออกตั๋วเงิน ธนาคารพาณิชย์ต้องออกตั๋วเงินเฉพาะตั๋วเงินตามความหมายในประกาศนี้ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
5.1 ในประกาศนี้
"ตั๋วเงิน" หมายความว่า ตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารพาณิชย์ออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือเพื่อการกู้ยืมเงิน
5.2 ลักษณะและเงื่อนไขของตั๋วเงิน
ตั๋วเงินที่ธนาคารพาณิชย์ออกต้องมีลักษณะและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
5.2.1 เป็นตั๋วเงินประเภทระบุชื่อผู้รับเงิน
5.2.2 เป็นตั๋วเงินสกุลเงินบาทเพื่อระดมทุนหรือกู้ยืมเงินจากบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศเป็นการทั่วไป
5.2.3 ธนาคารพาณิชย์สามารถออกตั๋วเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศได้เฉพาะเพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ที่เป็นนิติบุคคลรับอนุญาตภายใต้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยตั๋วเงินดังกล่าวต้องมีข้อความ "เปลี่ยนมือไม่ได้" หรือคําอื่นที่มีความหมายในทํานองเดียวกันบนด้านหน้าตั๋วเงิน
5.2.4 ในการออกตั๋วเงินตามข้อ 5.2.3 ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศและหนังสือเวียน และหลักเกณฑ์ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินและมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเคร่งครัดด้วย
5.2.5 การออกตั๋วเงินที่เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ต้องมีลักษณะและเงื่อนไขที่เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการออกและเสนอขายตราสารหนี้ และประกาศของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยเรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ ประกาศและหลักเกณฑ์อื่นที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องด้วย
5.2.6 ธนาคารพาณิชย์ต้องมีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงและการแก้ไขข้อความบนตั๋วเงิน ทั้งนี้ ตั๋วเงินที่ธนาคารพาณิชย์ออกต้องเป็นไปตามแบบมาตรฐานขั้นต่ํา ดังต่อไปนี้
(1) ใช้กระดาษสําหรับพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่า (Security Paper) เช่น กระดาษตามมาตรฐาน London Clearing Banks Paper Specification No.1 พร้อมทั้ง มีลายน้ํา (Watermark) ฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ
(2) มีรายการตามที่กําหนดในมาตรา 909 และมาตรา 983 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(3) มีหมายเลขอ้างอิงของตั๋วเงินที่จัดพิมพ์จากโรงพิมพ์ ซึ่งเป็นหมายเลขที่เรียงลําดับติดต่อกันและต่อเนื่องจากหมายเลขในแบบพิมพ์ลักษณะเดียวกันที่ธนาคารพาณิชย์นั้นสั่งพิมพ์ในครั้งก่อน
(4) มีข้อกําหนดในตั๋วเงินว่า "ไม่จําต้องมีคําคัดค้าน" หรือคําอื่นในทํานองเดี๋ยวกัน
5.3 การคุ้มครองลูกค้า
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกตัวเงินต้องให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่เพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดยธนาคารพาณิชย์ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
5.3.1 ต้องชี้แจงต่อลูกค้าเกี่ยวกับลักษณะธุรกรรมของตั๋วเงินและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เช่น วิธีการโอนตั๋วเงิน ความเสี่ยงกรณีลูกค้าทําตั๋วเงินสูญหาย และความเสี่ยงกรณีที่อาจทําให้ลูกค้าไม่ได้รับเงินต้นหรือดอกเบี้ยครบตามจํานวน เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินความเสี่ยงในการซื้อตั๋วเงินได้
