法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลีไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐาน

ในการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวน

ขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี

ไต้หวัน

สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตย

ประชาชนแอลจีเรีย

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก และประเทศโรมาเนีย

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

ตามที่ได้มีประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

เปิดการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

และประเทศโรมาเนีย พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัย

เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ดังนี้

(๑)

การทบทวนขอบเขตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อน

เห็นควรให้สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อสำหรับใช้ในกลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีชนิดจุ่มชุบ

(Galvanize Iron : GI) อยู่ในข่ายสินค้าที่จะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป

และให้สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อสำหรับใช้ในกลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า

(Electro Galvanize : EG) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า (Home Appliance/Electrical Appliance : HA/EA) และกลุ่มยานยนต์ (Automotive : AUTO)

ไม่อยู่ในข่ายสินค้าที่จะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

(๒)

หากยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน

ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย

สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา

สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก และประเทศโรมาเนีย

จะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไปหรือฟื้นคืนมาอีก

จึงมีมติให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศดังกล่าวต่อไปอีกเป็นกำหนดเวลาห้าปี

ตามอัตราที่กำหนดเดิม ทั้งนี้

สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อที่นำไปใช้ในกลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า

(Electro Galvanize : EG) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า (Home Appliance/Electrical Appliance : HA/EA) และกลุ่มยานยนต์ (Automotive : AUTO)

ไม่อยู่ในข่ายสินค้าที่จะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป

เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อ

๑ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

กรมการค้าต่างประเทศจึงออกประกาศแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการทบทวนไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ความเป็นมา

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้ออกประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วน

และไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน

สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

และประเทศโรมาเนีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการ ฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๑

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

กำหนดให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจาก

๑๔ ประเทศดังกล่าว เป็นกำหนดเวลา ๕ ปี ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๔๖

และต่อมาบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) และผู้ผลิตรายอื่น รวม ๕ ราย

ซึ่งมีสถานะเป็นอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน

ได้ยื่นคำขอให้ทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การเปิดการทบทวน

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยให้เปิดการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้า

เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ กรมการค้าต่างประเทศจึงได้ออกประกาศ เรื่อง

เปิดการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วน

และไม่เป็นม้วน ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน

สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก และประเทศโรมาเนีย พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๑

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผลการพิจารณาทบทวนขอบเขตของสินค้า

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้วินิจฉัยผลการทบทวนขอบเขตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจาก

๑๔ ประเทศ ที่จะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

และมีมติให้สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อสำหรับใช้ในกลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีชนิดจุ่มชุบ

(Galvanize Iron : GI) อยู่ในข่ายสินค้าที่จะใช้มาตรการ

และสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อสำหรับใช้ใน ๓ กลุ่มอุตสาหกรรม คือ

กลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า (Electro Galvanize : EG) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า (Home Appliance /Electrical Appliance : HA/EA) และกลุ่มยานยนต์ (Automotive : AUTO)

ไม่อยู่ในข่ายสินค้าที่จะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการ

กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการตามกระบวนการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยปรากฏข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

๔.๑

สินค้าที่ถูกพิจารณา คือ

สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนโดยไม่รวมสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อสำหรับใช้ในกลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า

(Electro Galvanize : EG) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า (Home Appliance/Electric Appliance : HA/EA) และกลุ่มยานยนต์ (Automotive : AUTO) ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

และประเทศโรมาเนีย

สินค้าที่ถูกพิจารณาข้างต้นซึ่งถือว่าเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน

(Like Product) กับสินค้าที่อุตสาหกรรมภายในผลิตได้

เนื่องจากเมื่อพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ลักษณะทางกายภาพขั้นตอนการผลิต

พิกัดอัตราศุลกากร รวมถึงการนำไปใช้ ปรากฏว่าเหมือนกันทุกประการ

๔.๒

ผู้มีส่วนได้เสีย

๔.๒.๑

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในต่างประเทศ ได้แก่

(๑)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลิตจาก

(ก)

JFE STEEL CORPORATION

(ข)

NIPPON STEEL CORPORATION

(ค)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๒)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งผลิตจาก

(ก)

ISCOR LIMITED และ SALDANHA STEEL (PTY) LTD

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๓)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

NOVOLIPETSK IRON & STEEL CORPORATION

(ข)

JOINT STOCK COMPANY “Severstal” (JSC SEVERSTAL)

(ค)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๔)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งผลิตจาก

(ก)

JSC ARCELORMITTAL TEMIRTAU (ชื่อเดิม

OJSC ISPAT KARMET)

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๕)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

STEEL AUTHORITY OF INDIA LIMITED, JINDAL VIJAYANAGAR STEEL LIMITED, ISPAT INDUSTRIES LIMITED

(ข)

TATA STEEL LIMITED (ชื่อเดิม THE TATA IRON AND STEEL COMPANY LIMITED)

(ค)

ESSAR STEEL LIMITED

(ง)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๖)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งผลิตจาก

(ก)

POSCO (ชื่อเดิม POHANG IRON AND STEEL CO., LTD)

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๗)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากไต้หวัน ซึ่งผลิตจาก

(ก)

CHINA STEEL CORPORATION และ CHUNG HUNG STEEL CORPORATION (ชื่อเดิม YIEH LOONG ENTERPRISE CO., LTD)

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๘)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเวเนซูเอลา ซึ่งผลิตจาก

(ก)

SIDERURGICA DEL ORINOCO, SIDOR, C.A.

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๙)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ซึ่งผลิตจาก

(ก)

SIDERAR S.A.I.C.

