ข้อ ๑ เงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามมาตรา 47(1)(2)(3)(4)(5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เท่าจํานวนเงินที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากธรณีพิบัติภัยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาการบริจาค ดังต่อไปนี้
(1) ผู้รับบริจาคต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น
(2) ผู้รับบริจาคต้องดําเนินการในลักษณะเป็นสื่อกลางในการรับบริจาคอย่างเปิดเผยเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากธรณีพิบัติภัยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง และจังหวัดสตูล ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2548
(3) ผู้รับบริจาคต้องนําเงินที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากธรณีพิบัติภัยดังกล่าวโดยตรง
(4) ภายหลังจากวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 หากยังมีเงินที่ได้รับบริจาคเหลืออยู่ผู้รับบริจาคต้องส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2548
(5) ผู้รับบริจาคต้องจัดส่งเอกสารหลักฐานให้แก่กรมสรรพากร ได้แก่ สําเนาบัญชีการรับเงินบริจาคซึ่งต้องแยกออกจากบัญชีการดําเนินงานตามปกติ สําเนาบัญชีแสดงรายการจ่ายค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุธรณีพิบัติภัย สําเนารายชื่อผู้บริจาค และสําเนาใบนําฝากหรือใบรับเงินชั่วคราวที่ออกให้แก่ผู้บริจาค โดยให้จัดส่งภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2549