5.3.2 ต้องทําความเข้าใจกับลูกค้าว่า ผู้ทรงตั๋วเงินนั้น มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของธนาคารพาณิชย์และตั๋วเงินดังกล่าวไม่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นและดอกเบี้ยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พร้อมทั้งระบุถ้อยคําที่สื่อได้ว่า ตั๋วเงินนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นและดอกเบี้ยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
5.3.3 ต้องชี้แจงเงื่อนไขและวิธีการคํานวณ และการจ่ายชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนของตั๋วเงิน รวมถึงการคิดค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมในกรณีที่ลูกค้าต้องการไถ่ถอนตั๋วเงินก่อนครบกําหนด (ถ้ามี) ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อตั๋วเงิน
5.3.4 ต้องจัดให้มีหลักฐานแสดงว่าลูกค้าผู้ซื้อตั๋วเงินมีความเข้าใจข้อมูลตามข้อ (5.3.1) - (5.3.3) เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้
5.3.5 หลักเกณฑ์ตามข้อ (5.3.1) - (5.3.3) ข้างต้นไม่ใช้บังคับกับตั๋วเงินที่ธนาคารพาณิชย์ออกเพื่อกู้ยืมเงินจากผู้ลงทุนสถาบันตามรายชื่อผู้ลงทุนสถาบันที่กําหนดท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 1) และมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่น
5.3.6 ต้องยืนยันความถูกต้องและแท้จริงของตั๋วเงินที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออกเมื่อได้รับการร้องขอ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์อาจกําหนดวิธีการและระยะเวลาในการยืนยันความถูกต้องของตั๋วเงินได้ โดยต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า
5.3.7 เพื่อให้ลูกค้ามีสิทธิในการเลือกใช้บริการดูแลและเก็บรักษาตั๋วเงินธนาคารพาณิชย์ผู้ออกตั๋วเงินสามารถเสนอบริการดูแลและเก็บรักษาตั๋วเงินให้แก่ลูกค้า โดยแยกหน่วยงานที่ดูแลและเก็บรักษาตั๋วเงินดังกล่าวต่างหากจากหน่วยงานที่ออกตั๋วเงินหรือหน่วยงานที่ทําการซื้อขายตั๋วเงินโดยเด็ดขาด โดยธนาคารพาณิชย์อาจทําหน้าที่เป็นนายทะเบียนการโอนตั๋วเงินซึ่งตนเองออกได้
5.4 การปฏิบัติเกี่ยวกับดอกเบี้ย ส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆ
(1) ให้ธนาคารพาณิชย์ประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่ธนาคารพาณิชย์จะจ่ายสําหรับตั๋วเงิน รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการออกตั๋วเงินและเงื่อนไขต่าง ๆ (ถ้ามี ไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่ และสํานักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งที่ให้บริการ ภายในวันเดียวกับที่ธนาคารพาณิชย์ออกประกาศหรือเปลี่ยนแปลงประกาศ
(2) เผยแพร่ประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดตามข้อ (1) ไว้ในเว็บไซต์ (Website) ของธนาคารพาณิชย์ก่อนวันที่อัตราที่ประกาศมีผลใช้บังคับ และต้องเผยแพร่ข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้ลูกค้าเรียกดูข้อมูลได้
5.5 ระบบการควบคุมภายใน
ธนาคารพาณิชย์ต้องมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมตั๋วเงินที่เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปโดยธนาคารพาณิชย์ต้องถือปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ํา ดังนี้
5.5.1 การออกตั๋วเงิน
(1) ต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางราชการที่แสดงชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อตั๋วเงิน รวมทั้งจัดให้มีสําเนาเอกสารหลักฐานดังกล่าว
(2) การออกตั๋วเงินให้เป็นไปตามลําดับของหมายเลขตั๋วเงินที่โรงพิมพ์ได้จัดพิมพ์ไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์อาจพิมพ์เลขที่หรือรหัสอื่นเพิ่มเติมต่างหากจากหมายเลขตั๋วเงินเพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงก็ได้ และหากมีการยกเลิกตั๋วเงินฉบับใด ต้องประทับตรา "ยกเลิก" หน้าตั๋วเงินนั้น และให้จัดเก็บไว้เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและตรวจสอบต่อไป