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๑๐)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศยูเครน ซึ่งผลิตจาก

(ก)

ILYICH IRON&STEEL WORKS OF MARIUPOL

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๑๑)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน แอลจีเรีย

ซึ่งผลิตจาก

(ก)

ISPAT ANNABA S.P.A.

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๑๒)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

PT KRAKATAU STEEL

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๑๓)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสโลวัก ซึ่งผลิตจาก

(ก)

U.S. STEEL KOSICE, s.r.o

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

(๑๔)

ผู้ส่งออกสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศโรมาเนีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

COMBINATUL SIDERURGIC ISPAT SIDEX SA

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

๔.๒.๒

ผู้นำเข้าในประเทศไทย ได้แก่

(๑)

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิมฮงเส็ง

(๒)

บริษัท คอทโก้ - เอสวี อีสเทอร์น สตีลไพพ์ จำกัด

(๓)

บริษัท ค้าเหล็กไทย จำกัด (มหาชน)

(๔)

บริษัท ไทยง้วน เมทัล จำกัด

(๕)

บริษัท บูลสโคบ สตีล (ประเทศไทย) จำกัด

(๖)

บริษัท แปซิฟิก ไพพ์ จำกัด (มหาชน)

(๗)

บริษัท มหาชัยศูนย์รวมเหล็ก จำกัด

(๘)

บริษัท เมทัลลิค คอยส์ เซ็นเตอร์ จำกัด

(๙)

บริษัท รัชดาวัสดุก่อสร้าง จำกัด

(๑๐)

บริษัท รัชดาสตีลเซ็นเตอร์ จำกัด

(๑๑)

บริษัท วี เอส พี เทรดดิ้ง จำกัด

(๑๒)

บริษัท สยามยูไนเต็ดสตีล (๑๙๙๕) จำกัด

(๑๓)

บริษัท สหไทยสตีลไพพ์ จำกัด (มหาชน)

(๑๔)

บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน)

(๑๕)

บริษัท อาร์พีเค สตีลไพพ์ จำกัด

(๑๖)

บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

(๑๗)

บริษัท เอส ทีซี สตีล จำกัด

(๑๘)

บริษัท เอเบิล อินดัสตรีส์ จำกัด

(๑๙)

บริษัท เอ็มไพร์ สตีล จำกัด

(๒๐)

บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)

(๒๑)

บริษัท สยามคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม จำกัด

(๒๒)

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

(๒๓)

บริษัท ฮิตาชิ คอมเพรสเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

(๒๔)

บริษัท อีซุซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

(๒๕)

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

(๒๖)

ผู้นำเข้ารายอื่น

๔.๒.๓

อุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน

ในฐานะผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ ได้แก่

(๑)

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)

(๒)

บริษัท สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน)

(๓)

บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน)

(๔)

บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)

(๕)

บริษัท แอลพีเอ็น เพลทมิล จำกัด (มหาชน)

๔.๒.๔

สถานเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย

สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา

สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

สาธารณรัฐสโลวัก และประเทศโรมาเนีย ประจำประเทศไทย

๔.๒.๕

กลุ่มอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้แก่

(๑)

กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

(๒)

กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์

(๓)

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

(๔)

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก

(๕)

กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร

(๖)

กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลโลหะการ

๔.๓

ระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการทบทวน

๔.๓.๑

การพิจารณาการทุ่มตลาด ใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๕๑

๔.๓.๒

การพิจารณาความเสียหาย ใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๖ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากการตอบแบบสอบถาม

ณ ที่ทำการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก สรุปได้ดังนี้

(๑)

POSCO ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายเดียวในสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ ๑๘

ถึงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๒

พบว่าข้อมูลคำตอบในแบบสอบถามมีความน่าเชื่อถือและสามารถยอมรับได้

เนื่องจากมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารหลักฐานต้นฉบับ

(๒)

JFE STEEL CORPORATION

ซึ่งเป็นผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พบว่าข้อมูลคำตอบในแบบสอบถามมีความน่าเชื่อถือและสามารถยอมรับได้

เนื่องจากมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารหลักฐานต้นฉบับ

ยกเว้นข้อมูลเกี่ยวกับการชดเชยราคา (Price adjustment) และการให้เงินคืน (Rebate)

ของการขายภายในประเทศและต้นทุนทางการเงินบางรายการ

(๓)

NIPPON STEEL CORPORATION

ซึ่งเป็นผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พบว่าข้อมูลคำตอบในแบบสอบถามมีความน่าเชื่อถือและสามารถยอมรับได้ เนื่องจากมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารหลักฐานต้นฉบับ

(๔)

CHINA STEEL CORPORATION และ CHUNG HUNG CORPORATION

ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกจากไต้หวัน เมื่อวันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์

๒๕๕๒ พบว่าข้อมูลคำตอบในแบบสอบถาม มีความน่าเชื่อถือและสามารถยอมรับได้

เนื่องจากมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารหลักฐานต้นฉบับ

ยกเว้น ค่าบรรจุภัณฑ์ของ CHINA STEEL CORPORATION

(๕)

อุตสาหกรรมภายใน ๔ ราย คือ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท

สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท จี เจ สตีล

จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ พบว่า

ข้อมูลคำตอบ ในแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายในทั้ง ๔

รายมีความน่าเชื่อถือและสามารถยอมรับได้

เนื่องจากมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารหลักฐานต้นฉบับ

สำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่นไม่ได้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามอย่างเพียงพอเพื่อใช้ในการพิจารณา

จึงใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๗

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การแจ้งข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการจัดทำร่างผลการทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งร่างผลการพิจารณาทบทวนซึ่งแสดงข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าให้ผู้มีส่วนได้เสีย

เพื่อเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็น

ข้อโต้แย้งหรือแจ้งความจำนงขอแถลงด้วยวาจาภายในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒

ซึ่งปรากฏว่ามีผู้มีส่วนได้เสียเสนอข้อคิดเห็นข้อโต้แย้ง และแถลงด้วยวาจา ดังนี้

๖.๑

ข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งจากผู้ผลิตและผู้ส่งออกจากต่างประเทศ

๖.๑.๑

กลุ่มผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากประเทศญี่ปุ่น

(๑)

ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าหากยุติการใช้มาตรการกับสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นแล้วจะทำให้มีการทุ่มตลาดต่อไปหรือการทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีก

เนื่องจากพบว่า การทุ่มตลาดของสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมีอัตราต่ำมาก

รวมทั้งผลการพิจารณาการขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดของบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย

จำกัด (มหาชน)

ปรากฏว่าไม่พบส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้เห็นว่ามีการคำนวณอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดไม่เหมาะสม

เนื่องจากได้รวมสินค้าเหล็กรีดร้อนที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก (Re - export) มาใช้ในการพิจารณาด้วย

การชี้แจง ข้อมูลที่พิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดเป็นข้อมูลตามแบบสอบถามของผู้ที่ให้ความร่วมมือครบถ้วนจากผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกของประเทศญี่ปุ่น

๒ ราย

โดยในช่วงระยะเวลาการทบทวนปรากฏว่ายังมีการทุ่มตลาดต่อไปหรือการทุ่มตลาดจากประเทศญี่ปุ่นจะฟื้นคืนมาอีก

ซึ่งพิจารณาตามหลักการของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลก

ส่วนกรณีการพิจารณาการขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดของบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย

จำกัด (มหาชน)

ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

รวมทั้งมีขอบเขตของสินค้าที่ใช้ในกระบวนการพิจารณาต่างกันด้วย

จึงไม่สามารถนำมาใช้พิจารณาร่วมกันได้

(๒)

ไม่ควรพิจารณาผลกระทบที่เกิดจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากประเทศญี่ปุ่นรวมกับผลกระทบที่เกิดจากประเทศอื่น

ภายใต้ข้อ ๓.๓ ของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลก

เนื่องจากสินค้าที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่อุตสาหกรรมภายในของประเทศไทยไม่สามารถผลิตได้ตามคุณภาพและปริมาณที่ลูกค้าต้องการ

ดังนั้น จึงไม่ใช่สินค้าที่แข่งขันกับสินค้าของอุตสาหกรรมภายใน

และหากจะมีการต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดขอให้ชี้แจงขอบเขตของสินค้าที่จะถูกใช้มาตรการให้ชัดเจน

การชี้แจง

คณะอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดทางเทคนิคของสินค้าเหล็กและคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาแล้ว

เห็นว่าขอบเขตของสินค้าที่จะต่ออายุมาตรการ

ไม่รวมถึงเหล็กรีดร้อนเพื่อรีดเย็นต่อสำหรับ ๓ กลุ่ม อุตสาหกรรม คือ

กลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า (Electro Galvanize : EG) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า (Home Appliance/Electrical Appliance : HA/EA) และกลุ่มยานยนต์ (Automotive : AUTO)

แม้จะเป็นสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกพิจารณาก็ตาม

เนื่องจากเมื่อมีการทดลองร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อพัฒนาการใช้สินค้าในประเทศ

ปรากฏว่าผลการทดลองไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้

เพื่อมิให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในการจัดเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกรมการค้าต่างประเทศจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำบัญชีรายละเอียดของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนที่จะจัดเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด

(๓)

ไม่เห็นด้วยหากใช้อัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดจากผลการทบทวน เมื่อปี ๒๕๔๘

ในการต่ออายุมาตรการครั้งนี้

และไม่เห็นด้วยในกรณีที่ไม่ยอมรับการขอหักการชดเชยราคา (Price Adjustment) และการให้เงินคืน (Rebate) นอกจากนี้

การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุ่มตลาดต่อไปหรือการทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีกยังไม่เพียงพอภายใต้ข้อ

๖.๙ ของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลก

โดยระบุเพียงว่าประเทศญี่ปุ่นยังคงมีการทุ่มตลาด

แต่ไม่ได้ระบุหรือชี้แจงข้อมูลสถิติที่ชัดเจน

การชี้แจง

ได้ปรับการคำนวณมูลค่าปกติใหม่โดยยอมรับข้อมูลการชดเชยราคาและการให้เงินคืนตามข้อโต้แย้งดังกล่าว

เนื่องจากเอกสารหลักฐานที่แสดงมีความเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมการขายและการชดเชยราคาและการให้เงินคืนระหว่างผู้ขาย

บริษัทนายหน้าและผู้ใช้ ทั้งนี้

ได้จัดส่งข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทั้งฉบับปกปิดและฉบับเปิดเผย

ซึ่งมีข้อมูลเพียงพอ เพื่อให้ผู้ผลิตประเทศในญี่ปุ่นที่ตอบแบบสอบถามครบถ้วนใช้พิจารณาประกอบกัน

๖.๑.๒

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกจากสหพันธรัฐรัสเซีย ๑ ราย เห็นว่าการคำนวณมูลค่าปกติ

ควรใช้ข้อมูลราคาขายในประเทศของสินค้าที่คล้ายคลึงกันอย่างมากกับสินค้าที่ถูกพิจารณา