(3) จัดทําทะเบียนควบคุมการออกตั๋วเงิน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยเกี่ยวกับ วันที่ออก เลขที่อ้างอิงตั๋วเงิน ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อตั๋วเงิน ชื่อผู้รับเงินตามตั๋วเงิน สกุลเงินจํานวนเงินที่ตราไว้ วันครบกําหนด อัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลด และชื่อและที่อยู่ของผู้รับเงินจากการไถ่ถอนตั๋วเงิน
(4) จัดให้มีบัญชีคุมยอดคงเหลือของตั๋วเงินที่เป็นปัจจุบัน
5.5.2 การเก็บรักษาแบบพิมพ์ตั๋วเงิน (Blank Form)
(1) ให้เก็บรักษาแบบพิมพ์ตั๋วเงินไว้ในห้องนิรภัยหรือตู้นิรภัยภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบที่จัดไว้โดยเฉพาะ รวมทั้งกําหนดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเบิกแบบพิมพ์ตั๋วเงินให้ชัดเจน และในการเบิกแบบพิมพ์ทุกครั้ง ต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดังกล่าวลงนามไว้เป็นหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษาแบบพิมพ์
(2) ให้ธนาคารพาณิชย์มีระบบปฏิบัติการและการควบคุมภายในที่เหมาะสมในเรื่องการเก็บรักษาแบบพิมพ์ตั๋วเงิน และการจัดทําทะเบียนควบคุมแบบพิมพ์ให้เป็นปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันที่และจํานวนแบบพิมพ์ที่ได้รับจากโรงพิมพ์ วันที่และจํานวนที่เบิกใช้ และยอดคงเหลือ
(3) ให้ตรวจนับยอดคงเหลือของแบบพิมพ์ตั๋วเงิน พร้อมทั้ง ตรวจเทียบกับทะเบียนควบคุมแบบพิมพ์อย่างน้อยเดือนละครั้ง
5.6 การจ่ายเงินตามตั๋วเงิน
5.6.1 การจ่ายเงินตามตั๋วเงินเมื่อครบกําหนด หรือการจ่ายเงินตามตั๋วเงินที่ลูกค้าไถ่ถอนก่อนกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ประทับตรา "จ่ายแล้ว" หน้าตั๋วเงินดังกล่าว รวมทั้งบันทึกชื่อและที่อยู่ของผู้รับเงินจากการไถ่ถอนตั๋วเงินที่ปรากฎตามหลักฐานทางราชการไว้หน้าตั๋วเงินนั้น
5.6.2 ในกรณีที่วันครบกําหนดชําระเงินตามตั๋วเงินตรงกับวันหยุดทําการของธนาคารพาณิชย์ ให้ถือเอาวันทําการวันแรกต่อจากวันหยุดทําการนั้นเป็นวันครบกําหนดชําระเงิน ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ยให้สําหรับวันหยุดทําการนั้นด้วย ตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้ในตั๋วเงินหรือไม่ต่ํากว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่จ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ตามที่ธนาคารพาณิชย์ประกาศกําหนด แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า เว้นแต่ลูกค้าจะมีข้อตกลงกับธนาคารพาณิชย์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนว่าให้โอนเงินต้นและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากอื่นของลูกค้าตั้งแต่วันครบกําหนดจ่ายคืน
5.7 การจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน
(1) ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ออกตั๋วเงินต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรมได้แก่ เลขที่อ้างอิงตั๋วเงิน สาขาที่ออก วันที่ออก วันครบกําหนด ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อตั๋วเงิน ชื่อผู้รับเงินตามตั๋วเงิน สกุลเงิน จํานวนเงินที่ตราไว้ วันครบกําหนด อัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลด รวมทั้ง ชื่อและที่อยู่ของผู้รับเงินจากการไถ่ถอนตั๋วเงิน เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งสําเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
(3) ให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมการออกตั๋วเงินเป็นเงินกู้ยืมตามแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 2) รวมถึงแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2555
(นายเกริก วณิกกุล)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ผู้ว่ากาแทน