(Closely resembling product) ซึ่งสอดคล้องกับข้อ

๒.๖ ของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลก

การชี้แจง

ข้อมูลจากแบบสอบถาม แสดงให้เห็นว่าราคาขาย ณ หน้าโรงงาน ของสินค้า ๓ ชนิด

ที่บริษัทอ้างว่าคล้ายคลึงกันอย่างมากกับสินค้าชนิดที่ส่งออกมาประเทศไทย

มีความแตกต่างกันทางด้านราคาขาย ทำให้ไม่อาจพิจารณาได้ว่าสินค้าทั้ง ๓ ชนิด

เป็นสินค้าที่คล้ายคลึงกันอย่างมากกับสินค้าที่ส่งออกมาประเทศไทย

๖.๑.๓

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกจากสาธารณรัฐอินเดีย ๑ ราย

(๑)

ขอให้นำผลการทบทวนขอบเขตของสินค้าที่จะไม่ใช้มาตรการสำหรับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับรีดเย็นต่อ

๓ กลุ่ม

มาพิจารณากับสินค้าที่บริษัทผลิตด้วยและไม่ควรคำนวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่จากต้นทุนการผลิตรวม

การชี้แจง

บริษัทมิได้แยกประเภทข้อมูลสินค้าตามรูปแบบที่กำหนดในแบบสอบถามเป็นรายธุรกรรมการขาย

แม้ว่าจะได้สอบถามเพิ่มเติมหลายครั้ง นอกจากนี้ ได้ขอให้บริษัทชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนการผลิตรวมของสินค้าที่ถูกพิจารณาและความไม่สอดคล้องของข้อมูลสถิติในแต่ละตาราง

ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาต้นทุนการผลิตของสินค้าที่ถูกพิจารณา

รวมทั้งขอเอกสารสนับสนุนในการกระทบยอดของข้อมูลหลักในส่วนของต้นทุนการผลิตรวมเฉพาะของสินค้าที่ถูกพิจารณา

แต่บริษัทมิได้จัดทำและมิได้ชี้แจงรายละเอียดของข้อมูลดังกล่าว

(๒)

การพิจารณาต่ออายุมาตรการควรคำนึงถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน ผู้ใช้

และประโยชน์สาธารณะ

การชี้แจง ตามมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ บัญญัติว่าการตอบโต้การทุ่มตลาดให้คำนึงถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน

ผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะประกอบกัน

๖.๑.๔

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไต้หวัน ๑ ราย

(๑)

การคำนวณราคาส่งออก

โดยใช้ราคาส่งออกไปประเทศที่สามควรใช้ราคาประเทศใดประเทศหนึ่งแทนการใช้ราคาส่งออกไปยังประเทศหลัก

๕ ประเทศ

การชี้แจง

การคำนวณราคาส่งออกเป็นไปตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ ซึ่งสอดคล้องกับข้อ ๒.๓

ของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลกซึ่งกำหนดว่ากรณีที่ไม่ปรากฏราคาส่งออกให้คำนวณราคาส่งออกจากราคาสินค้าที่ได้จำหน่ายไปยังผู้ซื้ออิสระทอดแรก

ดังนั้นการคำนวณราคาส่งออกโดยใช้ข้อมูลการขายส่งออกไปยังประเทศหลัก ๕ ประเทศ

จึงเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมาย

นอกจากนี้ปริมาณการส่งออกดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๙๑

ของปริมาณส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณาของบริษัทจึงถือได้ว่าเป็นตัวแทนที่เหมาะสมต่อการนำข้อมูลราคามาใช้ในการคำนวณ

(๒)

บริษัทสามารถแยกประเภทการใช้งานของสินค้าที่อยู่ในข่ายที่จะไม่ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดได้

จึงขอให้นำมาประกอบการพิจารณาในการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดด้วย

และไม่ควรต่ออายุมาตรการ หากผลการทบทวนไม่พบแนวโน้มการทุ่มตลาด

การชี้แจง

ได้ปรับการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

โดยนำข้อมูลการแยกประเภทการใช้งานของสินค้าซึ่งบริษัทได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมมาประกอบการพิจารณาด้วยแล้วและสำหรับผลการทบทวนกรณีนี้พบว่ามีแนวโน้มการทุ่มตลาด

๖.๑.๕

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ๑ ราย

เห็นว่าเนื่องจากเป็นผู้ผลิตรายเล็กซึ่งได้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามตามเวลาที่กำหนด

และไม่ได้ส่งออกมาประเทศไทยตั้งแต่ก่อนช่วงระยะเวลาทบทวนจนถึงปัจจุบัน

เพราะมีนโยบายการขายภายในประเทศมากกว่าการส่งออก ประเทศไทยมิใช่ตลาดส่งออกหลัก

และยังไม่มีนโยบายส่งออกมาประเทศไทย ดังนั้น

เห็นว่าไม่ควรใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าจากสาธารณรัฐอาร์เจนตินา

การชี้แจง

แม้สาธารณรัฐอาร์เจนตินาไม่มีการส่งออกสินค้ามาไทยตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗

แต่ในการพิจารณาความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าจากสาธารณรัฐอาร์เจนตินานั้น

การพิจารณาข้อมูลจากแบบสอบถาม พบว่ามีแนวโน้มของการทุ่มตลาดต่อไปหรือฟื้นคืนมา

หากยุติการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าจากสาธารณรัฐอาร์เจนตินา

๖.๑.๖

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกประเทศโรมาเนีย ๑ ราย เห็นว่ามีหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา

สาธารณรัฐเปรู เป็นต้น

ได้ยกเลิกการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนของประเทศโรมาเนีย

ซึ่งแสดงว่าประเทศโรมาเนียไม่ได้มีการทุ่มตลาด และถ้าประเทศไทยยกเลิกการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจะเป็นโอกาสดีที่ลูกค้าในประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากสินค้าของประเทศโรมาเนีย

อย่างไรก็ดี หากจะวินิจฉัยให้ยุติการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

ควรให้มีมาตรการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าเหล็กตามที่เคยกำหนดไว้

การชี้แจง ได้จัดส่งแบบสอบถามให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกประเทศโรมาเนียแล้ว

แต่ไม่มีรายใดให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม มีเพียง ARCELOR MITTAL GALATI ที่แจ้งว่าขอไม่ตอบแบบสอบถาม ดังนั้น

กรมการค้าต่างประเทศจึงพิจารณาใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และหลักการของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลก

ทั้งนี้ หากผู้ผลิตประเทศโรมาเนียไม่ได้ทุ่มตลาดในประเทศไทยอีกแล้ว

ก็สามารถยื่นคำขอทบทวนเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราอากรได้

๖.๒

ข้อคิดเห็นและโต้แย้งจากรัฐบาลประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออก

ประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐอาร์เจนตินา สหพันธรัฐรัสเซีย และประเทศยูเครน

รวมทั้งคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย

(ในฐานะผู้แทนของประเทศโรมาเนียและสาธารณรัฐสโลวัก)

ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณารับข้อโต้แย้งของภาคเอกชนจากประเทศดังกล่าวด้วย

โดยเห็นว่าไม่ควรต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเนื่องจากมิได้ทำให้อุตสาหกรรมภายในเสียหาย

โดยเฉพาะสหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐอาร์เจนตินา และประเทศยูเครน

ซึ่งมีปริมาณการส่งสินค้ามาไทยน้อยมากในช่วงระยะเวลาทบทวน

การชี้แจง

การพิจารณาทบทวนการต่ออายุมาตรการเป็นไปตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การการค้าโลก

โดยเป็นการพิจารณาว่า

หากยุติการใช้มาตรการจะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไปหรือฟื้นคืนมาอีก หรือไม่

๖.๓

ข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งจากผู้นำเข้า

บริษัท

สยามยูไนเต็ดสตีล (๑๙๙๕) จำกัด และบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน)

เห็นว่ามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นมาตรการที่เหมาะสมจะนำมาใช้ปกป้องอุตสาหกรรมภายในจากการนำเข้าที่ไม่เป็นธรรม

และควรยกเว้นอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อน

ที่นำเข้ามาผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นเพื่อส่งออก

และยกเว้นการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อการรีดเย็นต่อทั้ง

๔ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีชนิดจุ่มชุบ

กลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มยานยนต์ ทั้งนี้

หากมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดควรเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราที่มีการทบทวนครั้งล่าสุดในขั้นตอนการทบทวนเพื่อขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาด

รวมทั้ง ไม่ควรนำข้อมูลสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนที่นำเข้ามาผลิตเพื่อการส่งออกมาใช้ในการพิจารณา

การชี้แจง

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาผลการทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนแล้วและมีมติตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดทางเทคนิคของสินค้าเหล็ก

คือ ให้สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อนำไปรีดเย็นต่อสำหรับใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

๓ กลุ่ม คือ กลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

และกลุ่มยานยนต์ ไม่อยู่ในข่ายสินค้าที่จะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

๖.๔

ข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งจากอุตสาหกรรมภายใน ๔ ราย

เห็นด้วยที่จะมีการต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

เพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมภายใน

เนื่องจากสถานการณ์ตลาดโลกและประเทศต่าง ๆ

มีแนวโน้มใช้มาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ

แต่ไม่เห็นด้วยที่จะยกเว้นการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อรีดเย็นสำหรับใช้ในกลุ่มเหล็กเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟ้า

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มยานยนต์

เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมภายในสามารถผลิตได้

และขอขยายขอบเขตสินค้าให้ครอบคลุมความหนา ๐.๙๐ มิลลิเมตร ถึง ๒๐ มิลลิเมตร

พร้อมทั้งขอให้ยกเว้นการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกเพื่อมิให้กระทบกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ผลิตเพื่อส่งออก

และอาจมีปัญหาการหลบเลี่ยงการชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกรณีการนำเข้าสินค้าที่ไม่อยู่ในขอบเขตของการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

การชี้แจง

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาผลการทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนแล้วและมีมติตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดทางเทคนิคของสินค้าเหล็ก

๖.๕

ข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งจากกลุ่มผู้ใช้และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

๖.๕.๑

กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและโลหะการ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เห็นว่าข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้ในการพิจารณาล้าสมัย

ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน ควรอ้างอิงข้อมูลปัจจุบันในปี ๒๕๕๑ หรือ ปี

๒๕๕๒ การต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจะทำให้ราคาเหล็กสูง เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาน้อย

(ระบบกึ่งผูกขาด)

ซึ่งอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบจะมีต้นทุนสูงและเป็นผลให้สินค้าสำเร็จรูปของประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องมีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป

ควรมีหลักเกณฑ์และกฎระเบียบสำหรับผู้ผลิตเหล็กไทย เช่น

ห้ามผู้ผลิตเหล็กไทยส่งออกสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าที่ขายในประเทศ

และจะต้องมีปริมาณการผลิตและชนิดของเหล็กที่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ

การชี้แจง

การพิจารณาข้อมูลความเสียหายเป็นไปตามหลักเกณฑ์

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ ซึ่งในกรณีนี้ได้กำหนดช่วงระยะเวลาการทบทวนคือ เดือนเมษายน ๒๕๕๐ ถึง

เดือนมีนาคม ๒๕๕๑

อย่างไรก็ตามในการวินิจฉัยผลการทบทวนได้มีการนำข้อมูลปัจจุบันมาประกอบการพิจารณาด้วยนอกจากนี้

มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นมาตรการที่นำมาใช้สำหรับการดำเนินการค้าที่ไม่เป็นธรรมไม่ถือเป็นการกีดกัน

ทางการค้า

๖.๕.๒

สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย

ขอให้ยกเว้นการเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนที่นำเข้ามาสำหรับการต่อเรือและซ่อมเรือ

ซึ่งมีคุณภาพสูงเพื่อเป็นการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือไทย

สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

การชี้แจง

ได้ประสานสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยเพื่อตรวจสอบว่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในข่ายของการใช้มาตรการหรือไม่

อย่างไรก็ดีข้อมูลที่ได้รับจากสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทยยังขาดรายละเอียดที่เพียงพอ

จึงสามารถตรวจสอบได้ในระดับหนึ่งและได้ขอให้สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย

จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว

๖.๕.๓

บริษัท สังกะสีฟาร์อิสท์ จำกัด

ขอให้ยกเว้นการเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อน JFE - ZP HOT ROLLED STEEL PLATE ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อประกอบเป็นบ่อชุบสังกะสี

เนื่องจากเป็นเหล็กชนิดพิเศษที่ไม่สามารถผลิตในประเทศได้

การชี้แจง

ได้ประสานสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยเพื่อตรวจสอบว่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในข่ายของการใช้มาตรการหรือไม่

๖.๕.๔

สมาคมเครื่องจักรกลไทย เห็นว่าขณะนี้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

หากมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างมากและไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้

การชี้แจง

พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

ได้มีบทบัญญัติให้พิจารณาใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน

ผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะประกอบกัน

ดังนั้นในการพิจารณาได้คำนึงถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องและผู้ใช้ด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผลการพิจารณาทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้นำข้อมูลที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายและผลการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง

รวมทั้งข้อคิดเห็นต่อร่างผลการทบทวนมาพิจารณาจัดทำรายงานผลการทบทวนเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเพื่อพิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่

๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นดังนี้

๗.๑

ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด

๗.๑.๑

การคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

กรณีของผู้ที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามจะพิจารณาข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกแต่ละรายส่วนกรณีของผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามหรือกรณีผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นจะพิจารณาใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่

ซึ่งเป็นไปตามความในมาตรา ๒๗

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

โดยในการทบทวนมีผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนหรือไม่เป็นม้วนให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามครบถ้วน

๖ รายจาก ๔ ประเทศ คือ JFE STEEL CORPORATION และ NIPPON STEEL CORPORATION

จากประเทศญี่ปุ่น POSCO จากสาธารณรัฐเกาหลี CHINA STEEL CORPORATION และ CHUNG HUNG STEEL CORPORATION จากไต้หวัน และ JOINT STOCK COMPANY “Severstal” (JSC SEVERSTAL) จากสหพันธรัฐรัสเซีย

มีผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามบางส่วน ๗ ราย

และมีผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่แจ้งขอไม่ตอบแบบสอบถาม ๘ ราย

โดยสรุปการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออกเพื่อพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณาภายใต้หลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ มีดังนี้

(๑)

ประเทศญี่ปุ่น

(ก)

JFE STEEL CORPORATION

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในประเทศญี่ปุ่นตามแบบสอบถาม ซึ่งได้พิจารณาปรับแก้ไขในส่วนของการชดเชยราคา

(Price Adjustment) และการให้เงินคืน (Rebate) ตามข้อโต้แย้งของบริษัทแล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ

หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ณ หน้าโรงงาน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ช่วงระยะเวลาการทบทวน ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

NIPPON STEEL CORPORATION

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในประเทศญี่ปุ่นตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ช่วงระยะเวลาการทบทวน ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ค)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดอัตราสูงสุดของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายที่ให้ความร่วมมือ

เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีการให้ความร่วมมือในระดับสูง

(๒)

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกสาธารณรัฐแอฟริกาใต้พิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๓)

สหพันธรัฐรัสเซีย

(ก) JOINT STOCK COMPANY “Severstal” (JSC SEVERSTAL)

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่จากต้นทุนการผลิตในประเทศแหล่งกำเนิด

รวมกับจำนวนที่เหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดการการขาย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ตลอดจนกำไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีการขายสินค้าที่ถูกพิจารณาภายในประเทศ

ในช่วงระยะเวลาทบทวน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออกซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดอัตราของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายที่ให้ความร่วมมือ

เนื่องจากสหพันธรัฐรัสเซียมีการให้ความร่วมมือในระดับสูง

(๔)

สาธารณรัฐคาซัคสถาน

(ก)

JSC ARCELOR MITTAL TERMIRTAU CO., LTD.

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕

โดยพิจารณาจากข้อมูลราคาส่งออกของสินค้าชนิดเดียวกันจากสาธารณรัฐคาซัคสถานไปยังประเทศที่สามตามข้อมูลในคำขอของอุตสาหกรรมภายใน

แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔

โดยพิจารณาจากข้อมูลราคาส่งออกของสาธารณรัฐคาซัคสถานไปยังประเทศที่สามตามข้อมูลในคำขอของอุตสาหกรรมภายในแล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ณ หน้าโรงงาน เนื่องจากบริษัทไม่มีการส่งออกมายังไทยในช่วงระยะเวลาทบทวน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน

และในช่วงระยะเวลาเดียวกันซึ่งอยู่ในช่วง ระยะเวลาการทบทวน

ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๕)

สาธารณรัฐอินเดีย

(ก)

ESSAR STEEL LIMITED

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่จากต้นทุนการผลิตในประเทศแหล่งกำเนิด

รวมกับจำนวนที่เหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดการการขาย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ตลอดจนกำไรต่าง ๆ ตามแบบสอบถาม

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากข้อมูลราคาส่งออกของบริษัทไปยังประเทศหลัก ๕ อันดับแรก ได้แก่

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหราชอาณาจักรตามแบบสอบถามแล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ณ หน้าโรงงาน เนื่องจากบริษัทไม่มีการส่งออกมายังประเทศไทยในช่วงระยะเวลาทบทวน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ระยะเวลาการทบทวน ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๒๗ ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๖)

สาธารณรัฐเกาหลี

(ก)

POSCO

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐเกาหลีตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ ระยะเวลาการทบทวน

ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดอัตราของผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายที่ให้ความร่วมมือ

เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี มีการให้ความร่วมมือในระดับสูง

(๗)

ไต้หวัน

(ก)

CHINA STEEL CORPORATION และ CHUNG HUNG STEEL CORPORATION

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในไต้หวันตามแบบสอบถาม

ซึ่งได้พิจารณาปรับแก้ไขตามข้อโต้แย้งของบริษัทแล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ณ หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ สำหรับ CHINA STEEL CORPORATIONคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม แล้วทอนเป็นราคาส่งออก

ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน สำหรับ CHUNG HUNG STEEL CORPORATION คำนวณจากราคาส่งออกของบริษัทไปยังประเทศหลัก

๕ อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศมาเลเซีย และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน เนื่องจากบริษัทไม่มีการขายส่งออกมายังประเทศไทยในช่วงระยะเวลาการทบทวน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ระยะเวลาการทบทวน ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดอัตราของผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายที่ให้ความร่วมมือ

เนื่องจากไต้หวันมีการให้ความร่วมมือในระดับสูง

(๘)

สาธารณรัฐเวเนซูเอลา

(ก)

SIDERURGICA DEL ORINOGO, SIDOR, C.A. (SIDOR, C.A.)

มูลค่าปกติ

พิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามมาตรา

๒๗ โดยพิจารณาข้อมูลจากวารสารเหล็ก (Steel Business Briefing (SBB)) ตามข้อมูลในคำขอของอุตสาหกรรมภายในแล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ณ หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

พิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามมาตรา

๒๗ โดยพิจารณาข้อมูลจากวารสารเหล็ก (Steel Business Briefing (SBB))

ตามข้อมูลในคำขอของอุตสาหกรรมภายในแล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ

หน้าโรงงาน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน

และในช่วงระยะเวลาเดียวกันซึ่งอยู่ภายในช่วงระยะเวลาการทบทวน

ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๙)

สาธารณรัฐอาร์เจนตินา

(ก)

SIDERAR S.A.I.C.

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในประเทศตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากข้อมูลราคาส่งออกของบริษัทที่ถูกพิจารณาทั้งหมดไปยังประเทศที่สามตามข้อมูลจากแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

เนื่องจากบริษัทไม่มีการส่งออกมายังประเทศไทยในช่วงระยะเวลาการทบทวน

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติกับราคาส่งออก ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือช่วงระยะเวลาการทบทวน

ซึ่งพบว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(ข)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๑๐)

ประเทศยูเครน

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากประเทศยูเครน

พิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๑๑)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

พิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๑๒)

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

พิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗ ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๑๓)

สาธารณรัฐสโลวัก

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากสาธารณรัฐสโลวัก

พิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗

ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

(๑๔)

ประเทศโรมาเนีย

การพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากประเทศโรมาเนีย

พิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗

ปรากฏว่ามีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของสินค้าที่ถูกพิจารณา

จากการพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดพบว่า

การส่งออกสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนและไม่ม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจาก ๑๔

ประเทศมายังประเทศไทยยังคงมีการทุ่มตลาด ดังนั้น หากยุติการใช้มาตรการ

อาจทำให้มีการทุ่มตลาดต่อไปหรือการทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีก

๗.๑.๒.

สินค้าจากทั้ง ๑๔ ประเทศถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและมาตรการตอบโต้ทางการค้าอื่น

เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐอาร์เจนตินา เป็นต้น

จึงพิจารณาได้ว่าหากประเทศไทยยุติการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าดังกล่าวที่มีแหล่งกำเนิดจาก

๑๔ ประเทศ จะทำให้มีการทุ่มตลาดต่อไปหรือฟื้นคืนมาอีก

๗.๒

ผลการพิจารณาความเสียหาย

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้วินิจฉัยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา

๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ โดยนำข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายใน ๔ ราย คือ บริษัท

สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) บริษัท

จี สตีล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) และผู้นำเข้า ๒ ราย

มาพิจารณาปริมาณและราคาของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ

และผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน ปรากฏว่า

หากไม่ต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด จะเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน

ซึ่งสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจาก ๑๔

ประเทศจะเข้ามาทุ่มตลาดได้อีกและทำให้อุตสาหกรรมภายในเสียหาย โดยยอดขาย ราคาขาย

ส่วนแบ่งตลาด กำไรสุทธิ และผลตอบแทนการลงทุน มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เนื่องจากปัจจัยดังนี้

๗.๒.๑

ประเทศที่ถูกใช้มาตรการทั้ง ๑๔ ประเทศยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐเกาหลี สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก

มีอัตราการใช้กำลังการผลิตไม่ถึงร้อยละ ๕๐

หากยุติการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดอาจขยายการผลิตเพื่อส่งสินค้าทุ่มตลาดเข้ามายังประเทศไทยได้อีกเป็นจำนวนมาก

๗.๒.๒

แม้จะมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจาก

๑๔ ประเทศตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ แต่สัดส่วนการนำเข้าจาก ๑๔

ประเทศยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๖๕ ในปี ๒๕๔๘ เป็นร้อยละ ๗๕

ในช่วงระยะเวลาการทบทวน

๗.๒.๓

เมื่อเปรียบเทียบราคาขายเหล็กแผ่นรีดร้อนจาก ๑๔

ประเทศกับราคาขายของอุตสาหกรรมภายใน ณ

ระดับการค้าเดียวกันในช่วงระยะเวลาการทบทวนพบว่า

สินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมีราคาขายต่ำกว่าราคาขายของอุตสาหกรรมภายใน

๗.๒.๔

เมื่อพิจารณาอัตราการเจริญเติบโตโดยเปรียบเทียบปริมาณการขายในประเทศกับปริมาณความต้องการใช้ในประเทศพบว่า

อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณการขายในประเทศเริ่มถดถอยลงตั้งแต่ปี ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยชั้นที่สุด

เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ว่า

หากยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจาก

๑๔ ประเทศ จะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไปหรือฟื้นคืนมาอีก

จึงมีมติให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

และประเทศโรมาเนีย โดยเรียกเก็บต่อไปอีก เป็นกำหนดเวลาห้าปี

ตามบัญชีท้ายประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง

ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

และประเทศโรมาเนีย พ.ศ. ๒๕๕๒ ในอัตราที่กำหนดดังนี้

(๑)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลิตจาก

(ก)

JFE STEEL CORPORATION

อัตราร้อยละ ๓.๒๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

NIPPON STEEL CORPORATION

อัตราร้อยละ ๐ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ค)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๓๖.๒๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๒)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งผลิตจาก

(ก)

ISCOR LIMITED และ SALDANHA STEEL (PTY) LTD อัตราร้อยละ ๑๒๘.๑๑

ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๑๒๘.๑๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๓)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

NOVOLIPETSK IRON & STEEL CORPORATION อัตราร้อยละ ๒๔.๒๐ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

JOINT STOCK COMPANY “Severstal” (JSC SEVERSTAL) อัตราร้อยละ

๓๕.๑๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ค)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๓๕.๑๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๔)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งผลิตจาก

(ก)

JSC ARCELORMITTAL TEMIRTAU (ชื่อเดิม

OJSC ISPAT KARMET) อัตราร้อยละ ๑๐๙.๒๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๑๐๙.๒๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๕)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

STEEL AUTHORITY OF INDIA LIMITED, JINDAL VIJAYANAGAR STEEL LIMITED และ ISPAT INDUSTRIES LIMITED

อัตราร้อยละ ๒๖.๘๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

TATA STEEL LIMITED (ชื่อเดิม THE TATA IRON AND STEEL COMPANY LIMITED) อัตราร้อยละ ๓๑.๙๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ค)

ESSAR STEEL LIMITED อัตราร้อยละ

๒๖.๘๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ง)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๓๑.๙๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๖)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งผลิตจาก

(ก)

POSCO (ชื่อเดิม POHANG IRON AND STEEL CO., LTD) อัตราร้อยละ ๐ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๑๓.๙๖ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๗)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากไต้หวัน ซึ่งผลิตจาก

(ก)

CHINA STEEL CORPORATION และ CHUNG HUNG STEEL CORPORATION (ชื่อเดิม YIEH LOONG ENTERPRISE CO., LTD) อัตราร้อยละ ๓.๔๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๒๕.๑๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๘)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเวเนซูเอลา ซึ่งผลิตจาก

(ก)

SIDERURGICA DEL ORINOCO, SIDOR, C.A. อัตราร้อยละ

๗๘.๔๔ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๗๘.๔๔ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๙)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ซึ่งผลิตจาก

(ก)

SIDERAR S.A.I.C. อัตราร้อยละ ๓๗.๙๔ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๕๓.๐๙ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๑๐)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศยูเครน ซึ่งผลิตจาก

(ก)

ILYICH IRON&STEEL WORKS OF MARIUPOL อัตราร้อยละ ๓๐.๔๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๖๗.๖๙ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๑๑)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

ISPAT ANNABA S.P.A. อัตราร้อยละ ๓๓.๒๖ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๓๓.๒๖ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๑๒)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

PT KRAKATAU STEEL อัตราร้อยละ ๒๔.๔๘ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๒๔.๔๘ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๑๓)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสโลวัก ซึ่งผลิตจาก

(ก)

U.S. STEEL KOSICE, s.r.o อัตราร้อยละ ๕๑.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๕๑.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๑๔)

สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศโรมาเนีย ซึ่งผลิตจาก

(ก)

COMBINATUL SIDERURGIC ISPAT SIDEX SA อัตราร้อยละ ๒๗.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(ข)

ผู้ผลิตรายอื่น อัตราร้อยละ ๒๗.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

โดยให้มีผลนับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่อง ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก

และประเทศโรมาเนีย พ.ศ. ๒๕๕๒ มีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้

หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๓๐

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

อิทธิพล ช้างหลำ

รองอธิบดี

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

วิภา/ผู้จัดทำ

๘.กันยายน.๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๘๗ ง/หน้า ๖/๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเกาหลีไต้หวัน สาธารณรัฐเวเนซูเอลา สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐสโลวัก (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f7972059cbc2b492

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com